1
shared

เอสพีซีจี9เดือนกำไร 2,351ล้าน

6 พฤศจิกายน 2563 08:06 69
เอสพีซีจี9เดือนกำไร 2,351ล้าน

เอสพีซีจี ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3 มีกำไร 684.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.06% ส่วน9เดือน 2,351ล้าน

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) SPCG รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/63 มีกำไรสุทธิ 684.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 575.20 ล้านบาท 

สำหรับงวด 9  เดือน มีกำไรสุทธิ 2,351.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำ ไร 2,168.7 ล้านบาท 

กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจาก รายได้จากการขายและการให้บริการ สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุด จำนวน 3,813.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 (3,794.6 ล้านบาท)จำนวน 19.0 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1 ทั้งนี้เนื่องจาก 

- บริษัท โซลาร์เพาเวอร์รูฟ จำกัด  ซึ่งดำเนินธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลัง งานแสงอาทิตย์ บนหลังคา (Solar Roof) สำหรับบ้านพักอาศัย สำนักงาน อาคารธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจขนาดกลางและธุรกิจขนาดใหญ่ รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมและอื่นๆ ใน ปี 2563 มีรายได้จำนวน 449.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 (391.5ล้านบาท) จำนวน 58.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15

- ใน ปี2563 บริษท ฯ มีรายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตยจำนวน 36 โซล่าฟาร์ม รวมทั้งสิ้น 3,256.7 ล้านบาท โดยเป็นรยได้จากการจำหหน่ายอุปกรณ์จำนวน 7.3 ล้านบาท และเป็นรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตยจำนวน 3,249.4 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 (3,254.6ล้านบาท) จำนวน 5.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.2 เนื่องจากรายได้เงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) จำนวน 8 บาทต่อหน่วยของบริษท โซล่า เพาเวอร์ (โคราช 1) จำกัด ได้สิ้นสุดลงเมื่อวัน ที่20 เมษายน 2563 แม้ว่าจำนวนกระแสไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายได้มีจำนวน 292.7 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้นจากปี2562 (289.4 ล้านหน่วย) จำนวน 3.3 ล้านหน่วย หรือคิดเป็นร้อยละ 1

- บริษัท สตีลรูฟ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิต จำหน่าย และให้บริการติดตั้งหลัง คาเหล็กรีดร้อน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าหลังคาเมทัล ชีท (Metal Sheet Roofing) ในปี 2563 มีรายได้จำนวน 70.0 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562

(117.1ล้านบาท) จำนวน 47.1ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40 

ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นมีจำนวนร้อยละ 72 สูงขึ้นจากปี 2562 ที่มีจ นวนร้อยละ 69 โดยมีสาเหตุหลักมาจากในปี 2563 บริษท มีนโยบายในการบริหารจัดการลดต้นทุนด้านต่างๆ ส่งผลให้ต้นทุน O&M (Operating & Maintenance) สำหรับธุรกิจโซล่าฟาร์ม ทั้งในปัจจุบัน และอนาคตลดลงถึงปี ละ 82 ล้านบาท อีกทั้งในปีนี้ภาครัฐมีนโยบายลดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง 90% ทำให้บริษัทฯ มีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลดลงจำนวน 54.0 ล้านบาท

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline