4
shared

4 ปีผ่านไป "ทรัมป์" รักษาสัญญาอะไรได้บ้าง?

30 ตุลาคม 2563 12:31 190
4 ปีผ่านไป "ทรัมป์" รักษาสัญญาอะไรได้บ้าง?

4 ปีผ่านไป "โดนัลด์ ทรัมป์" รักษาสัญญาอะไรได้บ้าง ที่เคยให้ไว้กับชาวอเมริกันไปดูกันเลย

วันนี้( 30 ต.ค.63) ในการหาเสียงครั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป ยังคงชู นโยบาย Make America Great Again หรือทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ผู้สนับสนุนของทรัมป์จำนวนไม่น้อย ยังคงเทใจให้เขาอยู่เพราะพอใจในผลงานการบริหารประเทศ 4 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการรักษาคำมั่นสัญญาที่ทรัมป์ให้ไว้ในการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน มีข้อไหนที่เขาทำได้และไม่ได้บ้าง ไปดูกันเลย

ทรัมป์สัญญาว่าจะลดอัตราภาษีนิติบุคคลและลดภาษีให้ชาวอเมริกันจำนวนมาก แม้ไม่สามารถลดภาษีนิติบุคคลจาก 35% เป็น 15% อย่างที่สัญญาไว้ แต่ก็ลดเหลือ 21%

ขณะที่ภาษีบุคคลธรรมดา ลดลงตามสัดส่วนรายได้และใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่ทรัมป์สัญญาว่าหากได้บริหารประเทศต่ออีกสมัย จะเดินหน้าแผนลดภาษีบุคคลธรรมดาให้ต่อ แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่า แผนการลดภาษีของทรัมป์เอื้อประโยชน์ให้ก้บคนรวยมากกว่าคนจน



-Climate Change หรือสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

ทรัมป์ เคยระบุว่า ปัญหา Climate change เป็นเรื่องหลอกลวงที่สร้างขึ้นโดยจีนเพื่อขัดขวางการเติบโตทางอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกา และประกาศจะนำสหรัฐฯ ออกจากความตกลงปารีส ซึ่งทรัมป์ทำได้สำเร็จ และจะมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้

-ปฏิรูปคณะตุลาการสหรัฐฯ

ทรัมป์เสนอชื่อให้แต่งตั้ง นีล กอร์ซัซ , เบร็ต คาวานอห์ และ เอมี คอร์นีย์ บาร์แรตต์ เป็นตุลาการศาลสูงสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้พิพากษาสายอนุรักษ์นิยม 6 คน ต่อตุลาการสายเสรีนิยม 3 คน ทำตามสัญญาว่าจะปรับโครงสร้างศาลยุติธรรมสหรัฐฯ ได้สำเร็จ และเสนอชื่อแต่งตั้งผู้พิพากษาสายอนุรักษ์นิยมศาลชั้นต้นอีก 200 คน

ในการหาเสียงในรัฐไอโอวาเมื่อปี 2015 ทรัมป์ขู่ว่าจะใช้ระเบิดกวาดล้างกลุ่ม IS หลังขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สหรัฐฯทิ้งระเบิดที่ไม่ใช่นิวเคลียร์ ลูกใหญ่ที่สุดในคลังแสงใส่ฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอสในอัฟกานิสถาน และผู้นำไอเอสฆ่าตัวตายระหว่างการจู่โจมของหน่วยคอมมานโดสหรัฐฯ

ทรัมป์ประกาศจะย้ายสถานสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล จากกรุงเทลอาวีฟ ไปที่นครเยรูซาเล็ม ปี 2017 ทรัมป์ยอมรับอย่างเป็นทางการให้เยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล และย้ายสถานทูตไปในปี 2018 ท่ามกลางข้อพิพาทที่ยังตกลงกันไม่ได้ของอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่ต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเมืองนี้ 

นี่คือสิ่งที่ทรัมป์ได้ทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้กับชาวอเมริกันในการเลือกตั้งเมื่อปี 2016 ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันก็มีสัญญาอีกหลายข้อที่เขายังทำไม่ได้



- สัญญาว่าจะจ่ายหนี้สินของประเทศมูลค่า 19 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในเวลา 8 ปี 

ผ่านมาครึ่งทาง สหรัฐฯกลับมีหนี้เพิ่มขึ้น ถึง 27 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีหนี้เพิ่มขึ้นอีกจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ก่อนหน้านี้ทรัมป์บอกกับผู้สนับสนุนของเขาว่า จะเนรเทศผู้อพยพที่ผิดกฎหมายทั้งหมดมากกว่า 11 ล้าน 3 แสนคน ออกนอกประเทศ หลังการเลือกตั้ง ได้ปรับสัดส่วนผู้ที่ต้องถูกอพยพให้เหลือประมาณ 2-3 ล้าน คนที่ "เป็นอาชญากรและมีประวัติเป็นสมาชิกแก๊งค้ายาเสพติด"

ในปี 2019 มีผู้อพยพผิดกฎหมายถูกการเนรเทศ 267,000 คนน้อยกว่า ปี 2012 ภายใต้การบริหารงานของบารัก โอบามา ที่เนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมาย 410,000 

พรรครีพับลิกันไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายยกเลิกหรือปฏิรูปกฎหมายโอบามา ขณะที่คำมั่นว่าจะให้เม็กซิโกจ่ายเงินสร้างกำแพงกั้นพรมแดนระหว่างสองประเทศก็ถูกยกเลิกไป 

การสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่น ถนน รางรถไฟ และสนามบิน ยังไม่มีวี่แววเกิดขึ้น

ขณะที่ยังมีสัญญาอีกหลายข้อที่ทำได้เป็นบางส่วน และคงเสร็จสิ้นไม่ทันก่อนทรัมป์พ้นวาระ  

- จะพาทหารอเมริกันกลับบ้าน 

ก่อนหน้านี้มีทหารอเมริกันในอัฟกานิสถานประมาณ 13,000 นาย ทรัมป์ลดจำนวนทหารให้เหลือ 8,600 คน ก่อนการเลือกตั้ง หากกลุ่มตอลีบานยอมทำข้อตกลงสันติภาพฉบับใหม่ทรัมป์จะสั่งการถอนทหารทั้งหมดกลับบ้านภายใน 14 เดือน


- ข้อตกลงทางการค้า

ทรัมป์ ถอนสหรัฐฯออกจากข้อตกลง TPP หรือ ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกทันทีที่ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ

ทรัมป์ยกเลิกข้อตกลง NAFTA หรือ ความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ ที่เคยวิจารณ์ว่าเป็นข้อตกลงการค้าที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากต้องตกงาน  และลงนามข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ระหว่างสหรัฐฯ แคนาดาและเม็กซิโก ภายใต้ชื่อ U.S.-Mexico-Canada Agreement แทน ถือเป็น "ข้อตกลงการค้าขนาดใหญ่ที่สุด" ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยปกป้องตำแหน่งงานของคนอเมริกัน ที่ทรัมป์มองว่า ดีต่อทุกฝ่าย ที่จะช่วยแก้ไขความผิดพลาดในข้อตกลง NAFTA

- สหรัฐฯและเกาหลีใต้ได้ลงนามในสนธิสัญญาการค้าฉบับแก้ไขในเดือนกันยายน 2018

- ส่วนสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ดำเนินต่อเนื่องมาเกือบ 2 ปี มีทั้งวิวาทะตอบโต้กันและการตั้งกำแพงภาษีใส่กัน แม้ทั้งสองประเทศลงนามสัญญาข้อ

ตกลงการค้าฉบับใหม่ในระยะแรกแล้ว และยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจารายละเอียดอื่นๆ 

- แบนชาวมุสลิม

ทรัมป์ได้รับปากบรรดาผู้สนับสนุนตนว่าจะใช้มาตรการห้ามพลเมืองจากประเทศมุสลิมต่างๆ เดินทางเข้าสหรัฐฯ และที่ผ่านมาได้ปรับแก้คำสั่งฝ่ายบริหารนี้หลายครั้ง จนเหลือ 7 ประเทศที่อยู่รายชื่อประเทศที่พลเมืองจะถูกห้ามเข้าสหรัฐฯ ได้แก่ อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซีเรีย และเยเมน ซึ่งเป็นประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมรวมกับอีกสองประเทศ คือ เวเนซุเอล่า และเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ ทรัมป์ประกาศว่า การดำเนินการหลายที่ยังค้างคาอยู่ จะสำเร็จลงได้ หากเขาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 




เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE