13
shared

ศึกเลือกตั้งสหรัฐฯ จะเกิดอะไรขึ้น หากมีคนไม่ยอมรับความพ่ายแพ้?

3 พฤศจิกายน 2563 14:59 836
ศึกเลือกตั้งสหรัฐฯ จะเกิดอะไรขึ้น หากมีคนไม่ยอมรับความพ่ายแพ้?

"ทรัมป์" ปฏิเสธข่าวที่ว่าจะประกาศชัยในวันเลือกตั้งสหรัฐฯ หากคะแนนนำหน้า "ไบเดน" แต่ที่ผ่านมาทรัมป์เคยย้ำหลายครั้งว่าจะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

วันนี้ (3 พ.ย.63) Van Jones - Attorney นักวิจารณ์การเมือง และอดีตเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว ได้เคยพูดถึงกระบวนการเลือกตั้งสหรัฐฯ โดยระบุว่า เขาเคยคิดว่าตนเองเป็นคนที่รู้เรื่องกระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศ แต่สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ เขากลับบอกว่า "เขาแทบไม่รู้อะไรเลย"

Van Jones - Attorney จึงทำการวิจัย และพยายามค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ที่ไม่ได้ระบุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ และพบว่ายังมี “ช่องว่างทางกฎหมาย” ที่ทำเอาเจ้าตัวช็อก และเชื่อว่าทุกคนก็จะช็อกอีกด้วย 

อย่างที่รู้ว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ผู้สมัครประธานาธิบดีสามารถแพ้ป๊อปปูลาร์โหวต ล้มเหลวที่จะได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งส่วนใหญ่ และอาจปฏิเสธที่จะพ่ายแพ้ แต่ท้ายที่สุดก็ได้สาบานตนรับตำแหน่ง มันเป็นเรื่องจริง ที่อาจฟังเหมือนดูซีรีย์ house of card อยู่ 

แต่นี่คือโลกจริง ความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นจริงได้ในปี 2020 หรือแม้แต่ในปีอื่น ๆ 


ประเด็นหลักที่จะสามารถปกป้องประชาธิปไตยของสหรัฐฯได้ ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เกี่ยวกับข้อกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นแค่ประเพณีปฏิบัติที่มีมาอย่างยาวนานในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คือต้องมี “ผู้อาสาคนหนึ่ง” ที่จะไม่ทำให้เกิดการประท้วง การสไตร์คตามมาหลังเลือกตั้ง นั่นคือ concession speech หรือ "การประกาศยอมรับความพ่ายแพ้" ที่แน่นอนไม่มีใครต้องการจะกล่าวคำนั้น  

แต่นี่จะเป็นประโยคที่จะแสดงให้เห็นถึงคุณค่าแห่งประชาธิปไตยของสหรัฐฯ!

เพราะเมื่อผู้สมัครคนนั้น รู้ว่าจะไม่มีวันได้ไปถึงตัวเลข 270 แล้ว มันคือช่วงเวลาที่สำคัญอย่างมาก เพราะชะตาของสหรัฐฯ ขึ้นอยู่ขึ้นอยู่กับนักการเมืองแค่คนเดียวเท่านั้น ว่าพร้อมที่จะเดินจากไป ขึ้นโพเดียมกล่าวยอมรับ อาสารับความพ่ายแพ้ต่อประชาชนทั้งประเทศ ขอบคุณทุกความสนับสนุน ขอให้ประเทศเคลื่อนไปข้างหน้า god bless america! 

นี่คือธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีงามอย่างมากของสหรัฐฯ ที่มีมาอย่างยาวนาน 

แน่นอนว่าผู้สมัครแต่ละคนจะมีกองหนุนของตัวเองอยู่แล้ว และเชื่อว่ากองหนุนเหล่านี้บางส่วนมีอาวุธที่พร้อมจะลงสู่ถนน เพื่อผู้ที่ตนสนับสนุนได้อย่างที่พวกเขาต้องการ แต่ประโยค concession speech นี้เองที่ Jones เชื่อว่ามันจะเป็นตัวหยุดความเคลื่อนไหวที่อาจรุนแรงลงได้ทั้งหมด เพราะนั่นคือการส่งสารไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนว่า “คุณ หยุดอยู่ตรงนั้น ทุกอย่างมันจบแล้ว”

และ concession speech นั้นจะช่วยคนอีกหลายสิบล้านคนที่โหวตให้กับผู้สมัครคนนั้นให้ยอมรับผลในการเลือกตั้ง แล้วในวันถัดไปทุกคนก็กลับไปทำงานตามปกติ แน่นอนว่าอาจมีผิดหวังกับผลบ้าง แต่มันจะไม่เป็นการแสดงความ disroyal ต่อรัฐบาลอเมริกา

แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า เป็นแค่ธรรมเนียมปฏิบัติ ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีอะไรมาบังคับให้เขายอมรับความพ่ายแพ้ได้


แล้วหากไม่มีผู้สมัครคนไหนที่ยอมประกาศความพ่ายแพ้ล่ะ?

ปกติแล้วคนทั่วไปจะคิดกันว่าเมื่อถึงคืนวันเลือกตั้ง ผลแพ้ชนะชัดเจน ผู้แพ้ก็จะประกาศชัย และก็จบเพียงเท่านั้น รู้กันแล้วว่าใครได้เป็นผู้นำคนใหม่ แต่อย่าลืมว่ามีกระบวนการหลังจากวันเลือกตั้งอีกมาก และตรงนี้มันจะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

ยกตัวอย่างปี 2020 อัลกอร์ ยอมรับ ทันทีที่ศาลสูงสั่งให้หยุดนับคะแนน เขาไม่ได้เลือกที่จะต่อสู้ต่อทั้งในทางกฎหมายของรัฐ ไม่โต้แย้งเรื่อง Electoral college และไม่ได้เข้าสู่สภาคองเกรส เพราะเขาไม่ได้ต้องการจะดิสเครดิตผลการเลือกตั้ง และที่สำคัญ เขาไม่ได้ขอให้กลุ่มผุ้สนับสนุนเขาออกมาบนท้องถนน 

เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาทำกัน ไม่ต่อสู้ในขั้นตอนต่อ ๆ ไป

จนกระทั่งปีนี้ 2020 เมื่อผู้สมัครคนหนึ่งประกาศว่าอาจไม่รับผลการนับคะแนน

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น? 


ก็เป็นได้ที่ผู้แพ้จะเข้าสู่การต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อคว้าอำนาจ พยายามหยุดการนับคะแนนทางไปรษณีย์ บอกว่ามันเป็นการโกง และเขาอาจจะขอให้รัฐ ปฏิเสธที่จะรับผลการเลือกตั้ง เพราะการโกง หรือข้ออ้างว่ามันมีการแทรกแซงจากภายนอก

หรือไม่งั้น พรรคการเมืองที่พ่ายแพ้ อาจตั้งคณะผู้เลือกตั้งใหม่ขึ้นมา แล้วส่งไปยังสภาคองเกรส บอกว่า นี่คือคณะผู้เลือกตั้งที่แท้จริง สร้างสถานการณ์ใหม่ขึ้นมา มันจะกลายเป็นความวุ่นวายอย่างมาก  ทั้งต่อคณะผู้เลือกตั้ง และต่อสภาคองเกรส

และถ้าปีนี้ 2020 การเลือกตั้งประธานาธิบดีจะไปจบที่สภาผู้แทนราษฎร พวกเขาจะไม่สนเรื่อง popular vote , electoral vote ไม่สนว่าผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไร เหมือนกับว่าการเลือกตั้งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

บรรดาคณะผู้เลือกตั้ง จะไปโหวตในวันที่ 14 ธันวาคม ก่อนที่ทั้ง 2 สภา จะประกาศอย่าชัดเจนในวันที่ 6 มกราคม เพื่อนับคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง และประกาศชื่อผู้ชนะการเลือกตั้ง 

โดยปกติแล้ว “ผู้ว่าการรัฐ” จะเป็นผู้รับรองผลลัพธ์ของคณะผู้เลือกตั้งในรัฐของตน และแบ่งปันข้อมูลกับสภาคองเกรส

แต่ที่ผู้เชี่ยวชาญกังวลคือ บางรัฐแบทเทิลกราวน์ ที่คะแนนยังสูสีกันอย่าง Pennsylvania, Michigan, Wisconsin and North Carolina ซึ่งมีผู้ว่ากการรัฐเป็น “เดโมแครต” แต่มีฝ่ายนิติบัญญัติที่ควบคุมโดย “รีพบัลิกัน” เพราะเคยมีกรณีที่รัฐฟลอริดา ในปี 2000 ที่นิติบัญญัติฝ่ายรีพับลิกันครองอยู่ พิจารณาให้คณะผู้เลือกตั้งของรัฐเป็นของรีพับลิกัน ก่อนที่เรื่องจะถูกส่งไปศาลสูง และไปสิ้นสุดให้บุชได้ชัยเหนือรัฐนี้ไป 

เพราะในช่องโหว่ของกฎหมาย ก็อาจมี scenario ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาได้เสมอ 

และนั่นอาจทำให้คนทั่วไปเรียกว่า ถูกกฎหมาย และเป็นการรัฐประหารโดยรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ เอง 


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE