1
shared

สุดมันส์ ! ไก่บุกพ่ายเรือ 3-4 แบบดราม่า , หงส์ไล่ตบปอร์โต้ จับมือเข้ารอบรองฯ

25 เมษายน 2562 00:00 48
สเปอร์ส บุกแพ้ แมน ฯ ซิตี้ 3-4 รวมผลสองนัด เสมอ 4-4 เข้ารอบรองชนะเลิศ อย่างเหลือเชื่อ ขณะที่ ลิเวอร์พูล บุกไปไล่อัด ปอร์โต้ 4-1 รวมผลสองนัด ถล่ม 6-1 ผ่านเข้ารอบเช่นเดียวกัน

วันนี้ (18 เม.ย. 62) การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในนัดที่ 2 คู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส โดยในเกมแรก "เรือใบสีฟ้า" บุกไปพ่าย "ไก่เดือยทอง" มาก่อน 0-1 ทำให้เกมนี้ ต้องคว้าชัยชนะให้ได้ 2 ประตูขึ้นไปเท่านั้น หากหวังจะเข้ารอบ และอยู่ในเส้นทางการลุ้น 4 แชมป์ต่อไป

 

การจัดทีมในนั้ดนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์คนเก่งของ แมนฯ ซิตี้ จัดทัพใหญ่ลงสนาม โดยให้ ราฮีม สเตอร์ลิง , แบร์นาโด ซิลวา และ เซร์คิโอ อเกวโร่ เป็น 3 ประสานในแดนหน้า ส่วน สเปอร์ส ผู้มาเยือน มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย โดยเฉพาะ แฮร์รี่ เคน กองหน้าตัวความหวัง ที่ไม่สามารถกลับมาลงสนามในฤดูกาลนี้ได้แล้ว ทำให้ต้องฝากความหวังไว้ที่ คริสเตียน เอริคเซ่น เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง และ ซน ฮึงมิน กองหน้าชาวเกาหลีใต้ ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง

 

ครึ่งเวลาแรก 

 

แมนฯ ซิตี้ ออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็วหลังเกมผ่านไปเพียงแค่ 4 นาที เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ ผ่านบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ลากบอลเข้ากลางแล้วปั่นโค้งด้วยเท้าขวา บอลเสียบเสาแบบสวยสดงดงาม เจ้าบ้านออกนำเร็ว 1-0

แต่หลังจากนั้นอีกเพียง 3 นาที สเปอร์ส มาตามตีเสมออย่างทันควันเช่นกัน จากการพังประตูของ ซน ฮึงมิน กองหน้าชาวเกาหลีใต้ ในนาทีที่ 7 ทั้งสองทีมกลับมาเสมอกัน 1-1 

ยิ่งไปกว่านั้น ทีมเยือนมาพลิกขึ้นนำ 2-1 ในนาทีที่ 10 เมื่อ คริสเตียน เอริคเซ่น จ่ายบอลให้ ซน ฮึงมิน คนเดิมจับบอลหนึ่งครั้ง ก่อนจะปั่นด้วยขวา บอลพุ่งเช็ดคานเข้าไปแบบ สุดปัญญาที่ เอแด์ซอน นายด่านซิตี้ จะป้องกันได้ ทำให้เจ้าบ้านตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากโดยทันที

เจ้าบ้านก็ไม่ยอมเช่นกัน ตีเสมอหลังจากโดนแซงนำเพียงนาทีเดียว เมื่อ แบร์นาโด ซิลวา ยิงบอลไปแฉลบ แดนนี่ โรส แนวรับเจ้าบ้านเข้าประตูไป ในนาทีที่ 11 ส่งผลให้ เกมกลับมาเสมอกัน 2-2 หลังผ่านไปเพียงแค่ 11 นาที

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 21 ประตูที่ 5 ของเกมก็เกิดขึ้น เมื่อ แบร์นาโด ซิลวา ไหลบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งเข้ามายิงแบบง่ายๆเข้าประตูไป ส่งให้ แมนฯ ซิตี้ ออกนำอีกครั้งเป็น 3-2 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

 

ครึ่งเวลาหลัง

 

กลับมาสู้กันต่อในครึ่งเวลาหลัง เจ้าบ้านก็มาได้ประตูหนีห่างเป็น 4-2 ในนาที 59 เมื่อ เซร์คิโอ อเกวโร่ ยิงเสาแรกเข้าไปให้ แมนฯ ซิตี้ นำห่าง สเปอร์ส 4-2 ซึ่งถ้าจบด้วยสกอร์นี้จะเป็น ซิตี้ ที่เข้ารอบรองชนะเลิศทันที

หลังจากนั้น เจ้าบ้านพยายามผ่อนเกม เน้นการครองบอลเพื่อรักษาสกอร์ที่ได้เปรียบ แต่ว่า ก็มาโดนทีมเยือนตามมาเป็น 3-4 จนได้ ในนาทีที่ 73 เมื่อ เฟร์นาโด ยอเรนเต้ กองหน้าตัวสำรอง โขกลูกเตะทมุม จากการเปิดของ คริสเตียน เอริคเซ่น เข้าประตูไป โดยลูกนี้ผู้ตัดสินขอดู วีเออาร์ ก่อนจะให้เป็นประตู ทำให้ สเปอร์ส พลิกชะตากลับมาเข้ารอบอีกครั้ง หากแพ้ด้วยสกอร์นี้

ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บออกไป 4 นาที แมนฯ ซิตี้ เกือบได้ประตูพลิกชะตา เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงบอลเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินไม่ให้หลังจากที่ได้ดูวีเออาร์ ทำให้จบเกม เป็น แมนฯ ซิตี้ ที่เอาชนะ สเปอร์ส 4-3  รวมผล 2 นัดเสมอ 4-4 แต่เป็น "ไก่เดือยทอง" ที่ผ่านเข้ารอบไปได้ ด้วยกฏการยิงประตูทีมเยือน ส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หมดลุ้น 4 แชมป์ในฤดูกาลนี้ เป็นทีเรียบร้อย

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้งสองทีม

 

แมนฯ ซิตี้ : เอแดร์ซอน โมราเอส , ไคล์ วอล์คเกอร์, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้, เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกัน, ดาบิด ซิลบา, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เซร์คิโอ อเกวโร่, ราฮีม สเตอร์ลิง

สเปอร์ส : อูโก้ โยริส, คีแรน ทริปเปียร์, โทบี้ อันเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, วิคเตอร์ วานยาม่า, มุสซ่า ซิสโซโก้, เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน เอริคเซ่น, ลูกัส มูร่า, ซน ฮึง-มิน

 

 

ส่วนผลอีกคู่ ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ เอฟซี ปอร์โต้ 4-1 รวมผลสองนัด "หงส์แดง" ชนะ ถึง 6-1 เข้ารอบรองชนะเลิศ ไปแบบไม่ยากเย็น