17
shared

ไทยลงนาม RCEP เสริมแกร่งภูมิภาคปิดฉากเจรจา 8 ปี

15 พฤศจิกายน 2563 16:20 1184
ไทยลงนาม RCEP เสริมแกร่งภูมิภาคปิดฉากเจรจา 8 ปี

ไทยร่วมกับรัฐมนตรีการค้า 15 ประเทศลงนามความตกลงอาร์เซ็ป ปิดฉากเจรจายาวนาน 8 ปี นับเป็นความตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมา

วันนี้ (15 พ.ย.63)นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ได้ร่วมกับรัฐมนตรีการค้า 15 ประเทศ  ลงนามความตกลงอาร์เซ็ป หรือ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค โดยถือเป็นการปิดฉากเจรจายาวนาน 8 ปี  และเป็นความตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมา  คาดว่าจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19

ในโอกาสนี้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมการประชุมสุดยอดความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ครั้งที่ 4 (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ซึ่งเป็นหนึ่งในการประชุมนอกเหนือจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 ผ่านระบบประชุมทางไกล หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ในพิธีลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)ดังกล่าว  โดยมีผู้แทนจาก 15 ประเทศ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และอีก 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เข้าร่วมลงนามความตกลงดังกล่าว  ซึ่งถือเป็นกลุ่มความตกลงทางการค้า การลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) 1 ใน 3 ของโลก และมีประชากรรวมกัน 1 ใน 3 ของโลก โดยในส่วนของไทยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์เป็นผู้ลงนาม


นายจุรินทร์ กล่าวว่า ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการลงนามความตกลง RCEP คือ จะสามารถเปิดตลาดการค้าการลงทุนในอีก 14 ประเทศ โดยสินค้าที่ไทยจะได้ประโยชน์อย่างยิ่งคือ 1.หมวดสินค้าเกษตร เช่น แป้งมันสำปะหลัง สับปะรด สินค้าประมง เป็นต้น 2.หมวดอาหาร ผักผลไม้แปรรูป น้ำส้ม น้ำมะพร้าว รวมทั้งอาหารแปรรูปอื่น ๆ 3. หมวดสินค้าอุตสาหกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้า พลาสติก กระดาษ เคมีภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องแต่งกาย รวมทั้งจักรยานยนต์ 4.หมวดบริการ หมวดการก่อสร้าง ธุรกิจด้านสุขภาพ ธุรกิจด้านภาพยนตร์ บันเทิง อนิเมชั่น และ 5.การค้าปลีก  ซึ่งภาคเอกชนไทยและภาครัฐจะต้องเร่งดำเนินการในการที่จะเตรียมตัวและปรับตัวเพื่อให้เข้ากับข้อตกลงการค้าการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะการเร่งศึกษากฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพราะหลังจากลงนามวันนี้ แต่ละประเทศจะต้องนำไปให้สัตยาบันโดยผ่านกระบวนการของแต่ละประเทศ เช่น ประเทศไทยต้องผ่านที่ประชุมสภาฯ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ในกลางปีหน้า โดยในการมีผลบังคับใช้จะต้องมีประเทศอาเซียน 6 ประเทศ และกลุ่มประเทศอื่น 3 ประเทศ แจ้งให้สัตยาบัน ความตกลงก็สามารถบังคับใช้ได้เลย

 ความตกลง RCEP ซึ่งประกอบด้วย 20 บท เป็นความตกลงที่ทันสมัย ครอบคลุม คุณภาพสูง และได้รับผลประโยชน์ร่วมกันจากการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน อีกทั้งมีการเพิ่มความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นจากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ของอาเซียนกับคู่เจรจาที่มีอยู่ก่อนหน้า โดยข้อมูลทางการค้าในปี 2562 ความตกลง RECP ครอบคลุมตลาดที่มีประชากรรวมกัน 2.2 พันล้านคน หรือเกือบ 30% ของประชากรโลก มี GDP รวมกันกว่า 26.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 817.7 ล้านล้านบาท) หรือประมาณ 30% ของ GDP โลก และมีมูลค่าการค้ารวมกว่า 10.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 326 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็นเกือบ 28% ของมูลค่าการค้าโลก

        

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE