1
shared

Scoop : ในวันที่ผีแดง "โชคร้าย"

25 เมษายน 2562 00:00 39
เจาะประเด็น "ผีแดง" พลาดท่าพ่ายคาบ้านต่อ บาร์ซ่า 0-1 ในวันที่พวกเขาโชคร้ายสุดๆ

ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คู่บิ๊กแมตช์ประจำรอบ 8 ทีมสุดท้าย ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดวลกับ บาร์เซโลนา ทำการแข่งขันเกมแรกจบลงไปเป็นที่เรียบร้อย และเป็นยอดทีมจากสเปน ที่บุกไปเก็บชัยชนะได้ก่อนในเลกแรก ด้วยสกอร์ 1-0 เมื่อช่วงค่ำคืนวันพุธ (11 เม.ย.) ที่ผ่านมา

 

เกมนี้ว่ากันตามตรงว่า บิ๊กแมตช์ แค่ชื่อจริงๆ เพราะมันเปนเกมที่ค่อนข้างจะจืดมาก ทั้งสองทีมไม่ผลีผลามเล่นเกมรุก แน่นอนละ เกมนัดแรก ใครก็กลัวเพรี่ยงพร้ำ เพราะมันจะทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากในนัดที่ 2 แม้ว่า "ผีแดง" จะไม่สามารถใช้งานผู้เล่นตัวหลักได้หลายคน ทั้ง อันเดร เอร์เรร่า , อเล็กซิส ซานเชส , เนมานย่า มาติช และ เอริก ไบยี่ ทำให้ทีมดูดร็อปลงไปพอสมควร ต้องดัน ดิเอโก้ ดาโลต์ ไปเล่นเป็นแนวรุก ส่วน บาร์ซ่า แม้จะจัดทัพใหญ่มาแบบเต็มสูบ แต่พวกเขาก็ไม่ได้เปิดเกมรุก ตามสไตล์ที่พวกเขาถนัด นั่นทำให้รู้เลยว่า เอร์เนสโต้ บัลเบเด้ วางแผนมาอย่างรัดกุม ไม่ต้องการเสียประตู เป็นสิ่งแรก 

 

มันคงเป็นค่ำคืนที่โชคร้ายของเจ้าบ้านอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะในเกมที่ บาร์ซ่า เล่นไม่ดี โอกาสจบสกอร์ไม่เยอะ พวกเขากลับต้องมาเสียประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ลุค ชอว์ ที่พยายามสกัดลูกโขกของ หลุยส์ ซัวเรส แต่บอลดันโดนท้องแล้วเข้าประตูไปแบบหน้าตาเฉย ถามว่าจังหวะนั้นสกัดยากไหม ถ้าให้มองกันตามตรง ก็ไม่น่ายากมากขนาดนั้น เพราะ ไม่ได้มีผู้เล่นทีมเยือนตามมากดดัน รวมทั้งบอลก็อยู่ในแนวระนาบของตัว ถ้าเป็นผู้เล่นที่เป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟอาชีพ น่าจะทำได้ดีกว่าแบ็คอาชีพ

 

ผลการแข่งขันที่ต้องพ่ายแพ้คาบ้านเเบบเสียประตู และยิงไม่ได้เช่นนี้ จะทำให้ ทัพ "ผีแดง" ต้องพบกับความยากลำบากอย่างแน่นอนในการออกไปเยือน "คัมป์ นู" สัปดาห์หน้า เนื่องจากพวกเขาจะต้องบุกไปชนะให้ได้ 2 ประตูขึ้นไปเท่านั้น จึงจะเพียงพอต่อการเข้ารอบรองชนะเลิศ แต่หากเทียบฟอร์มเมื่อคืน อยู่ในบ้านตัวเอง ยังเล่นได้แค่นี้ การไปเยือนสนามที่ซึ่งเป็นนรกของทีมเยือน แทบจะไม่เห็นโอกาสที่จะคว้าชัยออกมาได้เลย

 

แต่แฟน "ปีศาจแดง" ก็อย่าพึ่งหมดหวังกันไป เพราะในรอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาเผชิญสถานการณ์ ที่ยากลำบากกว่านี้เสียอีก หลังพ่าย เปแอสเช คาบ้านไปก่อนถึง 0-2 ก่อนที่จะมาโกงความตาย สร้างปาฏิหารย์ ผ่านเข้ารอบมาได้แบบช็อคโลก ด้วยการบุกไปชนะโคตรทีมของฝรั่งเศส ถึงบ้าน 3-1 ชนิดที่ได้ประตูชัยในวินาทีสุดท้ายของเกมเลยทีเดียว 

 

หลังจากนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็คงต้องกลับไปปลุกผีลูกทีมอีกครั้ง ให้เล่นแบบลืมตายในเกมเลกที่ 2 เพราะฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าผู้ตัดสินยังไม่เป่านกหวีดยาว จบการแข่งขัน