5
shared

ผู้สมัครหน้าใหม่ใช้รถพุ่มพวงหาเสียงแข่งเลือกตั้งเมียนมา

3 พฤศจิกายน 2563 12:54 561
ผู้สมัครหน้าใหม่ใช้รถพุ่มพวงหาเสียงแข่งเลือกตั้งเมียนมา

เมียนมาเข้าสู่โค้งสุดท้ายสู่การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ แต่สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ทำให้การหาเสียงของผู้สมัครจากพรรคขนาดเล็ก ทำได้จำกัด แต่มีผู้สมัครหน้าใหม่รายหนึ่ง ฉีกกรอบ ใช้วิธีที่คาดไม่ถึง คือ ใช้รถพุ่มพวง หรือรถขายของชำในการหาเสียง

แม้เมียนมาจะเผชิญกับการล็อกดาวน์ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่การเลือกตั้งทั่วไป ยังเดินหน้าต่อ

 

สำหรับพรรครัฐบาลอย่างเอ็นแอลดี หรือสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของนางออง ซาน ซูจี ถือว่าได้เปรียบพรรคอื่น เพราะมีฐานเสียงและชื่อเสียงที่ดีอยู่แล้ว

 

แต่สำหรับผู้สมัครหน้าใหม่ อย่าง นาง ห่าน อุ๊ ขิ่น จากพรรคการริเริ่มของประชาชน หรือพีพีพี การล็อกดาวน์ ทำให้หาเสียงได้ลำบากมาก

 

แต่สำหรับผู้สมัครหญิงวัย 34 ปี เธอมีไพ่ตาย นั่นคือ รถขายของชำเคลื่อนที่ หรือถ้าเป็นในไทยก็คือรถพุ่มพวงนั่นเอง



 

รถขายของชำแบบนี้จึงเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ฉันได้ช่วยคนรากหญ้าในเขตของฉัน และยังได้นำเสนอพรรคและตัวฉันเองต่อสาธารณชน

 

ข้อดีคือ ฉันได้แนะนำตัวเองต่อประชาชนโดยตรง แล้วยังขายของได้อีกด้วย มันดีกว่าการไล่แจกใบปลิวหาเสียง ประโยชน์อีกข้อ คือ ลูกค้าประหยัดเงินจากการซื้อสินค้าราคาถูกอย่าง ไข่ และหอมใหญ่ ห่าน อุ๊ ขิ่น กล่าว โดยระหว่างหาเสียงนั้น เธอสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอด

 

ห่านบอกว่า เธอเข้าถึงประชาชนหลายพันครัวเรือนในเขตเลือกตั้งของเธอ ด้วยการใช้รถพุ่มพวงแบบนี้ แต่ถ้าเธอต้องการชนะการเลือกตั้งในเขตนี้ เธอจะต้องเข้าถึงประชาชนให้ได้ถึง 1 แสน 8 หมื่นคน ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้

 

แต่ผู้สมัครมือใหม่ ไม่หวังจะชนะการเลือกตั้งในปีนี้ เพราะยุทธศาสตร์รถพุ่มพวง เป็นวิธีทำให้ผู้คนรู้จักพรรคและตัวเธอมากขึ้น เป็นการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งครั้งหน้าในปี 2025




ในฐานะพรรคใหม่ มันยากมากที่จะเอาชนะพรรคเอ็นแอลดี เราต้องทำงานหนักเพื่อชนะพวกเขา แต่เราจะใช้ยุทธศาสตร์รถขายของชำต่อไป เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อพรรคและผู้สมัครของเรา ไม่ว่าผลการเลือกตั้งในครั้งนี้จะเป็นอย่างไรก็ตาม เราจะรับใช้ประชาชนและเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งในปี 2025 ต่อไป

 

สำหรับเขตธิงอังยุ่น เป็นเขตที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดในนครย่างกุ้ง ขณะที่ เมียนมา มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเกิน 1 พันรายต่อเนื่องมาหลายวันแล้ว โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่กว่า 5 หมื่น 3 พันคน และมีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 1 พัน 300 คน