2
shared

ญี่ปุ่นพัฒนาหุ่นยนต์ควบคุมด้วย VR หวังลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน

17 ตุลาคม 2563 17:29 67
ญี่ปุ่นพัฒนาหุ่นยนต์ควบคุมด้วย VR หวังลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน

หุ่นยนต์กำลังเข้ามามีบทบาทในฐานะแรงงานมนุษย์ เช่นในประเทศญี่ปุ่นที่ใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนโดยการสั่งการจากระยะไกล ช่วยลดภาระและยังช่วยให้สามารถทำงานที่ต้องใช้แรงงานหนัก ๆ ได้อีกด้วย

ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญกับปัญหาสังคมผู้สูงอายุ และการขาดแคลนแรงงานวัยหนุ่มสาว ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งธุรกิจมินิมาร์ตหรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่ต้องการแรงงานช่วยในการจัดเรียงสินค้า แต่ในมินิมาร์ตแห่งหนึ่งในเมืองโตเกียว กลับมีหุ่นยนต์ที่กำลังทำหน้าที่จัดเรียงสินค้าบนชั้นวาง ยก จัด เรียง โดยไม่มีมนุษย์ควบคุมอยู่บริเวณนั้นเลย


ที่มาของภาพ https://www.bbc.com/news/business-54232563

สิ่งที่น่าสนใจคือหุ่นยนต์ตัวนี้ไม่ได้ทำงานตามสิ่งที่สมองกลของมันสั่งการด้วยตนเอง เพราะแท้จริงแล้วไกลออกไปอีกหลายกิโลเมตร พนักงานจัดวางสินค้าตัวจริงกำลังควบคุมการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ตัวนี้อยู่ผ่านการสั่งงานระยะไกลและการใช้เทคโนโลยีภาพเสมือนในการควบคุม (virtual reality หรือ VR) โดยผู้ใช้งานจะสวมอุปกรณ์ Headset เพื่อเข้าถึงมุมมองที่หุ่นยนต์มองเห็น และสั่งการผ่านอุปกรณ์คล้ายจอยเกมเพื่อใช้ในการยกสิ่งของต่าง ๆ (คล้ายกับในภาพยนต์เรื่อง Reel steel ที่มนุษย์เป็นผู้กระทำสิ่งต่าง ๆ และมีหุ่นยนต์คอยลอกเลียนการเคลื่อนไหว)


ที่มาของภาพ https://fabcross.jp/news/2020/20200723_telexistence_remoterobotmodelt.html

เจ้าตัวหุ่นยนต์ช่วยงานนี้เป็นผลงานของบริษัท Telexistence ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ออกแบบหุ่นยนต์ “Model-T” เพื่อให้สามารถช่วยทำงานที่ต้องใช้แรงงานต่าง ๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตและที่อื่น ๆ โดยสามารถสั่งการได้สบาย ๆ จากบ้านของตนเอง อย่างเช่นตัวอย่างในข่าวนี้คือหุ่นยนต์ที่ช่วยทำงานใน FamilyMart แห่งหนึ่งในเมืองเกียวโต ซึ่งมันสามารถช่วยยกหรือจัดวางสิ่งของได้ง่าย ๆ และยังถือของหลายอย่างได้พร้อมกันทั้งขวดน้ำ ข้าวปั้น กล่องเบนโตะ หรือแม้กระทั่งแซนด์วิชก็ถือได้สบาย ๆ เหมือนกับคนทั่วไป ดังเช่นความตั้งใจของ Yuchiro Hikosaka กรรมการบริหารของบริษัท Telexistence ที่ได้กล่าวไว้ว่าอยากให้ Model-T นี้เป็นเสมือนกับ “Human Avatar” นั่นเอง

“คุณสามารถไปอยู่ที่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องเดินทางจริง ๆ” นั่นคือสิ่งที่เขาอธิบายถึงแนวคิดในครั้งนี้ หรือที่เรียกว่า “Telerobotics” หรือ “Teleoperation” ซึ่งเป็นการสั่งการระยะไกลให้หุ่นยนต์ทำงานต่าง ๆ ตัวอย่างที่ผ่านมาเช่นหุ่นยนต์กู้ระเบิดที่มีมานานก่อนหน้านี้ แต่การพัฒนาในครั้งนี้ต้องการขยายขอบเขตการใช้งานให้ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตประจำวันของเรามากกว่าเดิม


ที่มาของภาพ https://www.bbc.com/news/business-54232563

นอกจากนี้ในญี่ปุ่นที่กำลังก้าวเข้าสู่การมีประชากรสูงอายุจำนวนมาก และทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ดังนั้นวิทยาการหุ่นยนต์นี้อาจจะเข้ามามีบทบาทในการช่วยแก้ปัญหาได้มากขึ้น ทั้งการทดแทนแรงงานมนุษย์และการเพิ่มโอกาสให้บริษัทต่าง ๆ สามารถจ้างมนุษย์ช่วยควบคุมหุ่นยนต์ทำงานแทนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องงานแรงงานที่หนักอีกต่อไป นอกจากนี้ยังทำให้เราสามารถทำงานที่ไหนก็ได้บนโลกได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น สิบนาทีแรกเราอาจจะสั่งการหุ่นยนต์ทำงานในมินิมาร์ตของเกียวโต สิบนาทีต่อมาเราอาจจะย้ายไปสั่งการหุ่นยนต์ทำงานในฮอกไกโดแทน ผู้ใช้งานสามารถ Log on เลือกงานที่ต้องการ จากนั้นก็สวม Headset เข้าไปทำงานในโลกเสมือนจริงที่มีหุ่นยนต์คอยทำงานแทนเราได้เลย ไอเดียนี้นอกจากจะช่วยลดปัญหาขาดแคลนแรงงานได้แล้วยังช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเช่นในสถานการณ์ COVID-19 ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม Model-T ก็อาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่นในตอนนี้มันยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เร็วเท่ากับมนุษย์จริง ๆ และการใช้งาน Headset เป็นเวลานาน ๆ ก็อาจจะทำให้เกิดอาการวิงเวียนได้ ซึ่งทางผู้สร้างก็กำลังทำการพัฒนาและแก้ไขอย่างเต็มที่เพื่อให้สามารถพร้อมใช้งานได้ในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลจาก
เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline