3
shared

Google’s Nest เปิดตัว ‘The Nest Thermostat’ ดีไซน์เรียบง่าย แถมราคาถูกลง!

16 ตุลาคม 2563 14:59 79
Google’s Nest เปิดตัว ‘The Nest Thermostat’ ดีไซน์เรียบง่าย แถมราคาถูกลง!

Google’s Nest เปิดตัวสมาร์ตเทอร์โมสตัทรุ่นใหม่ ดีไซน์เรียบง่าย ราคาถูกลง พร้อมโชว์ภาพฟีเจอร์ Nest Thermostat ที่ทำงานคู่กับแอปพลิเคชัน Home ได้อีกด้วย!

Google’s Nest smart home เปิดตัวสมาร์ตเทอร์โมสตัทตัวใหม่ พร้อมออกวางจำหน่ายแบบพรีออเดอร์แล้ววันนี้ โดยเครื่องปรับอุณหภูมิตัวใหม่นี้มีความโดดเด่นที่ดีไซน์เรียบง่ายกว่าตัวเก่าอย่าง Nest Learning Thermostat และ Nest Thermostat E แถมยังราคาถูกกว่าอีกด้วย โดยสนนราคาอยู่ที่ 129.99 ดอลลาร์หรือประมาณ 4,062 บาทเท่านั้น!


ที่มาของภาพ https://techcrunch.com/2020/10/12/nest-launches-its-129-thermostat-with-a-new-design-swipe-and-touch-interface-on-the-side/

สิ่งแรกที่น่าสนใจของเทอร์โมสตัทตัวใหม่นี้คือดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย โดยทิ้งรูปแบบหน้าปัดเข็มหมุนแบบเดิม ๆ ที่ใช้อยู่ในทุกรุ่นมานานกว่าเก้าปี เปลี่ยนมาเป็นแถบรับสัมผัสที่ผู้ใช้งานสามารถลากนิ้วผ่านขึ้นลง หรือแตะเพื่อปรับอุณหภูมิได้ง่าย ๆ ซึ่งดีไซน์ใหม่นี้ยังช่วยให้ Google ลดค่าใช้จ่ายในการผลิตและสามารถปรับราคาให้ต่ำลงได้อีกด้วย

ด้านหน้าของตัวเทอร์โมสตัทใช้วัสดุเป็นกระจกล้วน ซึ่งสะท้อนจอด้านในที่จะส่องสว่างเมื่อใช้งาน นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยี ‘Soil’ ตัวเดียวกับที่อยู่ในสมาร์ตโฟน ‘Pixel 4’ เพื่อให้เทอร์โมสตัทสามารถตรวจจับและแสดงผลพร้อมใช้งานอัตโนมัติเมื่อมีผู้ใช้งานยืนอยู่หน้าเครื่อง

ที่มาของภาพ https://techcrunch.com/2020/10/12/nest-launches-its-129-thermostat-with-a-new-design-swipe-and-touch-interface-on-the-side/

เทอร์โมสตัทตัวใหม่นี้ยังออกแบบมาในสีสันสวยงามถึง 4 สีด้วยกัน ได้แก่สีขาว สีเทาเข้ม สีชมพูอ่อน และสีเขียวอ่อน และยังมีชุดจานรองด้านหลังตกแต่งเพิ่มเติมที่เข้าชุดกัน ขายเพิ่มในราคา 14.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 468 บาท)

นอกจากนี้ Nest ยังได้ปรับใช้สามารถใช้งานซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น โดยจะใช้การทำงานในระบบแบบทั่วไปคือต้องมีการสั่งการให้จดจำอุณหภูมิในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิเมื่ออยู่บ้าน, เมื่อออกไปข้างนอก และอุณหภูมิที่ควรจะรักษาระดับไว้ เป็นต้น ซึ่งจะง่ายต่อการใช้งานของคนที่เริ่มใช้สมาร์ตเทอร์โมสตัทเป็นครั้งแรก

ที่มาของภาพ https://techcrunch.com/2020/10/12/nest-launches-its-129-thermostat-with-a-new-design-swipe-and-touch-interface-on-the-side/

และถึงจะปรับให้ทั้งดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานเรียบง่าย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะลดคุณภาพลง เพราะ ‘The Nest Thermostat’ ยังสามารถควบคุมได้จากแอปพลิเคชัน ‘Google Home’ เหมือนกับรุ่นอื่น ๆ และยังรองรับการสั่งการด้วยเสียงผ่าน Google Assistant หรือ Amazon’s Alexa ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นให้ผู้ใช้งานปรับอุณหภูมิได้โดยสะดวก และสามารถแจ้งเตือนปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบ HVAC หรือเมื่อถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนฟิลเตอร์แอร์

โดยรายละเอียดการใช้งาน Home ที่น่าสนใจ มีดังนี้

ที่มาของภาพ https://9to5google.com/2020/10/12/nest-thermostat-google-home/

เมื่อเข้าสู่หน้าแอปพลิเคชัน Home ให้แตะคำว่า “Thermostat” ด้านบนสุด จะเข้าสู่หน้าจอแบบใหม่ที่แสดงปุ่มควบคุมอุณหภูมิ  ที่สามารถใช้การเลื่อนเข็มปรับอุณหภูมิแบบเดิม หรือการแตะเครื่องหมาย +/- เพื่อปรับทีละขั้น ส่วนข้างใต้ปุ่มจะเป็นส่วนแสดงผลข้อมูลต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิข้างในห้องและความชื้น


ที่มาของภาพ https://9to5google.com/2020/10/12/nest-thermostat-google-home/

แถวของการสั่งการแบบ “quick actions” ซึ่งเราสามารถ “เลือกโหมดการทำงาน” ด้วยปุ่มที่จะปรากฏให้เลือกแบบเลื่อนขึ้น ได้แก่ Heat, Cool, Heat + Cool และ Off



ที่มาของภาพ https://9to5google.com/2020/10/12/nest-thermostat-google-home/

นอกจากนี้ยังมี “Temperature presets” หรือการตั้งค่าเริ่มต้นในรูปแบบต่าง ๆ มาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ได้แก่ Comfort (เมื่ออยู่บ้าน), Eco (เมื่อไม่มีใครอยู่บ้าน) และ Sleep (เพื่อประหยัดพลังงานในตอนกลางคืน) 

ความพิเศษของ ‘Eco Mode’ คือสามารถเชื่อมต่อเทคโนโลยี Soil ที่เชื่อมโยงกับระบบพิกัดบนมือถือของเรา ซึ่งเมื่อไม่อยู่บ้านก็จะมีการเปิดใช้งาน ‘Eco Mode’ ได้ ซึ่ง Google ยังระบุว่าการใช้งานนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถลดค่าใช้จ่าย 10-12% ของระบบทำความร้อน และ 15% ของระบบทำความเย็นในแต่ละปี และยังได้รับการรับรอง Energy Star เช่นเดียวกันกับรุ่นอื่น ๆ


ที่มาของภาพ https://9to5google.com/2020/10/12/nest-thermostat-google-home/

ปุ่ม “Hold temperature” ผู้ใช้งานสามารถเลือกอุณหภูมิปัจจุบันหรือที่ระบบตั้งค่ามาให้ จากนั้นก็ตั้งเวลาใช้งานที่ต้องการซึ่งสามารถเพิ่มได้ครั้งละ 30 นาที 


ที่มาของภาพ https://9to5google.com/2020/10/12/nest-thermostat-google-home/

และโหมด “Fan” ที่สามารถตั้งค่าใช้งานได้ถึง 12 ชั่วโมง


ที่มาของภาพ https://9to5google.com/2020/10/12/nest-thermostat-google-home/

ในส่วนของการตั้งค่าอื่น ๆ ผู้ใช้งานสามารถแตะมุมบนขวาของหน้าจอ จะปรากฎข้อมูลอุปกรณ์, การแชร์, และการแจ้งเตือนอยู่ภายใต้หัวข้อ “General” 

ส่วนหัวข้อ “Device features” จะปรากฎส่วนของการตรวจจับบุคคล, เทอร์โมสตัท, 
การตั้งค่าอุณหภูมิ, ตารางเวลา และแผงควบคุมพลังงาน


ที่มาของภาพ https://9to5google.com/2020/10/12/nest-thermostat-google-home/

เมนูตั้งค่า “Temperature Presets” ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกดปรับแต่งอุณหภูมิโหมด Comfort, Eco และ Sleep ที่ตั้งค่าไว้เองได้หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการตั้งค่าเริ่มต้น

ที่มาของภาพ https://techcrunch.com/2020/10/12/nest-launches-its-129-thermostat-with-a-new-design-swipe-and-touch-interface-on-the-side/

ส่วนข้อด้อยที่ ‘The Nest Thermostat’ อาจจะมีอยู่บ้างเมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ที่มีราคาแพงกว่าคือมันยังไม่สามารถรองรับ ‘Nest’s remote sensor’ ที่ใช้สำหรับการปรับสมดุลของระบบจากห้องใดห้องหนึ่ง และยังใช้พลังงานจากถ่าน AAA ในขณะที่รุ่นอื่น ๆ เป็นแบบชาร์จใช้งานซ้ำได้ และยังไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์ที่ทำให้สามารถรู้อุณหภูมิของห้องได้จากที่ไกล

ส่วนเรื่องระบบการติดตั้งนั้นไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะทาง 
Google กล่าวว่าขั้นตอนการติดตั้งนั้นจะคล้ายกับรุ่นอื่น ๆ และยังสามารถเข้ากันได้กับระบบ HVAC เกือบทั้งหมดที่ใช้งานอยู่ แถมรองรับการทำงานจากหลายโซนได้โดยการเชื่อมต่อ Nest Thermostats เข้าด้วยกันและเปิดใช้งานพร้อมกัน

ตัวแทนของ Google ยังได้กล่าวอีกว่า Nest Thermostat นี้ไม่ได้ออกมาเพื่อแทนรุ่นอื่น ๆ แต่อย่างใด โดยยังสามารถใช้งาน Nest Learning Thermostat Gen 3 ได้อยู่ ถึงแม้นับจากนี้ไป Nest E จะพร้อมใช้งานสำหรับผู้ติดตั้งมืออาชีพเท่านั้น โดยทาง Google หวังว่าการปรับใช้ฟังก์ชันการใช้งานง่ายขึ้นและราคาที่ถูกลงนี้จะช่วยดึงดูดให้คนหันมาใช้งานสมาร์ตเทอร์โมสตัทมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก
The Verge
Techcrunch
9to5google

เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline