4
shared

เปิดอีกมุม "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" กับประสบการณ์ทำงานจิตอาสากว่า30ปี

29 ตุลาคม 2563 15:17 138
เปิดอีกมุม "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" กับประสบการณ์ทำงานจิตอาสากว่า30ปี

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดใจเล่าประสบการณ์การทำงานจิตอาสากว่า 30ปี ที่ผ่านมา จนบางครั้งก็ไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องตัวเอง

บ่อยครั้งที่เกิดเหตุภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน มักจะได้เห็นชื่อของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งความช่วยเหลือไปยังจุดกังกล่าว จนได้รับฉายาว่า พระเอกจิตอาสา , เทวดาเดินดิน ฯลฯ

จนหลายคนอาจแอบคิดไปถึงว่า ใช้เวลากับการช่วยเหลือคนอื่นแทบจะตลอดเวลาแบบนี้ เแล้วชีวิตส่วนตัวของพระเอกรุ่นใหญ่อย่าง บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นั้นจะเป็นอย่างไรกัน

ล่าสุดเจ้าตัวได้มีโอกาสมาบอกเล่าเรื่องราวชีวิตการเป็นจิตอาสากว่า 30ปีที่ผ่านมา และชีวิตส่วนตัวผ่านรายการดังอย่างต้มยำอมรินทร์ไว้ว่า

+ เรียกว่าทิ้งวงการไปไหม เพราะภาพส่วนใหญ่ที่เห็นจะอยู่กับการช่วยเหลือ?

"ไปๆมาๆครับ ถ้าช่วงไหนเรารู้สึกว่าเราอยากทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมกับประเทศชาติทำแล้วอยากจะแบ่งปันความสุขให้กับคนอื่นบ้าง เราก็เชิญชวนมาทำความดีร่วมกันเพราะมันไม่มีลิขสิทธิ์ในการทำความดีใครทำก็ได้ และเราก็ทำงานในวงการบันเทิงบ้างทำหนังบ้าง เล่นละครบ้าง ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้ทิ้งวงการนะ เราเกิดมาจากวงการบันเทิง"

+ แล้วเคยไหมที่ตื่นมาแล้วขี้เกียจไม่อยากทำอะไรเลย รู้แหล่ะว่าลุกไปมันมีประโยชน์แต่วันนี้ขอสักวันที่ไม่อยากทำมีบ้างไหม?

"ไม่เคยมีเลยนะ เพราะเราจะมีตารางเราเลยแล้วเราก็จะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเรามีอะไรต้องทำอะไรบ้าง ตื่นมาเราจะดูหน้าแฟนเพจก่อนเลยว่ามีใครเดือดร้อนไหมถ้ามีใครที่เดือดร้อนเราก็ออกไปช่วยเขาก่อนเลยเพื่อให้เขารู้สึกว่าได้มีกำลังใจ เพราะเขาจะได้ไม่ต้องกังวล หรือ รอคอย ความช่วยเหลือเรารู้เราก็รีบยื่นมือไปช่วยเขาเลย"


+ แล้วเคยว่าแพลนไปเที่ยวหรือใช้ชีวิตส่วนตัวของตัวเองบ้างไหม?

"สำหรับคนโสดแบบผม ไม่เคยมีแพลนแบบนั้นเลยครับ คือใน 10 ปีมานี้ผมไม่เคยมีแฟนเลย เพราะเคยมีแล้วเขาเข้าใจในการทำงานเรานะครับ แต่เขาก็น้อยใจ ถ้าเราจะทุ่มเทแบบนี้เราไม่มีแฟนดีกว่า การที่เราไม่มีแฟนมาเคยห่วงใย มาคอยโทรศัพท์รายงานตัวว่าเราอยู่ที่นั้นที่นี่ เรารู้สึกว่าการทำงานกับสังคมเราสบายใจ มันได้เต็มที่อยู่ไหนก็ชั่งเราไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ทุกเวลาทุกชั่วโมง มันเป็นอะไรที่มันไม่ใช่สำหรับตัวเรา เราเคยมีแฟนมา 2 คน คือ คนแรกที่คบเขาให้เราเลิกทำงานมูลนิธิให้เลือกเขา เราก็บอกเขาว่าก่อนที่เขาจะมาคบกับเราคือเราทำงานมูลนิธิอยู่แล้ว แล้วมาถึงจุดหนึ่งที่เขาเห็นเรารักเขามากขาดไม่ได้เขาเลยยื่นข้อเสนอนี้มา เรานั่งคิดอยู่สองวัน เราก็ตัดสินใจบอกเลิกเขาเลยเพราะงานมูลนิธิมันอยู่ในใจ คือ สายเลือด แต่เขาเพิ่งคบกันเราประมาณ 6-7 ปี มันคือ ความผูกพัน แต่ถ้าไม่ให้ผมทำงานเพื่อสังคมผมอยู่ไม่ได้ เลิกกับเขาแล้วผมทำใจอยู่ 2 เดือนแล้วผมอยู่ได้ เพราะว่าเรามีงานตรงนี้"

+ แล้วมีคู่จิ้นไหมอย่างพี่บุ๋ม ปนัดดา? 

