2
shared

ไล่ริชาร์ลิซอนท้ายเกม-วีเออาร์ริบสกอร์หงส์! ลิเวอร์พูลนำ2ครั้งโดนเอฟเวอร์ตันตามเจ๊า 2-2

17 ตุลาคม 2563 20:35 142
ไล่ริชาร์ลิซอนท้ายเกม-วีเออาร์ริบสกอร์หงส์! ลิเวอร์พูลนำ2ครั้งโดนเอฟเวอร์ตันตามเจ๊า 2-2

ริชาร์ลิซอน โดนใบแดงท้ายเกม- "หงส์แดง" ถูกวีเออาร์ริบสกอร์ช่วงทดเจ็บ! เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านเสมอ ลิเวอร์พูล 2-2 แบ่งแต้มกันไป ทำให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ยังคงรั้งจ่าฝูงของตาราง เก็บได้ 13 คะแนน ด้าน "หงส์แดง" ขยับมาอยู่ที่ 2 ชั่วคราว มี 10 คะแนน



เริ่มเกมมาในนาทีที่ 3 ทีมเยือนทำเกมบุกขึ้นมา โดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำเบิ้ลกับ โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่ ก่อนที่บอลจะไปถึง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แล้วเปิดเข้ามา และเป็นทาง ซาดิโอ มาเน่ ที่เข้าชาร์จจ่อๆ ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ออกนำ เอฟเวอร์ตัน ไปก่อน 1-0 

นาทีที่ 5 "หงส์แดง" ได้ลุ้นจากจังหวะที่ ซาดิโอ มาเน่ เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ แล้วเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้เทคตัวขึ้นโขกแต่โดนบอลแค่แฉลบ สุดท้ายเป็น ลูก้าส์ ดีญ ที่โหม่งสกัดป้องกันไว้ได้

นาทีที่ 11 เจ้าถิ่นทำเกมรุกขึ้นมาบ้าง โดย ลูก้าส์ ดีญ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าไปถึง โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน ได้ขึ้นโขก แต่บอลเหินข้ามคานออกไป

นาทีที่17 เอฟเวอร์ตัน ลองวางบอลยาวไปข้างหน้า โดย ไมเคิ่ล คีน และเป็น โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน ที่จับบอลลงมาได้สวย ก่อนที่จะแต่งบอล แล้วซัดด้วยซ้าย แต่น้ำหนักเบาเกินไป ไม่ผ่านมือ อาเดรียน ผู้รักษาประตู ลิเวอร์พูล

จากนั้นนาทีที่ 19 เจ้าบ้านมาได้ลูกเตะมุม เปิดโดย ฮาเมส โรดริเกซ และเป็นทาง ไมเคิ่ล คีน ที่ขึ้นโหม่งส่งบอลเข้าประตูพา เอฟเวอร์ตัน ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

นาทีที่ 25 ลิเวอร์พูล ได้ตั้งเตะจากลูกฟรีคิก ซึ่งเป็น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่ปั่นบอลโค้งเกือบเสียบเสาไกล แต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด โกลของ เอฟเวอร์ตัน พุ่งเชฟเอาไว้ได้หวุดหวิด "หงส์แดง" พลาดได้ประตูเพิ่มอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 33 ทีมเยือนขึ้นเกมมาอีกครั้ง โดย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน วางบอลข้ามฟากไปให้ ซาดิโอ มาเน่ ก่อนที่จะคืนย้อนไปให้ อาโก้ อัลคันทาร่า ได้ลองซัด แต่บอลไม่ตรงกรอบ 

นาทีที่ 44 เอฟเวอร์ตัน มีโอกาสจากจังหวะที่ เบน ก็อดฟรีย์ เลี้ยงลุยขึ้นมา ก่อนไหลบอลให้ ริชาร์ลิซอน ได้ยิง แต่บอลก็แรงเหินข้ามคานออกไป 

หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เอฟเวอร์ตัน ยังเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 48 ลิเวอร์พูลได้ลุ้นจากจัวหวะที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ ไมเคิ่ล คีน ผู้เล่นของ เอฟเวอร์ตัน โหม่งสกัดออกมา จนไปเข้าทาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้ซัด แต่บอลก็โด่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 50 ลูก้าส์ ดีญ เปิดบอลเรียดเข้าไปให้ โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน พยายามที่จะแปล แต่ไม่โดนบอล ทำให้ อาเดรียน มือกาวของ ลิเวอร์พูล ป้องกันเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด

นาทีที่ 59 เจ้าบ้านมีโอกาสจากจังหวะที่ ฮาเมส โรดริเกซ เปิดบอลย้อยเข้าไปถึง ริชาร์ลิซอน ได้ขึ้นโหม่ง แต่บอลดันไปชนเสาเต็มๆ เอฟเวอร์ตัน พลาดได้ประตูเพิ่มเติมอย่างน่าเสียดาย

ต่อมาในนาทีที่ 72 ทีมเยือนทำเกมขึ้นมา โดย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน พยายามบอลเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ เยอร์รี่ มิน่า กองหลังของเจ้าถิ่นสกัดบอลไปเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้ซัดเต็มข้อ ส่งบอลตุงตาข่ายช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ เอฟเวอร์ตัน 2-1

นาทีที่ 76 ทีมเยือนได้ลูกเตะมุมโดย โจเอล มาติป ขึ้นโขก แต่ไปเซฟของ จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูของ เอฟเวอร์ตัน ทำให้ ลิเวอร์พูล ชวดได้ประตูเพิ่ม

จนมาถึงนาทีที่ 81 ฮาเมส โรดริเกซ จิ้มบอลส่งได้ ลูก้าส์ ดีญ ก่อนโยนเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วเป็นทางด้าน โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน ได้โหม่งกดบอลลงพื้นก่อนผ่านมือ อาเดรียน นายด่านทีมเยือนเข้าไปพา เอฟเวอร์ตัน ตีเสมอ ลิเวอร์พูล 2-2

ต่อมาในนาทีที่ 90+3 ลิเวอร์พูลเกือบมาได้ประตู หลังจากที่ ซาดิโอ มาเน่ จ่ายเรียดมาให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้แปลเน้นๆ ส่งบอลตุงตาข่าย แต่ผู้ตัดสินต้องขอดู วีเออาร์ แล้วริบประตูคืน เนื่องจากชี้ว่าเป็นลูกล้ำหน้า

หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูได้ หมดเวลาการแข่งขัน เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านเสมอ ลิเวอร์พูล 2-2 แบ่งกันไปทีมละแต้ม ทำให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ยังคงรั้งจ่าฝูงของตาราง เก็บได้ 13 คะแนน ไม่แพ้ใคร 5 เกมติดต่อกัน ด้าน "หงส์แดง" ขยับมาอยู่ที่ 2 ชั่วคราว มี 10 คะแนน

11 คนแรกที่ลงสนามเป็นตัวจริง

เอฟเวอร์ตัน ระบบ (4-3-3) : จอร์แดน พิคฟอร์ด ; เซมัส โคลแมน, เยอร์รี่ มิน่า, ไมเคิ่ล คีน, ลูก้าส์ ดีญ ; อับดูลาย ดูกูเร่, อัลลัน, อังเดร โกเมส ; ฮาเมส โรดริเกซ, โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน, ริชาร์ลิซอน

ลิเวอร์พูล ระบบ (4-3-3) : อาเดรียน ; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจเอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลคันทาร่า ; โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่