2
shared

คามาลา แฮร์ริส กับชัยชนะแห่งสตรีเพศ-ชาติพันธุ์อเมริกา

9 พฤศจิกายน 2563 16:55 104
คามาลา แฮร์ริส กับชัยชนะแห่งสตรีเพศ-ชาติพันธุ์อเมริกา

สิ่งที่ต้องแสดงความยินดีไม่แพ้ชัยชนะของโจ ไบเดน คือการที่ชาวอเมริกันได้รองประธานาธิบดีหญิงคนแรก แถมยังเป็นรองประธานาธิบดีผิวดำ บวกเอเชียอเมริกันคนแรกอีกด้วย คามาลา แฮร์ริส เธอผู้นี้จะเปลี่ยนอัตลักษณ์ของสหรัฐฯ ได้แค่ไหน

สำหรับผู้หญิงและกลุ่มชาติพันธุ์ในสหรัฐฯ ชัยชนะอันยิ่งใหญ่เหนือโดนัลด์ ทรัมป์ ของโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต คงไม่เทียบเท่ากับการได้เห็นรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐฯ แล้วยังเป็นหญิงผิวดำ บวกกับเป็นคนอเมริกันเชื้อสายเอเชีย ที่ได้นั่งเก้าอี้รองประธานาธิบดีเป็นคนแรกอีกด้วย

 

เพียงปีก่อนนี้เอง วุฒิสมาชิกหญิงจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ชิงชัยเพื่อคว้าตั๋วตัวแทนพรรคเดโมแครต เพื่อลงชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ความดุดันและการโจมตีโจ ไบเดน ต่อประเด็นเรื่องเชื้อชาติ ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในตัวเก็งชนะการเลือกตั้งขั้นต้น แต่ความทะเยอทะยานของแฮร์ริสล้มพับไป เธอพ่ายแพ้ แต่ก็เป็นไบเดน คนที่เธอโจมตีด้วยวาจาอย่างหนัก ที่ฉุดเธอขึ้นมาสู่ความสนใจของชาวอเมริกันอีกครั้ง

 

คามาลา แฮร์ริส เกิดในเมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ในครอบครัวที่พ่อแม่เป็นผู้อพยพเข้าเมือง มารดามีเชื้อสายอินเดีย ส่วนบิดาเกิดในจาไมกา พ่อแม่ของแฮร์ริสอย่าร้าง ตอนที่เธอมีอายุเพียง 5 ขวบ แม่ของเธอเลี้ยงแฮร์ริสด้วยตัวคนเดียว แต่ความใกล้ชิดกับมารดา ที่เป็นนักวิจัยมะเร็งและนักเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิ เป็นการปูทางให้เธอสนใจการเมือง

 


การที่มีคุณแม่เป็นชาวฮินดู ทำให้แฮร์ริสได้ย้อนกลับไปสู่รากเหง้าของเธอในอินเดียบ่อครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น มารดาของเธอยังเลี้ยงดูเธอและน้องสาว ด้วยวัฒนธรรมคนผิวดำอีกด้วย

 

รากเหง้าสองชาติพันธุ์ กับการเลี้ยงดูแบบพหุวัฒนธรรม ทำให้แฮร์ริสเข้าถึงอัตลักษณ์ชาวอเมริกันที่หลากหลาย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในเชิงการเมือง เพราะนับวันกลุ่มชาติพันธุ์ในอเมริกา เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่คนผิวขาวมีจำนวนลดลง

 

แต่เป็นชีวิตในมหาวิทยาลัยโฮวาร์ด มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยคนผิวดำที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งเปลี่ยนทัศนคติต่อการเมืองและการเหยียดสีผิวของแฮร์ริส

 


หลังศึกษาจบด้านกฎหมาย เธอทำงานในสำนักอัยการเขต ก่อนจะไต่เต้าขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับเลือกเป็นอัยการเขตนครซานฟรานซิสโกในปี 2003 และขึ้นเป็นอัยการสูงสุดในปี 2010 และรับตำแหน่งต่อเนื่อง 2 สมัย จนในปี 2016 เธอชนะการเลือกตั้ง ขึ้นเป็นวุฒิสมาชิกแอฟริกันอเมริกาคนที่ 2 ของสหรัฐฯ และอเมริกันเชื้อสายเอเชียใต้คนแรกที่นั่งในวุฒิสภา

 

คามาลา แฮร์ริส สมรสกับดักลาส เอ็มฮอฟฟ์ ว่าที่สุภาพบุรุษหมายเลข 2 และเป็นแม่เลี้ยงให้กับลูกติด 2 คนของเอ็มฮอฟฟ์

 

ต้องเรียกว่า แฮร์ริสเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของเดโมแครตมานับแต่ขึ้นเป็นวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ แล้ว แนวคิดของเธอค่อนไปทางเอียงซ้ายและหัวก้าวหน้า เธอสนับสนุนการแต่งงานของบุคคลเพศเดียวกัน การยกเลิกโทษประหารชีวิต และอื่นๆ

 

ในช่วงที่เกิดการเคลื่อนไหวต่อต้านการสังหารคนผิวดำของตำรวจ แฮร์ริส ได้ก้าวขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงสำคัญให้คนหลากชาติพันธุ์ เธอเรียกร้องให้ปฏิรูปการทำงานของตำรวจทั่วประเทศ ซึ่งการมีพื้นเพที่เคยทำงานกับตำรวจ ทำให้เสียงของเธอทรงพลังอย่างมาก

 


และหากเพียงคำพูดยังไม่เพียงพอ หลังวันที่ 20 มกราคม ปี 2021 เมื่อเธอได้ขึ้นเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เธอจะมีโอกาสได้เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เธอต้องการโดยตรง