9
shared

ประเด็นร้อนบอลไทย : เมื่อ 'บีจี' กำลังกลายร่างเป็นซูเปอร์ทีม

11 พฤศจิกายน 2563 04:44 8078
ประเด็นร้อนบอลไทย : เมื่อ 'บีจี' กำลังกลายร่างเป็นซูเปอร์ทีม

ประเด็นร้อนบอลไทย ฉบับที่ 44 พาแฟนๆ ไปเจาะลึก 4 เหตุผลที่ บีจี ต้องดึง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต และ ธีรศิลป์ แดงดา เข้าทีมเพื่อเสริมแกร่งในตลาดนักเตะรอบสุดท้ายฤดูกาลนี้

สวัสดีครับ!! ประเด็นร้อนบอลไทย กลับมาพบกับแฟนๆอีกครั้งในฉบับที่ 44 ซึ่งต้องบอกเลยว่า เรื่องราวต่างๆของฟุตบอลไทยในรอบเดือนหรือสัปดาห์ที่ผ่านมา มีอะไรที่น่าสนใจหลายประเด็นมากๆ ผมเองก็พยายามที่จะหาเวลามาปั่นต้นฉบับให้ทุกคนได้อ่านกันบ่อยๆ แต่ด้วยภารกิจช่วงที่ผ่านมารัดตัวจริงๆ จึงมาได้แค่นานๆที 


เอาแหล่ะ หลายๆคนคงจะคิด หลังๆนี่มาทุกฉบับก็บ่นทุกฉบับ เข้าเรื่องของเราดีกว่าครับ วันนี้ผมอยากจะขอมาพูดถึง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด หรือพลพรรค กระต่ายแก้ว นั่นเอง ต้องบอกเลยว่า พวกเขาสร้างความฮือฮาอีกแล้ว ตั้งแต่ตลาดซื้อขายนักเตะยังไม่เปิด เนื่องด้วยมีการยืนยันจาก "ผอ.ง้วน" สุรชัย จตุภัทรพงศ์ ผู้บริการคนเก่งของทีม ได้มีการยืนยันว่า ทีมปิดดีลคว้าตัว ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต และ ธีรศิลป์ แดงดา ยอดกองหน้าระดับตำนานของไทยลีกในอดีตเข้าสู่สังกัดได้แล้วในช่วงเลกที่สองของฤดูกาลนี้ นั่นจะทำให้ทีมนี้กลายเป็น "ซูเปอร์ทีม" โดยทันใด


สรรพคุณของสองคนนี้ไม่ต้องบรรยายกันมาก แค่เอาประตูที่ทั้งคู่เคยยิงได้มารวมกัน ก็ปาเข้าไปเกือบ 300 ลูก เข้าให้แล้ว ซึ่งถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะผ่านจุดสูงสุดของการเล่นฟุตบอลอาชีพมาแล้ว กำลังเข้าสู่วัยเก๋า แต่ทางสโมสรก็มั่นใจว่า จะเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดได้อย่างแน่นอน แม้ในเวลานี้ ทีมจะนำโด่งเป็นจ่าฝูงชนิดทิ้งอันดับ 2 ไม่เห็นฝุ่น และไม่น่าจะพลาดแชมป์เลกแรกแล้วก็ตามที


วันนี้ผมขอมาเจาะ 4 เหตุผลที่ บีจี ต้องการดึง ดิโอโก้ และ ธีรศิลป์ ให้แฟนๆได้รับทราบกันสักนิด เผื่อบางคนที่ยังสงสัย ว่าทำไมทีมต้องเสริมแหลกขนาดนี้ ทั้งที่ทีมกำลังเล่นได้ดี ไร้ข้อตำหนิ ซึ่งต้องบอกก่อนนะครับ ว่าเป็นความคิดส่วนตัวของผม แต่แฟนๆก็สามารถที่จะมาแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดกันได้เช่นกัน



เหตุผลแรก : ท่านประธานติดหนี้แฟนบอล


ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2018 บีจี ในชื่อ บางกอกกล๊าส เอฟซี ต้องตกชั้นไปเล่นในศึกไทยลีก 2 อย่างน่าเหลือเชื่อ ทั้งที่ก่อนเปิดฤดูกาล พวกเขาถูกวางให้เป็นอีกหนึ่งทีมเต็ง ที่จะขึ้นมาเขย่าบัลลังก์แชมป์ด้วยซ้ำ การเสริมทัพสุดโหด ทั้ง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ มาริโอ ยูรอฟสกี้ หรือจะเป็น ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ในช่วงเลกสอง แต่ด้วยปัญหาหลายๆอย่างในปีนั้น ทำให้ทีมมีฟอร์มการเล่นที่ผิดเพี้ยน รวมถึงการตกชั้น 5 ทีม เพื่อต้องการลดขนาดจาก 18 เหลือ 16 ทีมในปีต่อมาด้วย หลายๆคนอาจจะมองว่าเป็นอุบัติเหตุฟุตบอล แต่เรื่องนี้ คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ค่อนข้างซีเรียส ถึงขั้นมีกระแสข่าวว่าอาจจะเลิกทำเลยด้วยซ้ำ แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี เพราะ กระต่ายแก้ว บนไทยลีก 2 ยังมีกลุ่มนักเตะหลายคนที่อยู่กับทีม และพร้อมจะต่อสู้เพื่อนำทีมกลับมาอีกครั้ง การแต่งตั้ง โค้ชโอ่ง ดุสิต เฉลิมแสน เข้ามาเป็นกุนซือ เพื่อหวังพาทีมเลื่อนชั้นในปีเดียว นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ที่สุดแล้วทีมก็ทำสำเร็จเลื่อนชั้นขึ้นมา แต่ในเลกแรกของฤดูกาลนี้ อาจจะยังไม่ได้หวือหวานัก ทีมก็เสริมทัพในระดับหนึ่ง แต่ฟุตบอลของพวกเขากลับดูมีชีวิตชีวา ผู้เล่นทุกคนมีความกระหาย จนกระทั่งในช่วงเบรกหนีไวรัสโควิด-19 นานครึ่งปี ทีมก็ปฏิบัติการทุบคลังคว้าตัว สารัช อยู่เย็น และ อันเดรส ตูเนซ เข้าสู่ทีมอย่างเซอไพรส์ เป็นอะไรที่ถูกใจแฟนคลับยิ่งนัก นี่คือของขวัญที่ประธานมอบให้ การเตรียมเปิดตัว ดิโอโก้ และ ธีรศิลป์ ก็นับเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ที่บอสปวิณ จะจัดให้แฟนคลับอีกรอบในตลาดรอบสุดท้ายเดือน ธ.ค. นี้ และมันจะเป็นการการันตีกับแฟนบอลได้เลยว่า ทุกคนจะต้องไม่มาเสียน้ำตาแบบในปี 2018 อีกแล้ว 


เหตุผลที่สอง : แก้ปัญหากองหน้ายิงประตูไม่ได้


อย่างที่ผมเกริ่นไปข้างต้น ว่าสองคนนี้คือเครื่องจักรสังหารประตู ซึ่งหากมองดู บีจี ในเวลานี้ แม้พวกเขาจะนำเป็นจ่าฝูงของตารางไทยลีก ด้วยการมี 29 คะแนน จาก 11 นัด นำหน้า สิงห์ เชียงราย อยู่ถึง 6 แต้ม ทั้งที่แข่งน้อยกว่าสองนัด แต่พอเจาะไปที่รายละเอียดการยิงประตู พวกเขายิงได้ 18 ลูก น้อยที่สุดในบรรดา 5 อันดับแรกตอนนี้ ยิ่งเจาะลึกลงไปอีก 18 ประตู นั้นมาจากตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่กองหน้าถึง 17 ลูก โดย เจนรบ สำเภาดี คือกองหน้าของทีมเพียงคนเดียวที่ลั่นสกอร์ได้ ในเกมบุกชนะ การท่าเรือ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 63 ส่วน สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่ยิงได้สองประตู หลังๆ เจ้าตัวถ่างออกไปเล่นปีกมากกว่า แต่ถึงรวมเข้ามา ก็เป็นเพียงเศษที่เล็กน้อยมากจากประตูที่กระต่ายแก้วทำได้ เหตุผลหลักๆเลยก็คือ พวกเขาเอาโควต้าต่างชาติไปลงกับผู้เล่นกองหลังถึงสองราย ทั้ง วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ และ อันเดรส ตูเนซ นั่นทำให้แผงรับของทีมกลายเป็นกำแพงเหล็กที่ยากจะทะลุเข้าไปลั่นไก เพราะทีมเพิ่งเสียไปเพียง 6 ประตู เท่านั้น การมาของ ดิโอโก้ และ ธีรศิลป์ จะเข้ามาปิดปัญหาตรงนี้ได้อย่างแน่นอน เพราะหากมองไปที่ขุมกำลังหัวหอกของทีมในเวลานี้ ก็จะมี เจนรบ สำเภาดี , สุรชาติ สารีพิมพ์ , สิโรจน์ ฉัตรทอง และ นอร์ชาห์รูล ซึ่งทั้งหมดยังไม่ใช่กองหน้าประเภทสายสกอร์เรอร์ ส่วนกองหลัง กับ กองกลาง ก็คงจะมาช่วยยิงประตูทุกนัดได้อย่างแน่นอน


เหตุผลที่สาม : ทีมมองไกลถึงการคว้าทุกแชมป์ที่ลงเล่นในซีซั่นนี้


อย่างที่ผมบอกไป เสริมทัพแบบนี้ คงไม่ได้มองแค่โควต้าเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก แล้วแหล่ะ ผมเชื่อเลยว่า ทีมมองไปไกลถึงทุกแชมป์ที่ลงเล่นอย่างแน่นอน ทั้งไทยลีก และ เอฟเอ คัพ น่าเสียดายที่ไม่มีฟุตบอล ลีก คัพ มิเช่นนั้น ทีมก็ต้องจัดเต็มคว้าถ้วยมาครองให้ได้ หลังเคยคว้าถ้วย เอฟเอ คัพ มาครอง เมื่อปี 2014 นับเป็นความสำเร็จเดียวของสโมสร แต่คุณอย่าลืมนะครับ ว่าไทยลีกปีนี้ ตัดโควต้าเอเอฟซีฯ ในปี 2021 ที่ 15 นัดแรก ส่วนปี 2022 ตัดที่จบฤดูกาล นั่นคือการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แล้วทำไมทีมที่มีเงินพร้อม และทุกอย่างพร้อมอย่าง บีจี จะไม่เอาล่ะครับ ยิ่งในเวลาที่หลายๆทีมกำลังขาดสภาพคล่อง จากพิษไวรัสโควิด-19 อีกด้วย เพราะฉนั้น ไม่เอาวันนี้ จะเอาวันไหน นักเตะระดับหัวกะทิ อยู่ที่ ลีโอ สเตเดี้ยม เต็มเปี่ยมขนาดนี้ การจะโน้มน้าวใครเข้าทีม ไม่ใช่เรื่องยากเลย ดิโอโก้ ก็มีเพื่อนซี้ปึ้กอย่าง ตูเนซ ส่วน มุ้ยเอง ก็มีทั้ง สารัช อยู่เย็น และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่เคยเล่นด้วยกันสมัยอยู่ เอสซีจี เมืองทองฯ เวลานี้พวกเขาเป็นทีมที่พร้อมที่สุดในทุกองค์ประกอบ จึงทำให้สามารถมองไกลได้ถึงดับเบิ้ลแชมป์อย่างแน่นอน


เหตุผลสุดท้าย : หวังผงาดใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก


ผลงานของสโมสรจากไทยบนเวทีเอเชีย ต้องยอมรับเลยว่าช่วงหลังๆ ไม่ดีจริงๆ มีเพียง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในปี 2013 เท่านั้น ที่พอจะเชิดหน้าชูตา เนื่องจากปีนั้นพวกเขาเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ช่วงที่ผ่านมา ทีมจากไทยไม่ค่อยผ่านเพลย์ออฟ แต่ก็ว่าไม่ได้นะครับ การต้องบุกไปเยือนทีมจาก จีน , ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ในรอบที่สาม เป็นอะไรที่หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว แต่ทีมที่เข้ารอบอัติโนมัติ ก็มักจะเป็นทีมแจกแต้มในช่วงหลายปีหลัง ร่วงรอบแรกชนิดไม่ได้ลุ้น แต่กับ บีจี มันไม่ใช่ พวกเขาเตรียมทีมไว้รอลุยกับยักษ์เอเชีย อย่างน้อยๆ อย่างขี้เหร่ ผมก็เชื่อว่า ฤดูกาล 2021 มีพวกเขาในรายการนี้แน่นอน ซึ่งหากได้สองคนนี้มา ปีหน้าพวกเขาแทบไม่ต้องเสริมเลยก็ว่าได้ อาจจะดึงตัวไทยเข้ามานิดๆหน่อยๆ ไว้เป็นแบ็คอัพ หรือดึงตัวท็อปๆของอาเซียนเข้ามาสักคน ยิ่งการเข้ารอบเอเอฟซีฯ ได้ลึกเท่าไหร่ นั่นหมายถึงอะไครับ ทั้ง เม็ดเงินที่จะได้ถอนทุน , มูลค่าทีมที่เพิ่มมากขึ้น และค่าสัมประสิทธิ์ ที่จะช่วยให้สโมสรจากไทย มีมากกว่าลีกอื่นๆ เป็นสิ่งที่มีแต่ได้กับได้ทั้งนั้น ยิ่งประสบการณ์ของทั้ง ดิโอโก้ และ มุ้ย ผ่านเกมถ้วยเอเชียมาอย่างโชกโชน มีประสบการณ์ในลีกยุโรปมาแล้วมากมาย น่าจะช่วยทีมได้หนักมากเลยทีเดียว


และนี่ก็คือ 4 เหตุผลที่ผมมองว่า ทำไม บีจี จะต้องเสริมสองตัวเทพ ทั้ง ดิโอโก้ และ ธีรศิลป์ เข้ามา ขอย้ำนะครับว่าเป็นเพียงความคิดส่วนบุคคลของผู้เขียนเท่านั้น จะตรงกับใครหรือไม่ อันนี้ไม่ว่ากัน ส่งคอมเม้นต์เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดกันได้ สุดท้ายผมอยากจะจำลองการจัดทัพ กระต่ายแก้ว ในรูปแบบของซูเปอร์ทีม ให้แฟนๆได้ตรวจสอบกันสักหน่อยว่า เลกสองปีนี้ พวกเขาจะมีโฉมหน้าอย่างไร ในระบบ 3-5-2


                             ฉัตรชัย

            อิร์ฟาน        วิคเตอร์        ตูเนซ

สันติภาพ    ฐิติพันธ์    สารัช    สุมัญญา(มารุโอกะ)    สหรัฐ

                       ดิโอโก้    ธีรศิลป์


หลังจากนี้คงต้องตามดูกันว่าพวกเขาจะทำได้ตามเป้าประสงค์ทุกประการที่ตั้งไว้หรือไม่ แต่ผมกล้าฟันธงวันนี้เลยว่า ฤดูกาลนี้ ยังไงบีจี ก็มีถ้วยแชมป์เมเจอร์อย่างน้อยๆ 1 รายการ มาประดับ ลีโอ สเตเดี้ยม อย่างแน่นอน




                                  NickyMAN (นิก ธีร์ธวัช)