2
shared

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 7 ลิเวอร์พูล พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

1 พฤศจิกายน 2563 02:41 241
ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020-21 สัปดาห์ที่ 7 ลิเวอร์พูล พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ดิโอโก้ โชต้า ทำคนละประตู ช่วยให้ ลิเวอร์พูล รัวแซงเอาชนะ เวสต์แฮม 2-1 เก็บสามแต้ม พร้อมขยับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงของตาราง ขณะที่ เวสต์แฮม พ่ายเป็นเกมแรก ในรอบ 5 เกม หล่นไปอยู่อันดับ 13 ของตาราง

วันนี้ (1 พ.ย. 63) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 7 ของฤดูกาล ที่สนาม แอนฟิลด์ เป็นการพบกันของ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรับการมาเยือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ลงทำการแข่งขันเวลา 00.30 น.


ครึ่งเวลาแรก

เริ่มเกมมาเพียง 10 นาที จาร์ร็อด โบเว่น ได้บอลทำเกมขึ้นมาก่อนจ่ายออกไปด้านซ้ายให้ แอรอน มาซูอากู ได้จังหวะเปิดบอลจากด้านซ้ายเข้ามา โจ โกเมซ พยายามโหม่งสกัดบอล ก่อนที่บอลจะไปเข้าทาง ปาโบล ฟอร์นาลส์ ได้จังหวะยิงจากในเขตโทษส่งบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไป ช่วยให้ เวสต์แฮม บุกนำ ลิเวอร์พูล 1-0 

เกมดำเนินถึงนาทีที่ 25 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำชิ่งกับ ซาดิโอ มาเน่ ก่อนที่จะเป็น ซาดิโอ มาเน่ ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ แต่มาโดนแผงหลังของทีมเยือนสกัดล้มในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่ได้ว่าอะไร บอลยังไปเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พยายามหาช่อง ก่อนจ่ายต่อไปให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้จังหวะยิงจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งหลุดเสาออกไปนิดเดียว 

นาทีที่ 36 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จ่ายบอลให้ ซาดิโอ มาเน่ ก่อนทำชิ่งกับ โรเบร์โต้ ฟิร์มิโน่ แล้วเป็น ซาดิโอ มาเน่ ได้จังหวะเปิดบอลเข้ามาให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่สอดขึ้นมาทางด้านซ้าย แล้วยิงเต็มข้อ แต่บอลเหินข้ามคานไป 

นาทีที่ 40 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้จังหวะเอาบอลลงในเขตโทษ ก่อนที่เจ้าตัวจะโดน แอรอน มาซูอากู เข้ามาสกัดจนทำให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที ก่อนเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ รับหน้าที่ยิงไม่พลาด ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอ เวสต์แฮม 1-1 

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เสมอ เวสต์แฮม 1-1 


ครึ่งเวลาหลัง

เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 50 แอรอน มาซูอากู ได้บอลหลุดขึ้นมาทางด้านซ้าย ก่อนเลือกเปิดเลียดเข้าไปในเขตโทษ บอลมาเข้าทาง ปาโบล ฟอร์นาลส์ ได้จังหวะยิงแต่บอลเบาก่อนไปเข้ามือของ อลีสซง เบ็คเกอร์

นาทีที่ 60 เซบาสเตียน อัลแลร์ ได้จังหวะโหม่งช่งบอลไปให้ ปาโบล ฟอร์นาลส์ ได้บอลก่อนเลี้ยงจี้เข้าเขตโทษ แล้วพยายามยิงบอล แต่บอลไปติดบล็อคของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

นาทีที่ 74 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้จังหวะเปิดบอลจากด้านขวาเข้าไปในเขตโทษ ก่อนเป็น ซาดิโอ มาเน่ พักอกเอาบอลลงก่อนจ่ายต่อให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้จังหวะยิงด้วยซ้าย บอลหลุดเสาออกไป 

หลังจากนั้นอีก 3 นาที เชอร์ดาน ชากิรี่ ได้บอลเลี้ยงขึ้นมาก่อนจ่ายบอลไปด้านซ้ายให้ ดิโอโก้ โชต้า ได้บอลทางด้านซ้าย ก่อนเปิดเข้าไปในเขตโทษให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้จังหวะยิงบอลไปติดเซฟ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ก่อนที่ ซาดิโอ มาเน่ จะพยายามซ้ำ แต่  อันเจโล่ อ็อกบอนน่า สกัดบอลไปเข้าทาง ดิโอโก้ โชต้า ได้จังหวะยิงเข้าไป แต่ วีเออาร์ เช็กภาพจังหวะดังกล่าวนั้นเป้นการฟาวล์ของ ซาดิโอ มาเน่ ที่ไปทำฟาวล์ใส่ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ จึงริบสกอร์ไป 

นาทีที่ 85 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ไหลบอลเข้ากลางให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก่อนจ่ายต่อให้ เชอร์ดาน ชากิรี่ ก่อนจ่ายบอลทะลุช่องให้ ดิโอโก้ โชต้า ได้จังหวะหลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ ก่อนยิงผ่านมือของ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ เข้าประตูไป ช่วยให้ ลิเวอร์พูล แซงขึ้นนำ เวสต์แฮม 2-1

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน โมฮาเหม็ด ลิเวอร์พูล เอาชนะ เวสต์แฮม 2-1 เก็บสามแต้ม พร้อมขยับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงของตาราง ขณะที่ เวสต์แฮม พ่ายเป็นเกมแรก ในรอบ 5 เกม หล่นไปอยู่อันดับ 13 ของตาราง


รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล ระบบ (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ ; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ,นาธาเนียล ฟิลลิปส์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; เคอร์ติส โจนส์ (เชอร์ดาน ชากิรี่ น.70), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ; โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (เจมส์ มิลเนอร์ น.90), โรเบร์โต้ ฟิร์มิโน่ (ดิโอโก้ โชต้า น.70), ซาดิโอ มาเน่

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ระบบ (5-4-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ; วลาดิเมียร์ คูฟาล, ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, แอรอน เครสส์เวลล์, แอรอน มาซูอากู (มานูเอล ลานซินี่ น.88); จาร์ร็อด โบเว่น(ซาอิด เบนราห์มา น.88), โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์, ปาโบล ฟอร์นาลส์ ; เซบาสเตียน อัลแลร์ (อังเดร ยาร์โมเลนโก้น.74)


ไฮไลท์การแข่งขัน