3
shared

บีโอไอ อนุมัติลงทุนโรงงานผลิตพืชผักปลอดสารมูลค่า 94 ลบ.

18 พฤศจิกายน 2563 10:39 33
บีโอไอ อนุมัติลงทุนโรงงานผลิตพืชผักปลอดสารมูลค่า 94 ลบ.

บีโอไอ อนุมัติลงทุนโรงงานผลิตพืช มูลค่ากว่า 94 ล้านบาท ยกระดับการเกษตรสู่สมาร์ท ฟาร์มมิ่ง สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย

วันนี้(18พ.ย.63)นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เปิดเผยว่า บีโอไอได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนหลายโครงการ โดยมีโครงการที่น่าสนใจเป็นประเภทกิจการใหม่ที่บอร์ดบีโอไออนุมัติให้ส่งเสริมการลงทุน ได้แก่ โรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ของบริษัท วี ที แหนมเนือง 2017 จำกัด มูลค่าลงทุน 94 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อเพาะปลูกผักโดยใช้เมล็ดพันธุ์ในประเทศตามคำแนะนำของสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีกำลังการผลิตปีละประมาณ 360 ตัน ถือเป็นโครงการแรกหลังเปิดประเภทกิจการใหม่

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา บอร์ดบีโอไอ ได้มีมติให้เพิ่มประเภทกิจการโรงงานผลิตพืช อีกหนึ่งประเภท เพื่อยกระดับและสร้างความเข้มแข็งแก่ภาคเกษตรไทยให้ก้าวสู่การทำเกษตรสมัยใหม่ (สมาร์ท ฟาร์มมิ่ง) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในกระบวนการผลิต ให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและความปลอดภัย โดยโรงงานผลิตพืชของวี ที แหนมเนืองแห่งนี้ เป็นโครงการปลูกพืชผักคุณภาพ ไร้สารเคมีตกค้าง โดยปลูกในระบบปิดที่มีระบบควบคุมคุณภาพ ทั้งสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ เช่น ความเข้มของแสง อุณหภูมิ ความชื้น และสภาพแวดล้อมทางชีวภาพ เช่น การปนเปื้อนของเชื้อโรคและแมลงจากน้ำและอากาศ

สำหรับโครงการโรงงานผลิตพืชของวี ที แหนมเนือง ยังได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อีกด้วย

นอกจากนี้ บีโอไอยังได้อนุมัติโครงการลงทุนชุดตรวจวินิจฉัยโรคทาลัสซีเมีย ของบริษัท ยีน เอ็กซ์เซลเลนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นโครงการร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขเพื่อผลิตชุดตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ในเชิงพาณิชย์ มูลค่าลงทุน 22.53 ล้านบาท มีกำลังการผลิตชุดตรวจปีละประมาณ 50,000 ชุด ทั้งนี้โครงการดังกล่าวได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับ SMEs ด้วย ซึ่งเป็นการตอกย้ำจุดยืนของไทยในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพในภูมิภาค

รวมทั้งยังได้มีการอนุมัติโครงการลงทุนตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพของกิจการผลิตของเล่น ประเภทดินปั้น โดยโครงการได้นำระบบอัตโนมัติสายพานและแขนกลมาใช้ในกระบวนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มในการส่งออกสินค้าได้มากขึ้น  

“สิทธิประโยชน์ต่างๆ ของบีไอไอ มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยรวมทั้ง SMEs ปรับตัวให้สอดรับกับเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งเป็นการช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมของไทยไปสู่กระบวนการผลิตที่ทันสมัยโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรมการผลิต และอุตสาหกรรมบริการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศ รวมทั้งเป็นการสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจไทย” นางสาวดวงใจกล่าว

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE