6
shared

เล็งเก็บเงิน ‘ดีเซล-เบนซิน’เข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม

26 ตุลาคม 2563 10:33 83
เล็งเก็บเงิน ‘ดีเซล-เบนซิน’เข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลัง เล็งเก็บเงินจากผู้ใช้ดีเซล-เบนซิน เข้ากองทุนฯเพิ่ม เตรียมไว้ดูแลเสถียรภาพราคาช่วงเกิดวิกฤต กำหนดเพดานกองทุน 4 หมื่นล้านบาท

วันนี้(26ต.ค.63)นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า เตรียมนำเสนอแนวทางการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(กบน.)ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวน์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงานเป็นประธานปลายต.ค.นี้ โดยการนำเสนอแผนการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯเพิ่มขึ้นทั้งกลุ่มเบนซินและดีเซลในช่วงราคาขาลง เพื่อสะสมเงินไว้ดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันช่วงตลาดโลกขาขึ้นเพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะราคาดีเซลที่มีแนวคิดจะกำหนดกรอบราคาดีเซลดูแลไม่เกิน 25 บาทต่อลิตรจากอดีตที่กำหนดตรึงราคาไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร ส่วนกรอบการจัดเก็บเงินสะสมจะไม่เกินเพดาน 40,000 ล้านบาทและหากเกิดวิกฤติด้านราคาก็สามารถกู้ได้ไม่เกิน 20,000 ล้านบาท ล่าสุดเงินกองทุนฯเหลือเงินสุทธิ 30,718 ล้านบาท

ทั้งนี้ ครม.เมื่อ 20 ต.ค.2563 ได้เห็นชอบแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี 2563 - 2567 สกนช.จึงต้องดำเนินการให้เป็นไปแผนงานซึ่งเห็นว่าช่วงนี้ราคาดีเซลยังต่ำมากหากมีช่วงว่างในการเก็บเงินสะสมเข้ากองทุนฯไว้ก็จะเป็นเรื่องดี 

นอกจากนี้ ตาม พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 ได้กำหนดลดการชดเชยน้ำมันที่มีส่วนผสมเชื้อเพลิงชีวภาพ 3 ปีหลังกฏหมายบังคับใช้แล้วและสามารถต่ออายุได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ2 ปี จากนั้นจะไม่มีการชดเชยราคาน้ำมันที่ผสมเชื้อเพลิงชีวภาพได้อีกเพื่อพัฒนาต้นทุนให้มีศักยภาพการแข่งขันโดยรัฐไม่ต้องอุดหนุน ดังนั้นสกนช.จะเสนอกบน.ลดการชดเชย ราคาน้ำมันที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพลงในอัตรา 50% ตั้งแต่ 24 ก.ย. 2564 และยกเลิกชดเชย หรือ ชดเชยเป็น 0 ตั้งแต่ 24 ก.ย.2565 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้เงินกองทุนน้ำมันฯทยอยไหลออกลดลง และหยุดไหลออกในที่สุด

การลดการชดเชยน้ำมันที่ผสมเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อไม่ให้กระทบราคาขายปลีกกับประชาชนมากไปในระยะแรก สกนช. มีแนวคิดที่จะหารือกับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7เพื่อร่วมกันพิจารณาระดับค่าการตลาดที่เหมาะสมซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับระดับนโยบายว่าจะเป็นอย่างไร

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE