34
shared

ผลสอบสวนโรค "หนุ่มอินเดีย" ติดโควิด มีผู้สัมผัสเสี่ยง 290 ราย

8 พฤศจิกายน 2563 15:43 9140
ผลสอบสวนโรค "หนุ่มอินเดีย" ติดโควิด มีผู้สัมผัสเสี่ยง 290 ราย

สธ. เร่งสอบสวนโรค 290 ผู้ใกล้ชิด "ชายอินเดีย" ติดโควิด-19 ล่าลุดผลตรวจครอบครัวเป็นลบ ส่วนภรรยายังรอลุ้นผล

วันนี้( 8 พ.ย.63) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นายแพทย์ โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป แพทย์หญิง วลัยรัตน์ ไชยฟู  ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา ระบุถึงความคืบหน้า กรณีชายสัญชาติอินเดียตรวจพบเชื้อโควิด-19 ขณะไปตรวจร่างกายเพื่อขอใบอนุญาตทำงานที่จังหวัดกระบี่

พญ.วลัยรัตน์ ระบุว่า สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ โควิด-19 ชายชาวอินเดีย อายุ 37 ปี ที่เกาะพีพี อ.เมือง จ.กระบี่ เบื้องต้นพบเป็นเจ้าของร้านอาหารที่จังหวัดกระบี่ มีการเดินทางไปในหลายจังหวัด เช่น จังหวัดกระบี่ ภูเก็ต เชียงใหม่ สุโขทัย และมีการเดินทางไปต่างประเทศในช่วงปลายปี2562-จนถึงต้นปี2563 โดยอยู่ไทยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาซึ่งเริ่มมีอาการไอ ในวันที่ 2 พ.ย. และได้เดินทางไปตรวจร่างกาย และตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 4 พ.ย.


รายละเอียดการตรวจเชื้อ ตรวจด้วยกัน 2 ครั้ง ครั้งแรกที่รพ.เอกชน ในจังหวัดภูเก็ต ตรวจพบเชื้อ จากนั้นรพ.ส่งผลตรวจยืนยันที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 พบเชื้อเช่นเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งตรวจผลเชื้ออย่างละเอียดและได้มีการถอดรหัสพันธุ์กรรม จากนั้นได้มีการตรวจเชื้ออีกครั้งที่รพ.กระบี่อีกครั้ง ไม่พบเชื้อ 

กรณีไม่พบเชื่อพญ. วลัยรัตน ระบุว่า ค่าผลลัพธ์จาการตรวจเชื้อ ในวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า มีเชื้อน้อยมาก ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีลักษณะเดียวกัน อาจมีการติดเชื้อมาก่อนหน้านี้ที่อาจตรวจเจอบ้างไม่เจอบ้าง จึงเป็นไปได้ว่า เจอเชื้อแน่นอน และ ข้อมูลจากการตรวจแอนตี้บอดี้ เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา พบว่า มีการติดเชื้อ คาดว่าอาจรับเชื้อมาก่อนหน้านี้ 2 สัปดาห์

ส่วนการติดตามกลุ่มผู้สัมผัสชายอินเดีย ตอนนี้มีทั้งหมด 290 ราย แบ่งเป็น ความเสี่ยงสูง 79 ราย มีการนัดตรวจหาเชื้อและให้สังเกตุอาการ 14 วัน แบ่งเป็น (ครอบครัวเดียวกัน 4 ราย ไม่พบเชื้อ 3 ราย เหลือรอผล 1 ราย ,เพื่อน 3 รายที่จังหวัดสุโขทัย เป็นเพื่อนผู้ชายอยู่ระหว่างเก็บตัวอย่าง ,เพื่อนที่ภูเก็ต 2 ราย เป็นชาวอเมริกา1 ราย  คนไทย1ราย , ผู้สัมผัสในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพนักงานโรงแรม 2 ราย ,ผู้สัมผัสบนเครื่องบิน 2 เที่ยวบิน โดยนับ 2 แถวหน้า 2 แถวหลัง และพนักงานบนเครื่องบิน ทั้งหมด 45 รายอยู่ระหว่างการตรวจหาเชื้อ , ผู้สัมผัสบนเรือเฟอร์รารี่ ขาไปขากลับ 19 รายอยู่ระหว่างรออตรวจเชื้อเช่นเดียวกัน ขณะที่ ร.พ.เอกชนในจังหวัดภูเก็ต ผู้สัมผัสถึงแม้จะมีการป้องกันแต่ก็ได้มีการตรวจหาเชื้อและกักตัว คือ พยาบาล 1 ราย  แพทย์ 1 ราย , ผู้ช่วยแพทย์  1  ราย และ ล่าม1 ราย

ส่วนกลุ่มความเสี่ยงต่ำ ไม่ได้มีการตรวจเชื้อแต่ให้สังเกตุอาการ หากมีอาการให้รีบไปโรงพยาบาลโดยการหาสาเหตุการติดเชื้อ ตอนนี้ทีมสอบสวนโรคกำลังซักประวัติย้อนไปก่อนหน้านี้ รวมถึงการดูผลตรวจรหัสสารพันธุกรรม

อย่างไรก็ตามต่อจากนี้ คือ ต้องไปสอบสวนโรคว่า ชายชาวอินเดียรายนี้ติดเชื้อนานเป็นระยะเวลาเท่าไหร่ ติดมาจากพื้นที่ไหน ทำให้ต้องมีการสอบสวนโรคต่อว่าไปรับเชื้อมาได้อย่างไร ติดนานขนาดไหน ส่วนโอกาสที่จะไปแพร่เชื้อต่อนั้น เบื้องต้นคือต้องตามผู้สัมผัสมาตรวจหาเชื้อทั้งหมด แต่หากดูจากกลุ่มความเสี่ยงสูงในครอบครัว 4 ราย ที่ 3 รายแรก ผลตรวจออกมาแล้ว ไม่พบเชื้อ เหลือรอผลตรวจจากภรรยา โอกาสในการแพร่เชื้อต่อยังคงน้อยมาก

ด้าน นายแพทย์ โสภณ ระบุถึง การลดการกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วัน ว่า อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลจากทั้งไทยและต่างประเทศ เป้าหมายคือ กลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำที่มีสถานการณ์ใกล้เคียงกับประเทศไทย จะเห็นว่าสถานการณ์ล่าสุด การติดเชื้อในหลายประเทศแตกต่างกัน ส่วนใหญ่ในยุโรปยังคงมีการแพร่ระบาดสูง ตอนนี้การบริหารจัดการความเสี่ยงของไทยยังคงอยู่ที่การกักกันโรค 14 วันสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศ

ที่ผ่านมามีชาวต่างชาติและคนไทยเดินทางเข้าประเทศกว่า 1.4 แสนคน  โดยติดเชื้อ 881 คนหรือ ร้อยละ 0.16 ประมาณการณ์ เช่น มีเข้ามา 200 คน จะติดเชื้อ 1 คน ทำให้จำเป็นต้องมีการแบ่งประเทศตามกลุ่มเสี่ยงต่างๆ โดยจะพิจารณาจากข้อมูลประเทศต้นทางในการแพร่ระบาดเป็นหลัก ซึ่งการลดวันกักตัว 14 วัน เหลือ 10 วันมีความเสี่ยงไม่ต่างกัน ซึ่งการตรวจเชื้อ ด้วยรูปแบบ PCR ก่อนเดินทางของผู้ที่จะเดินทางเข้าไทย สามารถช่วยลดความเสี่ยงประมาณได้ร้อยละ50 พอมาถึงประเทศไทยก็จะตรวจเชื้อ PCR วันแรกและตรวจแอนตี้บอดี้ทันที เมื่อผ่านไป 5 วัน ตรวจ PCR อีกครั้ง และวันที่ 9 ก็จะตรวจ PCR และตรวจแอนตี้บอดี้ เมื่อ ครบ10 วันจะมีมาตรการเสริมในการติดตามตัวอีก 4 วัน มีระบบรายงานการป่วย

โดยข้อมูลทั้งหมดในการลดวันกักตัว จาก 14 วันเหลือ 10 วัน อยู่ระหว่างการพิจารณา จาก ศบค. ชุดใหญ่ ในการเคาะว่าจะประกาศใช้เมื่อใด




เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE