28
shared

เปิดวาร์ปสถานที่เที่ยวรับลมหนาว ต้องไปเยือนสักครั้ง!

27 ตุลาคม 2563 07:40 2126
เปิดวาร์ปสถานที่เที่ยวรับลมหนาว ต้องไปเยือนสักครั้ง!

รวมสถานที่เที่ยวรับลมหนาว สัมผัสสายหมอกและธรรมชาติของเมืองไทย ที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง

เป็นอันที่รู้กันว่าช่วงฤดูหนาวในประเทศไทย ประชาชนจะนิยมท่องเที่ยวในเขตภาคเหนือ บริเวณแถบที่สูงและภูเขา เช่น เที่ยวชมทิวทัศน์บนดอยต่างๆและสัมผัสทะเลหมอกท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ซึ่งหากอุณภูมิต่ำมากๆถึง 1 องศาเซสเซียสจะมีโอกาสได้ชมแม่คะนิ้ง หรือ น้ำค้างแข็ง อีกด้วย

วันนี้ TNN online ได้มีสถานที่เที่ยวน่าสนใจที่เหมาะสำหรับเที่ยวหน้าหนาวมาให้ดูกัน ซึ่งจะมีที่ไหนบ้างไปดูกันเลย




Cr. รูปอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ - Doi Inthanon National Park

1. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

เป็นที่เที่ยวติดอันดับต้นๆ ของการท่องเที่ยวในฤดูหนาว เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย 2,599 เมตร จึงทำให้มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปีสถานที่น่าสนใจในอุทยานฯมี น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ ถ้ำบริจินดา โครงการหลวงอินทนนท์ และ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ


Cr. รูป เช้านี้ที่อ่างขาง

2.ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

นั้นเป็นที่ตั้งของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ซึ่งมีโครงการวิจัยผลไม้ ดอกไม้เมืองหนาว สวนบอนไซ ตั้งอยู่ที่อำเภอฝาง อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไป 137 กม. แถม ในสถานีฯมีที่พักและมีสถานที่กางเต็นท์บริการแก่นักท่องเที่ยว 


Cr. รูป อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง - Huai Nam Dang National Park

3. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่

เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอนของประเทศไทย โดยในเขตอุทยาน มีภูมิทัศน์ต่าง ๆ ได้แก่ จุดชมวิวภูเขา น้ำตก และบ่อน้ำร้อน จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ ดอยช้างและดอยแก้วลม ซึ่งเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกในตอนเช้าของฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมีน้ำตกห้วยน้ำดัง มีความสูง 4 ชั้น สูงประมาณ 50 เมตร และกว้าง 40 เมตร , น้ำตกอีกแห่งคือ น้ำตกแม่เย็น มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ,  บ่อน้ำร้อนภายในอุทยานได้แก่ บ่อโป่งเดือด มีประมาณสามถึงสี่บ่อ และบ่อท่าปายในอำเภอปาย



4. เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบูรณ์ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบริเวณเขาค้อมีหลายแห่ง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสู้รบกับคอมมิวนิสต์ ได้แก่ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ พิพิธภัณฑ์อาวุธ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ นอกจากนี้ ยังมี วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว พระบรมธาตุเจดีย์ พระตำหนักเขาค้อ น้ำตกศรีดิษฐ์ และเนินมหัศจรรย์ ฯลฯ



5. ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

ภูทับเบิก หรือ ทับเบิก มีความสูงจากระดับทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ก็ว่าได้ เรียกว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาว ยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมักจะพากันไปอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง และ ไร่กะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย





Cr. รูป อุทยานแห่งชาติภูกระดึง - Phu Kradueng National Park

6. ภูกระดึง จังหวัดเลย

ภูกระดึง ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย และได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 2 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 มีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400 – 1,200 เมตร แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นกว่า 100,000 คน ไฮไลท์สำคัญในหน้าหนาวคือการเดินเข้าป่าไปชมความงามของพืชพรรณนานาชนิด 

สำหรับจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนภูกระดึง คือ ผานกแอ่น ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามมากแห่งหนึ่งในไทยเลยก็ว่าได้





Cr. รูป วนอุทยานภูชี้ฟ้า

7. ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

ตั้งอยู่ที่ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย อยู่ระหว่างรอยตะเข็บชายแดนไทย–ลาว ลักษณะเป็นหน้าผาสูงเป็นแนวยาวไปตามแนวชายแดน บริเวณปลายสุดของหน้าผามีลักษณะแหลมคล้ายกับนิ้วมือชี้ยื่นออกไปในอากาศ จึงเป็นที่มาของชื่อ "ภูชี้ฟ้า" จุดที่สูงสุดของภูชี้ฟ้าอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,200 ถึง 1,628 เมตร เบื้องล่างของหน้าผาเป็นแอ่งหุบเขา เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเชียงตอง แขวงไชยบุรี ประเทศลาว



8. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก

ภูหินร่องกล้าอันเป็นแหล่งกำเนิดของประวัติศาสตร์การสู้รบอันยาวนาน เป็นวีรกรรมของนักรบไทยที่เกิดขึ้น ณ ที่นี้ ตลอดจนสภาพสิ่งก่อสร้างในอดีตได้ถูกบันทึกเก็บรักษาไว้ สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,614 เมตร สภาพภูมิอากาศของภูหินร่องกล้า มีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี ในฤดูหนาวอุณหภูมิจะต่ำมากประมาณ 0-4 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย และในฤดูฝนมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส




Cr. รูป เที่ยวปายแม่ฮ่องสอน

9. ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เป็นอำเภอขนาดใหญ่มากมากมามทางตอนเหนือของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่รู้จักกันดีในด้านความงามของธรรมชาติ เป็นที่ราบแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยภูเขา มีดอยแม่ยะเป็นยอดดอยที่สูงที่สุด สูงประมาณ 2,005 เมตร อำเภอปาย มี 3 ฤดู คือ ฤดูหนาว อากาศหนาวจัดได้ถึง 2 องศาเซลเซียส บางวันมีหมอกลงหนาทึบ จนถึงเวลาประมาณ 11.00 น. ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนของทุกปี ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน


Cr. รูป ปางอุ๋ง at Maehongson ,Thailand

10. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็นพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนที่ปลูกเรียงรายกัน ภาพอันสวยงามของไอหมอกที่ลอยเหนือทะเลสาป กับบรรยากาศอันหนาวเหน็บในยามเช้า ทำให้ ปางอุ๋ง กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมาแรง ยอดฮิต สุดแสนโรแมนติกติดอันดับต้นๆของแม่ฮ่องสอน จนได้รับขนานนามว่าเป็น "สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย"


Cr. รูป บ้านทะเลหมอก ณ ภูลังกา อ.ปง จ.พะเยา

11. ภูลังกา จังหวัดพะเยา

เป็นภูเขาสูงชันอยู่ใน เทือกเขาสันปันน้ำ วางตัวอยู่ในแนวตะวันออก-ตะวันตก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 900-1,720 เมตร ด้วยความที่เป็นยอดเขาสลับซ้อนกัน เลยทำให้เหมาะสำหรับการเดินท่องธรรมชาติพิชิตยอดดอยและการชมวิวในช่วงฤดูหนาวมากๆ


Cr. รูป อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน - Sri Nan National Park

12. ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

เป็นที่ เที่ยวกางเต็นท์ยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นพื้นที่ที่มีลานกว้างโค้งไปตามสันเขาเหมาะสำหรับการพักผ่อนชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในเวลาเดียวกัน และยังสามารถ ชมทะเลหมอกในยามเช้า ชมดาวและแสงไฟจากตัวอำเภอนาน้อยในยามค้ำคืนได้อย่างสวยงาม


Cr. รูป อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ - Khao Yai National Park

13.เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

เรียกว่าเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย และช่วงฤดูหนาวจะหนาวมาก และด้วยความใกล้กรุงเทพฯ ทำให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนไปเที่ยวอย่างไม่ขาดสายสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ อาทิ เขาร่ม , เขาแหลม , เขาเขียว , เขาสามยอด , น้ำตกเหวนรก , น้ำตกเหวสุวัต , จุดชมวิวผาเดียวดาย ฯลฯ




Cr. รูป อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ - Thongphaphum National Park

14. เขาช้างเผือก จังหวัดกาญจนบุรี

ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งใน 1 ปี จะเปิดให้คนเข้าไปท่องเที่ยวเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ มีความสูงประมาณ 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งจะจำกัดจำนวนวันละไม่เกิน 60 คน และต้องจองล่วงหน้า 7 วัน พร้อมส่งชื่อ-สกุล เลขที่บัตรประชาชน และที่อยู่ให้ทางอุทยานฯ โดยจะใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 6 ชั่วโมง เป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร พร้อมกางเต้นท์ค้างคืนบนยอดเขา 1 คืน ซึ่งทางอุทยานฯจะจัดเจ้าหน้าที่นำทาง จุดไฮไลท์ของการเดินทางอยู่ที่ สันคมมีด สันเขาที่สวยงามและน่าหวาดเสียว เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาจะสามารถมองเห็นวิวได้รอบทิศทาง 360 องศา




เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE