2
shared

ปัจจัยพลิกทรัมป์ จากพ่ายแพ้สู่ชัยชนะ

22 ตุลาคม 2563 11:04 88
ปัจจัยพลิกทรัมป์ จากพ่ายแพ้สู่ชัยชนะ

สถานีข่าวบีบีซีวิเคราะห์ถึงปัจจัยต่างๆ ที่จะช่วยให้โดนัลด์ ทรัมป์ พลิกจากผู้แพ้ มาเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ หลังผลโพลพบว่า โจ ไบเดน คู่แข่ง ยังมีคะแนนนำ

ผลสำรวจความคิดเห็นผู้มีสิทธิลงคะแนนของหลายสำนัก ยังพบว่า คะแนนของโจ ไบเดน ผู้สมัครชิงประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต ยังคงมีคะแนนทิ้งห่างโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ว่าจะเป็นโพลระดับประเทศ และโพลต่างๆ ในรัฐสวิงสเตท ซึ่งเป็นรัฐสมรภูมิที่จะชี้ขาดว่าใครชนะการเลือกตั้ง

ไม่เพียงเงินบริจาคมหาศาลที่เดโมแครตระดมมาได้มากเป็นประวัติการณ์ ทำให้การโฆษณาหาเสียงทำได้กว้างขวางกว่ารีพับลิกัน แต่นักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายคนเริ่มจะมั่นใจแล้วว่า ทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้

ยกตัวอย่าง เนต์ ซิลเวอร์ จากเว็บไซต์ ไฟฟ์เทอร์ตีเอธ ดอต คอม (FiveThirtyEight.com) ที่ฟันธงว่า ไบเดนมีโอกาสชนะถึง 87% ขณะที่ เว็บ ดีซิชัน เดสค์ เอชคิว (Decision Desk HQ) ชี้ว่า ไบเดนมีสิทธิชนะถึง 83.5%

แน่นอนว่า เดโมแครตคงยังไม่อยากปักใจเชื่อ คำทำนายเหล่านี้ เพราะเคยเจ็บช้ำจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ที่ทรัมป์เอาชนะฮิลลารี คลินตันไปได้ แบบหักปากกาเซียน แต่โพลและการฟันธงของนักวิเคราะห์เหล่านี้ ทำให้เดโมแครตใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง


ทั้งนี้ แอนโทนี ซูร์เชอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำภูมิภาคอเมริกาเหนือ วิเคราะห์ว่า มี 5 ปัจจัยหลักๆ ที่จะพลิกเกม ทำให้ทรัมป์กลายเป็นผู้ชนะได้

ประการแรก คือ เกิด ออคโทเบอร์ เซอร์ไพรส์ อีกรอบ เป็นเหตุการณ์ที่ต้องสร้างอิทธิพลเหมือนกับการเปิดโปงว่าคลินตันใช้อีเมลส่วนตัว ในการเลือกตั้ง 4 ปีก่อน

ออคโทเบอร์ เซอร์ไพรส์ ที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ ไม่เป็นผลดีต่อทรัมป์เท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะการเปิดเผยตัวเลขคืนภาษีที่น้อยผิดปกติ และการที่เขาติดเชื้อโควิด-19

ปัจจัยที่ 2 ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว นั่นคือ ผลโพลต่างๆ ไม่เที่ยงตรง เพราะแม้จะสำรวจความคิดเห็นจากผู้มีสิทธิลงคะแนน แต่เอาเข้าจริง วันเลือกตั้ง จะมีใครบ้าง และมากแค่ไหน ที่จะออกมาใช้สิทธิ ก็ยังเป็นสิ่งที่เกินคาดเดา โดยเฉพาะในปีนี้ ที่ความท้าทายจากการลงคะแนนผ่านไปรษณีย์ หรือ เมล อิน บอลลอต จะทำให้ผลนับคะแนนล่าช้า ส่วนทรัมป์เองก็เล็งโจมตีการลงคะแนนแบบนี้ว่า ทำให้เกิดการทุจริตได้ง่าย

ปัจจัยต่อมา คือ ผลงานการดีเบตรอบสุดท้ายของทรัมป์ ต้องทำให้ดีกว่านี้ เพราะการประชันวิสัยทัศน์นัดแรก สไตล์การพูดแทรกและวาทกรรมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ส่งผลดีต่อเขาเสียเท่าไหร่ ยิ่งเขาไม่ยอมดีเบตรอบสอง ที่ต้องจัดผ่านระบบออนไลน์ ยิ่งทำให้เขาพลาดโอกาสแก้ตัวไป


การคว้าสวิงสเตท ซึ่งเป็นรัฐที่ยังฟันธงไม่ได้ว่าจะเลือกพรรคใดนั้น เป็นปัจจัยสำคัญ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า การเลือกตั้งสหรัฐฯ ไม่ได้คำนึงถึง ป๊อปปูลาร์ โหวต แต่นับจำนวนคณะผู้เลือกตั้ง หรือ อิเล็กทอรัล คอลเลจ ดังนั้น การคำนวณสูตรเลขดีๆ เน้นหาเสียงในรัฐที่จำเป็นจริงๆ อาจทำให้ทรัมป์พลิกเอาชนะได้ แม้ผลโพลจะไม่เป็นใจก็ตาม

ปัจจัยสุดท้ายที่ทรัมป์คุมไม่ได้ คือ ไบเดนเดินเกมพลาดเอง ซึ่งยังมีโอกาสอยู่ แม้ผู้สังเกตการณ์มองว่า ไบเดนวางตัวดีมาโดยตลอด ไม่เปิดช่องโหว่ให้เกิดกระแสตีกลับมากนัก และเน้นระดมคะแนนเสียงจากชาวอเมริกันใสตัวเมืองและชานเมือง ซึ่งเป็นฐานเสียงเดโมแครตอยู่แล้ว ด้วยความเชื่อว่า หากชาวอเมริกันลงคะแนนตามที่โพลคาดไว้ ไบเดนจะชนะการเลือกตั้งแน่นอน


ท้ายสุด อะไรก็ยังเกิดขึ้นได้ เพราะยังเหลืออีก 20 วันจนถึงวันเลือกตั้ง แต่ 5 ปัจจัยนี้ เป็นสิ่งที่บีบีซีเก็งแล้วว่า ต้องจับตา เพราะอาจทำให้ผู้ชนะกลายเป็นปราชัย และผู้ที่คนเก็งว่าจะแพ้ กลายเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยก็เป็นได้