"ไม่มีครับ ไม่ใช่พี่บุ๋ม คือ เรามีใจตรงกันในการทำจิตอาสาเจอกันก็กอดกัน เขาบอกเราว่าพี่มีใจขนาดนี้ทุ่มเทให้กับตรงนี้เต็มที่มาๆนับถือใจเรา แล้วคือ อยากจะบอกว่าผมกับ บุ๋ม คือไม่มีอะไรเลย ไม่ได้คิดอะไรเลย แต่เวลาเราเจอเราสนิทกับเราก็ทักทายกันถ่ายรูปลงคู่กันทุกคนก็จะแซวเราแต่จริงๆไม่มีอะไรครับ"

+ แปลว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาคือ ปิดประตูหัวใจ?

"ไม่ได้ปิดนะครับ ไม่ได้สนใจมากกว่า เพราะเราสนใจแต่งานนี้ แล้วคือ เราไม่ได้มีความมุ่งมั่น เราเจอผู้หญิงสวยๆเราต้องเข้าไปขอเบอร์ไม่เคยมีอย่างนั้น แต่มีแต่คนเข้ามาคุยกันเรื่องงาน ดูแลตัวเองด้วยนะ โน้นนี่ เราก็ขอบคุณมากๆครับ ถ้าต้องไปกินข้าว ดูหนัง ไม่มีตรงนั้นครับ"


+ ที่ไปไม่ได้เพราะทำงาน 7 วัน? 

"ก็ไม่ได้ถึงกับ 7 วันนะครับ ที่เราทำงานมาทั้งหมดก็ 33 ปี"

+ งานที่จะมาถึงหูได้ต้องเป็นเคสระดับไหนเอ่ย?

"ผมจะพิจารณาดูว่าถึงเขาจะเป็นเคสเล็กๆแต่เขามีความจำเป็นจริงไหม เขาต้องการเงินไหม เขาต้องการความช่วยเหลือยังไงบ้าง"

+ ใครเป็นคนสแกนก่อนสำหรับงานต่างๆ?

"จะมีแฟนคลับอยู่กลุ่มหนึ่งเข้าไปดูหน้าแฟนเพจของเรา เขาก็จะเป็นคนส่งเคสมาให้เราว่า พี่บิณฑ์ เคสนี้น่าสงสาร เคสนี้รอก่อนได้ไม่เป็นไร เคสนี้หนัก เราก็จะเหลือ บ้างวันออกสามเคส บางวันออกสี่เคส ถ้าเราออกต่างจังหวัดเราก็จะดูรายทางว่าเขามีเคสอะไรไหม เราจะได้แวะไปตามทางที่เราเดินทางไป" 

+ ขนาดมีคนสกรีนให้แล้ว ตรวจแล้วแต่ยังมีเลือกเคสพลาด?

"เราเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีเราไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เขาทำกับเรา ที่เขาต้องการจากเรามันไม่ใช่เรื่องจริง อย่างเช่น ผมไปถึงหน้าเคสแล้วผมตัวสั่นมาก พยายามระงับสติอารมณ์ ผมโกรธมากผมขับรถจาก กรุงเทพ ไปนครสวรรค์ 3 ชั่วโมงกว่า เพราะเขาบอกเราว่า ลูกกำลังจะตาย ไม่มีเงินซื้อนม จะพาลูกไปหาหมอ เราก็เร่งรีบเพื่อที่จะไปช่วย พอเราถึงเขาก็ตะโกนกันใหญ่ว่าพี่บิณฑ์ มาแล้วเขาก็กระโดดมากอดเรากันใหญ่ คือ ไม่มีความเศร้า หรือ อะไรกันเลย เราก็ถามแล้วเคสที่น้องบอกพี่ล่ะ ไม่มรค่ะ อยากเจอพี่บิณฑ์เฉยๆชอบมากกอดหน่อย ตอนนั้นเราได้บอกเขาว่าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก เพราะยังมีคนที่เดือดร้อนเขาอยากได้ความช่วยเหลือ" 


เฟซบุ๊ก : บิณฑ์ บันลือฤทธิ์



เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline