0
shared

ความเชื่อไม่ฉีดวัคซีน สหรัฐฯหัดระบาดสูงสุดในรอบ 5 ปี

25 เมษายน 2562 00:00 9
ผลพวงความเชื่อต่อต้านฉีดวัคชีนทำสหรัฐฯพบผู้ป่วยโรคหัดรายใหม่เป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกันแล้ว ทำให้ยอดผู้ป่วยเพิ่มเป็น 465 ราย มากที่สุดในรอบ 5 ปี

วันนี้ ( 9 เม.ย. 62 ) เว็บไซต์หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานว่า จนถึงขณะนี้ มีผู้ป่วยโรคหัดแล้วหนึ่งในสามของพื้นที่ทั้งประเทศ ครอบคลุมทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก เขตมิดเวสต์ ทางใต้ และที่ราบ ในจำนวนนี้ 4 รัฐพบผู้ป่วยเป็นครั้งแรกในปีนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็ก สหรัฐประกาศในปี 2543 ว่าปลอดจากโรคหัดแล้ว แต่กลับพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในปี 2557 ที่พบมากถึง 667 ราย สูงที่สุดนับตั้งแต่เข้าสู่คริสต์ศตวรรษที่ 21 พบผู้ป่วยเฉลี่ยวันละ 1.83 ราย แต่ปีนี้พบผู้ป่วยเฉลี่ยวันละ 4.84 ราย หากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ต่อไปยอดผู้ป่วยโรคหัดในปีนี้อาจแซงหน้าปี 2557 ภายในเดือนมิถุนายนนี้

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขชี้ว่า ยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากเพราะเด็กไม่ได้รับการฉีดวัคซีน เนื่องจากผู้ปกครองลังเลหรือไม่ยอมให้ฉีดตามกระแสต่อต้านการฉีดวัคซีนที่เผยแพร่ความเข้าใจผิดๆ ไปทั่วโลก ผลการศึกษาปีที่แล้วพบว่า 18 รัฐอนุญาตให้ผู้ปกครองสามารถเลือกที่จะไม่ให้บุตรหลานฉีดวัคซีนตามข้อกำหนดของโรงเรียน โดยอ้างเรื่องเหตุผลทางศาสนาหรือความเชื่อ ส่วนที่เทศมณฑลร็อคแลนด์ จุดที่มีโรคหัดระบาดมากที่สุดในรัฐนิวยอร์ก ศาลสั่งยกเลิกคำสั่งของทางการที่ห้ามเด็กไม่ได้ฉีดวัคซีนไปในที่สาธารณะ เพราะถูกผู้ปกครองยื่นฟ้องว่าละเมิดสิทธิ

 

ด้านสภานิติบัญญัติในหลายรัฐกำลังพิจารณามาตรการเข้มงวดระเบียบการฉีดวัคซีน หรือยกเลิกการอนุญาตให้ผู้ปกครองเลือกที่จะไม่ให้บุตรหลานฉีดวัคซีน ขณะที่องค์กรและหน่วยงานต่างๆ เดินหน้ารณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของการลังเลที่จะฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นเรื่องที่องค์การอนามัยโลกจัดให้เป็น 1 ใน 10 ภัยคุกคามโลกในปีนี้