239
shared

คนไทยเตรียมได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 กลางปีหน้า

17 ตุลาคม 2563 16:20 15080
คนไทยเตรียมได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 กลางปีหน้า

แอสตร้า เซนเนก้า เดินหน้าพัฒนาวัคซีนโควิด-19 โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต คาดผลิตได้สำเร็จและพร้อมให้ปชช.ได้ใช้กลางปี 2564

วันนี้ (17 ต.ค.63)  บริษัท แอสตร้า เซนเนก้า บริษัทผู้พัฒนาวัคซีนโควิด-19  เปิดเผยว่า    ประเทศไทยได้รับการคัดเลือกให้เป็นฐานการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบริษัท   ซึ่งคาดว่า  จะพัฒนาวัคซีนให้ใช้ได้ และเริ่มผลิตประมาณกลางปี 2564 ที่ขณะนี้ อยู่ระหว่างการทดลองวัคซีนโควิดตัวอย่าง  ในระยะที่ 3  ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย และมีความเป็นไปได้สูงที่จะประสบความสำเร็จ  ขณะเดียวกันยังมีผู้ลิตอีก 4 รายได้แก่  กามาเลยา,  สปุตนิกของรัสเซีย,  โมเดอร์นากับไฟเซอร์ของสหรัฐฯ และซิโนวัค จากจีน 

สำหรับ  แอสตร้า เซนเนก้า เป็นบริษัทสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน  ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย  ออกซฟอร์ดวิจัยวัคซีนป้องกันโควิด  AZD 1222  ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการทดลองขั้นที่ 3  กับกลุ่มตัวอย่าง 18,000 คน  ซึ่งหากได้ผล   ก็จะสามารถขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานด้านอาหารและยาของสหราชอาณาจักร และผลิตออกมาใช้ได้ทันที

ด้าน ออกซ์แฟม องค์กรการกุศลต่อต้านความยากจนระดับโลก  ออกแถลงการณ์ระบุว่า  กำลังการผลิตวัคซีนโควิด-19 ของผู้ผลิตทั้ง 5 รายข้างต้น รวมกันเท่ากับ 5.9 พันล้านโดส   ขณะนี้มีสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น สั่งซื้อ   โดยมีการทำสัญญาไปแล้ว 2.7 พันล้านโดส   อีก 2.6 พันล้านโดสที่เหลือถูกจับจองโดยประเทศกำลังพัฒนา เช่น จีน อินเดีย และบราซิล   อย่างไรก็ตามแม้ว่าต้นปีและกลางปีหน้า  จะมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว  แต่ใช่ว่าทุกประเทศจะมีวัคซีนใช้ทันที   เพราะ 51% ของวัคซีนที่คาดว่าจะใช้ได้ผล ได้ถูกกว้านซื้อไปโดยประเทศร่ำรวยที่มีประชากรรวมกันเพียง 13% ของประชากรโลก

และเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา  กระทรวงสาธารณสุข และบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ บริษัท เอสซีจี และแอสตร้าเซนเนก้า ได้ลงนาม MOU  เป็นข้อตกลงว่า แอสตร้า เซนเนก้า มอบวัคซีนตัวอย่างที่ได้รับการรับรองแล้ว  ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีน AZD 1222   ให้กับบริษัท  สยามไบโอไซเอนซ์ และร่วมมือกับสยามไบโอไซเอนซ์  ติดตั้งกระบวนการผลิตเพื่อผลิตวัคซีนสำหรับคนไทย   และประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยไม่มุ่งหวังผลกำไร 

โดยพลอากาศเอกสถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการสำนักพระราชวัง  ในฐานะประธานกรรมการบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด  กล่าวว่า ศูนย์การผลิตของบริษัท  มีเครื่องจักรที่เป็นเทคโนโลยีชั้นสูงสำหรับผลิตยารักษาโรคมะเร็ง  และโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เครื่องจักรดังกล่าว  สามารถประยุกต์ใช้ผลิตวัคซีน AZD 1222  โดยหลังจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากแอสตร้า  เซนเนก้า  รวมทั้งขั้นตอนการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา  คาดว่าวัคซีนชุดแรกจะพร้อมใช้กลางปีหน้า   ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้สำเร็จเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ถือหุ้น 100% โดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ผลิตยาชีววัตถุ (biological product-ยา ที่ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ) แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย   ที่สามารถผลิตยาได้ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ  ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2552 โดยพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพของคนไทย  โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้ทรงสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมชนกนาถ  ในด้านการสาธารณสุขของไทยและในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดใหม่ๆ  สยามไบโอไซเอนซ์  ได้ปรับพื้นที่บางส่วนของโรงงาน   เพื่อใช้ผลิตชุดตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบ RT-PCR ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก   โดยร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตั้งเป้าผลิตชุดตรวจ 1 แสน ตัวอย่าง  มอบให้รัฐบาลส่งต่อไปยังห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ




เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE