3
shared

ตกใจ!!! ลีเดีย ตรวจพบถุงลมในปอดยังเป็นแผล แพทย์บอกไม่ได้เมื่อไหร่หาย

16 ตุลาคม 2563 10:52 62
ตกใจ!!! ลีเดีย ตรวจพบถุงลมในปอดยังเป็นแผล แพทย์บอกไม่ได้เมื่อไหร่หาย

ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ เผยผลกระทบต่อร่างกายจากไวรัสโควิด-19 พบถุงลมในปอดยังเป็นแผล หลังตรวจปอดซึ่งอีกรอบอย่างละเอียด แพทย์ไม่สามารถบอกได้ว่าเมื่อไหร่จะหายขาด

    นักร้องนักแสดง ลีเดีย และ แมทธิว ดีน ยกครอบครัวไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกรอบ หลังจากเจ้าตัวหายจากไวรัสโควิด-19 มาได้ 6 เดือน ซึ่งลีเดียได้อออกมาเปิดใจถึงการไปพบแพทย์ เพื่อตรวจปอดอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าผลบอกว่าแมทธิว หายแล้ว 100% ส่วนตน ปอดทำงานแค่ 60% ซึ่งก็สร้างความตกใจให้ตนนิดหน่อย

ขอถามอัพเดตถึงสุขภาพ?

ลีเดีย : สุขภาพจริงๆตอนนี้ก็ปกติดี เพียงแต่ว่าล่าสุดมันไปเช็คอัพ เพราะว่ามันผ่านมา5-6เดือน ก็ไปเช็คการทำงานของปอด  จริงๆตัวเองรู้สึกปกติค่ะ แต่พอไปเช็คแล้ว ผลที่มันออกมาบอกว่ายังไม่ค่อยปกติ แต่จริงๆ ก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อย ไม่ได้รู้สึกหอบ หมอบอกว่าก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงแต่ว่าไปวิ่งมาราธอนอาจจะไม่ไหว

ฟังแล้วตกใจไหม ?

ลีเดีย : ตกใจนิดนึงนะ เพราะเราเองก็รู้สึกว่าเราแข็งแรงดี แต่ของพี่แมทก็หายแล้ว 100% แต่มันก็ออกมานิดหนึ่งที่ไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ คือเค้าบอกว่าถุงลมในปอดอาจจะเป็นแผลอยู่ คุณหมอก็อธิบายให้ง่ายๆ เหมือนตอนเวลาเป็นสิวมันหายแล้วล่ะ แต่รอยดำรอยแดงอาจจะยังอยู่ ก็อาจจะยังทำงานไม่เต็ม 100% ค่ะ เวลาออกกำลังกายก็มีบ้าง ถ้าเวลาวิ่ง จะรู้สึกว่าเหนื่อยเร็วกว่าคนอื่น เพราะว่าอาจจะต้องใช้ออกซิเจนเยอะ

หมอได้บอกไหมว่าอีกนานแค่ไหนจะกลับมา 100% ?

ลีเดีย : ก็ไม่รู้เลย คุณหมอบอกว่าต้องใช้เวลา เพราะเขาบอกว่าโควิด-19 มันเป็นโรคที่เพิ่งเกิดขึ้นในโลก ก็เลยยังไม่มีข้อมูลอะไรเยอะ ว่ามันจะหายมา100%เหมือนเดิมไหม หรือถ้าหายจะใช้เวลานานขนาดไหน คือมันยังไม่มีสถิติของที่ผ่านมา มาโชว์ได้ เพราะเราก็เป็นหนึ่งคนแรกๆที่เป็น ก็เรียกว่าเป็นเคสเรียนรู้ไปด้วย


แล้วการรักษาคือต้องทำยังไง ? 

ลีเดีย : หมอบอกไม่มีการรักษา ต้องให้ร่างกายรักษามันไปเอง ออกกำลังกายเพิ่ม ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ก็ต้องรอให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเอง

แมทธิว : ถ้าเกิดเรากินอาหารดีๆหรือว่าดูแลตัวเอง ตรงนั้นมันก็เป็นสิ่งที่ไม่เสียหายอยู่แล้ว มันก็จะช่วยเราได้ แต่ถ้าบอกว่ามีวิธีการรักษาที่ชัดเจนไหม ก็ยังไม่มี ก็ต้องปล่อยให้ร่างกายเป็นธรรมชาติของมัน

แล้วอาการของพี่แมทเป็นยังไงบ้าง ?

แมทธิว : ของตัวผมโอเคค่อนข้างจะดี ของเดียก็ยังแปลกใจว่ายังมีติดค้างอยู่นิดหนึ่ง ซึ่งมันยังหายไม่ 100% ก็คอยติดตามครับ คอยไปอัพเดตเช็คกับคุณหมอเรื่อยๆว่าดีขึ้นขนาดไหนแล้ว เมื่อไหร่จะถึง 100% เราก็จะสบายใจตอนนั้น ตอนนี้ก็ยังต้องระวัง


ของพี่เดียต้องระวังเรื่องของงานไหม

ลีเดีย : เรื่องของงาน คุณหมอบอกไม่กระทบ เดียก็ไม่รู้สึกว่ามันกระทบ เรื่องร้องเพลงมันอาจจะไม่หนักขนาดนั้น คุณหมอบอกว่ามันจะหนัก ถ้าเป็นมาราธอน ไตรกีฬาที่มันจะต้องใช้ออกซิเจนเยอะจริงๆ หนักจริงๆ แต่ว่าเป็นถ้าเป็นการร้องเพลงไม่น่าจะขนาดนั้น ยกเว้นจะตีลังการ้องเพลงไปด้วยเล่นหนักๆอันนั้นอาจจะเป็นไปได้ 

แล้วโอกาสเสียงของการติดเชื้ออีกรอบ ?

ลีเดีย : อีกรอบหนึ่งอันนี้ก็ไม่มีข้อมูล เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเรายังมีภูมิในเลือดยังอยู่ไหม หรือถ้าเป็นอีกรอบหนึ่งจะกำจัดมันได้หรือจะเป็นแย่กว่าเดิม ก็ยังไม่มีข้อมูลตรงนี้ ก็หวังว่าจะไม่มีมาอีกรอบหนึ่งเรียกง่ายๆ ตอนนี้ในตัวเราไม่ได้มีเชื้อ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลของอาการ

ลีเดีย : ใช่ ถ้าเรื่องของเชื้อหมดแล้ว เพียงแต่ว่าความเสียหายที่มันทำกับปอดมันยังหายไม่สนิท แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเป็นแผลเยอะมากเพราะว่าตอนนี้เอ็กซเรย์ทุกอย่างปกติ ถ้าเอาเอ็กซเรย์ของเราไปให้หมอที่ไหนดู ถ้าเค้าไม่ได้รู้ว่าเราเป็นใคร เค้าก็จะบอกว่าเป็นปอดปกติ เฮลตี้100% แต่เราไปตรวจฟังค์ชั่นของการทำงานที่ไปเป่าเครื่องมันก็เลยรู้ว่า แก๊สที่เราจะต้องเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาแลกกับออกซิเจนมันยังไม่ 100%

แล้วตอนนี้ปอดทำงานแค่ 60% ?

ลีเดีย : ใช่ แต่คนปกติก็จะประมาณ 70- 80% ขึ้นไป แต่ของเรา 60 เราก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นแต่มันก็ยังไม่ปกติมันแค่ลดลงมานิดหน่อย


อย่างของพี่แมทบริจาคพลาสมาไม่ได้แล้ว เพราะเห็นว่าภูมิมันลดลง ?

แมทธิว : ภูมิจะลดลง คือมันจะมีภูมิตัวหนึ่งที่เวลาไม่สบายหรือเป็นโควิด-19 มันจะขึ้นสูงเพื่อที่จะต่อต้านไวรัสในช่วงที่เราเป็น พอเราหายแล้ว ไม่ได้อยู่ในตัวแล้วมันก็จะค่อยๆลดลงมาอยู่ในระดับปกติ เพราะฉะนั้น ผมก็กลับมาอยู่ในระดับปกติเหมือนทุกคน แต่ว่าภูมิที่เหมือนจะเป็นสิ่งที่ร่างกายเราจะจำว่าเราเคยติดตัวนี้มาแล้ว เวลาถ้าเกิดมันมาหาเราอีก มันก็จะสามารถต่อต้านได้เร็วขึ้น ตัวนั้นยังอยู่

อย่างก่อนหน้านี้ที่บริจาคไปก็เอาไปวิจัย ทดลอง ?

แมทธิว : ใช่ครับ คืออย่างบริจาคพลาสมา เค้าจะสามารถเอาพลาสมาที่มีภูมิที่สูงๆอยู่กับตัวเรา ตัวนั้นจะไปช่วยคนไข้คนอื่นได้ แต่พอกลับมาอยู่ในระดับปกติแล้วก็คือบริจาคไปก็เท่านั้น ก็ไม่สามารถเอาไปทำอะไรได้



ขอบคุณภาพ IG : lydiasarunrat

เกาะติดข่าวบันเทิงที่นี่

Facebook : True Inside HD

Twitter : true_insidenews

Youtube Official : TrueVisionsOfficial

Instagram : True_insidenews

Website: www.TNNThailand.com

True Visions 02-700-8000