3
shared

ถึงเวลา "สเปอร์ส" ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีก

26 พฤศจิกายน 2563 08:45 362
ถึงเวลา "สเปอร์ส" ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีก

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่น2020-21 กลายเป็นปีที่เปิดกว้าง เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้เจ้าบ้านไม่ได้เปรียบ ทีมเยือนไม่เสียเปรียบ อัตราความพลิกผันสูง บัลลังก์จ่าฝูงจึงเปลี่ยนมืออยู่บ่อยครั้ง



จากเอฟเวอร์ตัน ถึง เลสเตอร์ ล่าสุด เป็น สเปอร์ส ที่นั่งจ่าฝูงหลังจบแมตช์เดย์ 9

"ไก่เดือยทอง" ทำผลงานเกมเปิดหัวได้ไม่ดีปราชัยเอฟเวอร์ตันคารัง 0-1 ตอนนั้นเกิดคำถามขึ้นมากมาย โชเซ่ มูรินโญ่ จะเอาตัวรอดได้หรือไม่กับการคุมเล้าไก่แบบเต็มฤดูกาล

แต่หลังจากนั้นกุนซือโปรตุกีสพาทีมเค้นฟอร์มเดินหน้าเก็บชัยเป็นว่าเล่นแถมยิงกระจาย หลุดเสมอแค่สองเกม (แบบน่าชนะ) และเก็บชัยถึง 6 จนขึ้นมาเป็นผู้นำแบบเท่ๆ

9 เกมที่ผ่านมา สเปอร์สกลายเป็นทีมที่เหนียวแน่นที่สุดเสียไปเพียง 9 ลูกและยิงกระจาย 21 ตุง

โชเซ่ มูรินโญ่ คนเดิมกลับมาแล้ว!!!

อย่างที่รู้เฮียมูถนัดเกมรัดกุม รับเหนียวแน่น มีความเป็น 'แมตช์วินเนอร์' รู้วิธีที่จะเก็บชัย

ซีซั่นนี้เขาพาทีมบุกถล่มแมนฯ ยูไนเต็ดแบบไร้ปราณี 6-1 คาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และเปิดบ้านอัดแมนฯ ซิตี้ 2-0 ในเกมที่พวกเขามีโอกาสยิงแค่ 4 หนและตรงกรอบเพียง 2 หน!!

นอกจากจะจูนเกมรับให้แน่นแล้ว เขายังพัฒนาเกมรุกให้จัดจ้านขึ้นกว่าเดิมโดยเฉพาะกับ แฮร์รี่ เคน

แม้ตอนนี้ ซน ฮึง-มิน หัวหอกโสมขาวจะเป็นดาวซัลโวของทีมที่ 9 ประตู แต่ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากการเสียสละของ "เคน" ที่ยอมถอยมามาเป้นตัวปั้นให้ อาซนทรอดขึ้นไปสังหารแทน

ที่ผ่านมาแฟนบอลต่างรู้กันว่า "เคน" ครบเครื่องเรื่องยิงประตู แต่กับซีซั่นนี้เจ้าตัวเพิ่มเรื่องการแอสซิสต์เข้ามาอีกจนเป้นปัจจัยหลังที่ให้สเปอร์สแรงติดลมบนอยู่ตอนนี้

เคน ยิงไปแล้ว 7 ประตูและทำไป 9 แอสซิสต์ ซึ่งเป็นเรื่องที่คลับไก่ แฮปปี้สุด

และอีกปัจจัยที่ทำให้เฮียมูมีผลงานที่ร้อนแรงต่อเนื่องคือขนาดของทีมที่ใหญ่มากขึ้น ตัวจริงกับตัวสำรองมีคุณภาพใกล้เคียงกัน สามารถทดแทนกันได้อย่างไม่เหลื่อมล้ำมากนัก 

ทีมตัวจริงเกมรับแบ็กขวาได้แมตต์ โดเฮอร์ตี้ มาเติมเต็ม ฝั่งซ้ายได้เซร์คิโอ เรกีลอน เซนเตอร์ปั้นเอริค ดายเออร์ เป็นเซนเตอร์ของดีไปแล้ว แดนกลางได้ของชอบอย่าง ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก ผึ้งงานที่วิ่งไม่มีหมด เล่นได้ตามคำสั่ง วินัยเปรี๊ยะ เข้ามาส่งผลให้ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ จากที่จะหมดอนาคตกลายเป็นฟอร์มจัดจ้านหน้าตาเฉย และทำให้เกมรุกเล่นกันสบายไม่ต้องพะวงเกมรับอะไรมากกมาย

ตัวสำรองที่นั่งอยู่ข้างสนามมีทั้งแกเร็ธ เบล, ลูคัส มูร่า, โจวานนี่ โล เซลโซ่, เบน เดวิส, แซร์ก โอริเย่ร์, โจ โรดอน จนถึง วินิซิอุส เป็นอะไหร่หยิบใครมาใช้ก็ได้ซึ่งต่างชัดเจนจากตอนที่เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ คุมทีม

ขณะที่แท็กติกแม้จะยังเป็นรถบัสในเกมใหญ่แต่ไม่ใช่จอดแบบไม่ลืมหูลืมตา ถ้าคู่ต่อสู้เผลอเมื่อไรมีสิทธิ์โดนหมัดน็อกได้ทุกเวลา

เกมชนะแมนฯ ซิตี้เป็นกระจกสะท้อนถึงความเป็น "มูรินโญ่" ตอนพีกได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องครองบอลมากมาย ไม่ต้องผ่านบอลทั่วสนาม ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง

ครบรอบหนึ่งปีพอดีที่ มูรินโญ่ คุมท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เขาพาทีมนั่งจ่าฝูงพร้อมกับกระแสกลายเป็นทีมที่ "มีสิทธิ์" คว้าแชมป์แม้เพิ่งผ่านไปแค่ 9 นัดก็ตาม

ภาพน่าจะชัดเจนมากขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเมื่อ "ไก่เดือยทอง" มีคิวต้องเจอทั้งเชลซี (เยือน), อาร์เซนอล(เหย้า), ลิเวอร์พูล (เยือน) รวมทั้ง เลสเตอร์ (เหย้า)

หากผ่านเกมพวกนี้ได้ก่อเข้าช่วงบ๊อกซิ่งเดย์ฟันธงได้เลย "ไก่เดือยทอง" จะยืนระยะได้ไปจนถึงบั้นปลายแน่อน

แต่จะไปถึงแชมป์หรือไม่นั้น หากมองถึงทฤษฎีสมคบคิดที่พวกเขาเคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมา 2 ครั้งในปี 1951 และ 1961

หนนี้วันรับแชมป์คือปี 2021 มันก็น่าคิด!!!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระเบียบเพียบ! พรีเมียร์ลีกจ่อปลดล็อกให้แฟนบอลเข้าชมเกม แต่ต้องทำตามกฎ

ไม่ง่าย! โรเบิร์ตสันเผยชื่อ 3 ทีมมีลุ้นเบียดแชมป์ลีกกับลิเวอร์พูลซีซั่นนี้

หล่อเลย!บรูโน่แจงเหตุเมินแฮตทริกให้แรชฟอร์ดซัดจุดโทษ 

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand 
facebook live : TNN Live 
twitter : @TNNThailand 
Line : @TNNONLINE 
Youtube Official : TNNThailand 
Instagram : @tnn_online 
TIKTOK : @tnnonline