5
shared

เจ้าศุภโชค จากลูกหมูอัปมงคลสู่ขวัญใจชาวบ้าน

30 ตุลาคม 2563 11:53 853
เจ้าศุภโชค จากลูกหมูอัปมงคลสู่ขวัญใจชาวบ้าน

พาไป ดูความน่ารักของเจ้าศุภโชค หมูยักษ์ ที่มีลักษณะพิเศษคือเป็นหมูตีนขิง แต่ตามี 2 สี ตามความเชื่อว่าเป็นสิ่งอัปมงคล เจ้าของจึงนำมาถวายวัด ผ่านมา 17 ปี กลายเป็นหมูยักษ์น้ำหนักกว่า 300 กิโลกรัม กลายเป็นขวัญใจของชาวบ้านในชุมชน

วันที่ 30 ตุลาคม 2563 ที่วัดนิมิตธรรมาราม ม.6 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งวัดแห่งนี้ได้เลี้ยงหมูไว้ 1 ตัว ชื่อว่า “เจ้าศุภโชค” เป็นหมูที่มีลักษณะพิเศษ แตกต่างจากหมูบ้านทั่วไป โดยกลุ่มผู้เลี้ยงหมูมักจะบอกว่าหมูลักษณะพิเศษแบบนี้คือ หมูอัปมงคล ไม่มีใครกล้าฆ่านำไปเป็นอาหาร โรงฆ่าสัตว์ก็ไม่รับซื้อ ส่วนคนที่ลงมือฆ่าจะต้องมีอันเป็นไปถึงขั้นต้องเสียชีวิต จึงนำมาถวายให้กับทางวัด ส่วนลักษณะพิเศษที่บอกคือที่ขาหน้าด้านขวานั้นจะเป็นแง่งขิง หรือเรียกว่าเป็นหมูตีนขิง คือจะมี 6 นิ้ว (ปกติหมูจะมี 5 นิ้ว) และดวงตาดำทั้ง 2 ข้างจะไม่เหมือนกัน ตาข้างซ้ายนั้นบริเวณรอบตาดำจะเป็นสีขาวทั้งหมด ส่วนตาขวารอบตาดำจะเป็นสีน้ำตาลทั้งหมด ปัจจุบันเจ้าศุภโชคนั้น มีอาณาจักรเป็นของตัวเอง ที่ทางพระและชาวบ้านช่วยกันสร้างไว้อยู่ท้ายวัด และคอยนำอาหาร ผลไม้ มาให้กิน วันละ 2 เวลา ผ่านมา 17 ปี เจ้าศุภโชคกลายเป็นหมูยักษ์น้ำหนักกว่า 300 กิโลกรัม กลายเป็นขวัญใจของชาวบ้านในชุมชน


ทางด้านพระพระครูวิริยธรรมนิมิต เจ้าอาวาสวัดนิมิตธรรมาราม กล่าวว่าเมื่อ 17 ปีที่แล้ว มีญาติโยม นำลูกหมูวัยประมาณ 2 ปี มาถวายให้กับทางวัด ตอนนั้นน้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม ญาติโยมเขาก็บอกว่า หมูตัวดังกล่าวเป็นหมูตีนขิง มีลักษณะพิเศษขาหน้าขวา มี 6 นิ้ว และดวงตามี 2 สี แต่ตามความเชื่อของผู้เลี้ยงหมู คือเป็นหมูอัปมงคล ห้ามฆ่า ห้ามกินจึงไม่มีใครกล้าฆ่านำไปเป็นอาหาร โรงฆ่าสัตว์ก็ไม่รับซื้อ ส่วนคนที่ลงมือฆ่าจะต้องมีอันเป็นไปถึงขั้นต้องเสียชีวิต ครอบครัวพบกับความฉิบหายทุกรายไป จึงนำมาถวายให้กับทางวัด ก็เลี้ยงดูมาตลอดเจ้าศุภโชคเป็นหมูที่เชื่อง ไม่วุ่นวายจะอยู่แต่ตรงอาณาจักรของตัวเอง หิวก็ไม่ร้อง จะร้องแค่เหมือนดีใจเวลาที่มีคนแวะไปหา หรือนำอาหารไปให้กิน วันหนึ่งก็จะเลี้ยงอาหาร 2 มื้อเป็นอาหารที่เหลือจากที่พระไปบิณฑบาตมาได้คลุกๆ ให้พระลูกวัดนำไปเลี้ยง 


นอกจากนี้ก็ยังมีที่ชาวบ้านแวะเวียนผ่านมาเลี้ยง ช่วงหน้าร้อนชาวบ้านและพระลูกวัด ก็จะช่วยกันอาบน้ำให้คลายร้อน อาหารสุดโปรดที่เจ้าศุภโชคชอบกินมาก็คือ แตงโม กับมะม่วงสุก โดยเฉพาะมะม่วงสุกให้ทั้งลูกเจ้าศุภโชคก็จะคายเม็ดมะม่วงออกมาเอง ยามเจ็บป่วยก็จะมีญาติโยมที่เป็นหมอปศุสัตว์คอยมาดูแลรักษาและคอยฉีดยาให้ ผ่านมา 17 ปี เจ้าศุภโชคก็กลายเป็นขวัญใจของชาวบ้าน แต่ระยะหลังจะไม่ค่อยเดินเพราะน้ำหนักตัวกว่า 300 กิโลกรัม แต่ยังคงลุกเดินแบบใกล้ๆ เข้าคอกนอนบ้าง ออกมานอนในโคลนตมบ้าง ก็คงเลี้ยงดูแลกันไปจนกว่าเขาจะสิ้นอายุขัย ก็คงจะขุดหลุมฝัง ไม่กินเพราะเลี้ยงมาก็รักและผูกพัน


สำหรับใครที่มาเที่ยวที่ วัดนิมิตธรรมาราม โดยเฉพาะในช่วงลอยกระทงที่จะถึงนี้ ทางวัดจะจัดงานประเพณีเป็นประจำทุกปี ในระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม 2563 มีตักไข่พาโชคลุ้นรับของรางวัลเป็นเครื่องจักสานฝีมือชาวบ้าน คนเฒ่าคนแก่ในชุมชน ในราคา 10 บาท หรือจะแวะเวียนมาเลี้ยงอาหารเจ้าศุภโชคดูความน่ารักกันได้ที่บริเวณท้ายวัด หรือสอบถามชาวบ้านก็ได้ว่าคอกเจ้าศุภโชคอยู่ที่ไหน ชาวบ้านที่นี่ไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าศุภโชค 



เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE