11
shared

เช็กลิสต์ โครงการ"ช้อปดีมีคืน"ลดหย่อนภาษีคุ้มแค่ไหน?

17 ตุลาคม 2563 11:42 1234
เช็กลิสต์  โครงการ"ช้อปดีมีคืน"ลดหย่อนภาษีคุ้มแค่ไหน?

เปิดเงื่อนไข โครงการ "ช้อปดีมีคืน" ทำอย่างไรจึงจะได้ลดหย่อนภาษีอย่างคุ้มค่า

        โครงการ "ช้อปดีมีคืน" ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ  ให้สามารถนำค่าใช้จ่ายไป  "ลดหย่อนภาษี" ปีภาษี 2563 เพิ่มขึ้นจากปกติได้   โดยมีเป้าหมายอยู่ที่กลุ่มมนุษย์เงินเดือน มีงานประจำ หรือคนมีรายได้สูง  ผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยรัฐบาลหวังจะให้ประชาชนกลุ่มนี้ออกมาใช้จ่ายเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะพร้อมให้ใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563

        เงื่อนไขเป็นอย่างไร? 

        โครงการ"ช้อปดีมีคืน" เป็นมาตราการกระตุ้นการใช้จ่ายสำหรับบุคคลที่เสียภาษีเงินได้ ด้วยการนำค่าซื้อสินค้าและบริการมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนจ่ายจริงรวมกันไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน ซึ่งผู้เสียภาษีแต่ละคนจะได้รับสิทธิ์ "ลดหย่อนภาษี" มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ จำนวนเงินที่ซื้อ และคิดอัตราภาษีคืนตามระดับ "เงินสุทธิ" ในแต่ละปี  หากจะจำแนกรายละเอียดของเงื่อนไข มีดังนี้ 

  1. เป็นผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในปีภาษี 2563
  2. ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  3. ไม่ได้ลงทะเบียนร่วมโครงการคนละครึ่ง
  4. มาตรการช้อปดีมีคืนไม่ต้องลงทะเบียน สามารถซื้อสินค้าและขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปมาเป็นหลักฐานในการยื่นแบบภาษีเงินได้ฯ เพื่อลดหย่อนภาษีได้เลย
  5. ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563
  6. ต้องซื้อสินค้าและบริการจากร้านที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป
  7. สามารถซื้อหนังสือ และสินค้าโอทอปที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว โดยมีใบเสร็จรับเงิน
  8. ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้กับสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ยาสูบ, สลากกินแบ่งรัฐบาล, ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ, ค่าที่พักในโรงแรม, ค่าบริการนำเที่ยว, ค่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ, ค่าหนังสือพิมพ์และนิตยสาร และค่าบริการหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

        


         ซึ่งหากคำนวณคร่าวๆกับสิทธิ์ได้รับเงินคืนภาษีสูงสุดตามระดับรายได้  ดังนี้

  • เงินได้สุทธิต่อปี 0-150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี ไม่ได้สิทธิ์คืนภาษี จากโครงการช้อปดีมีคืน แม้จะช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาทก็ตาม
  • เงินได้สุทธิต่อปี 150,001-300,000 บาท หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์คืนภาษีสูงสุด 1,500 บาท
  • เงินได้สุทธิต่อปี 300,001-500,000 บาท หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 3,000 บาท
  • เงินได้สุทธิต่อปี 500,001-750,000 บาท หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 4,500 บาท
  • เงินได้สุทธิต่อปี 750,001-1,000,000 บาท หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 6,000 บาท
  • เงินได้สุทธิต่อปี 1,000,001-2,000,000 บาท หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 7,500 บาท
  • เงินได้สุทธิต่อปี 2,000,001-5,000,000 บาท หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 9,000 บาท
  • เงินได้สุทธิต่อปี 5,000,001 บาทขึ้นไป หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 10,500 บาท  

      อย่าลืมเอกสารเพื่อลดหย่อนภาษี

        แม้โครงการ ช้อปดีมีคืน จะไม่ต้องลงทะเบียนก่อนใช้สิทธิ์ แต่หากต้องการจะลดหย่อนภาษีได้จริง จะต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมเพื่อใช้ในการขอลดหย่อนภาษี 

  • ผู้ใช้สิทธิ์ต้องซื้อสินค้ากับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษี VAT 
  •  ต้องมีใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มรูปแบบจากการซื้อสินค้าเป็นหลักฐาน

     อย่างไรก็ตามหัวใจหลักของแต่ละมาตรการที่รัฐบาลออกมา ก็เพื่อต้องการกระตุ้นการใช้จ่ายให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียน   ซึ่งนายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แนะนำว่า หากต้องการจะร่วมโครงการใดโครงการหนึ่ง ให้ประเมินตนเองในเงื่อนไขต่างๆ รวมทั้ง จะเลือกซื้อสินค้าใด หากเป็นผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และต้องการจะซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ที่มีมูลค่าสูงครั้งเดียว แนะนำให้เข้าร่วม "ช้อปดีมีคืน" เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปแย่งกันลงทะเบียนคนละครึ่ง




ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 



เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE