3
shared

"มาร์เซโล บิเอลซ่า" คนบ้าผู้ปลุกชีพ "ยูงทอง"

13 ตุลาคม 2563 08:07 146
"มาร์เซโล บิเอลซ่า" คนบ้าผู้ปลุกชีพ "ยูงทอง"

"ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด อีกหนึ่งทีมระดับตำนานของลีกอังกฤษที่หวนคืนสู่ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกรอบ 16 ปี ซึ่งมาพร้อมกับการสร้างความบันเทิงให้กับทีมในพรีเมียร์ลีกเป็นอย่างมาก

ตั้งแต่ปี 2004 ที่ตกชั้น ลีดส์ กลายเป็นทีมที่ดูธรรมดา และไม่มีวี่แววจะหวนคืนสู่ลีกสูงสุดได้ จนปี 2017 ทีมเริ่มหมดหนี้สินการเทคโอเวอร์ของอันเดรีย ราดริซซานี นักธุรกิจอิตาเลี่ยนและการก้าวเข้ามาของ มาร์เซโล บิเอลซ่า ในปี 2018

กุนซือระดับบรมครูวัย 64 เข้ามาปฏิวัติทีมใหม่เขาต้องการให้สโมสรซื้อเตียงพักอย่างดีมาไว้ให้นักเตะใช้เอนกายระหว่างการซ้อม ขอโต๊ะพูลไซส์มาตรฐาน และเกมเพลย์สเตชั่นสำหรับการผ่อนคลายความเครียดหลังกรำศึกหนัก รวมถึงอัพเกรดสระว่ายน้ำ และเตาผิงสำหรับสร้างความอุ่นสบายให้ลูกทีมในการต่อสู้กับสภาวะอากาศอันเย็นยะเยียบของแคว้นยอร์คเชียร์

การซ้อมของเขาหนักหน่วงถึงขั้นเหมือนเก็บตัวอยู่ในกรมทหาร เขาจะคุมการกินของนักเตะทุกคน และลูกทีมทุกคนจะต้องโดนตรวจวัดมวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน และกระดูก ซึ่งหากใครผ่านเกณฑ์หรือผ่านการอนุญาของบิเอลซ่าจึงจะได้โอกาสลงซ้อมและลงเล่น 

ขวบปีแรกของบิเอลซ่าเห็นแววเลื่อนชั้นทันทีแม้จะเจอปัญหามากมายแต่พาทีมจบอันดับ 3 แต่ไปปราชัยในเกมเพลย์ออฟต่อดาร์บี้ก่อนจะประสบความสำเร็จในปีต่อมาด้วยการคว้าแชมป์โดยมีดาร์บี้ยืนตั้งแถวปรบมือให้

ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ในรอบ 16 ปีพวกเขาแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ต้องการเป็นน้องใหม่ที่หนีตกชั้น

ลูกทีมบิเอลซ่ากลับมาเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับแฟนบอลพรีเมียร์ลีกซึ่งเห็นได้ตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลเมื่อเล่นงาน "แชมป์เก่า" ลิเวอร์พูล จนหืดขึ้นคอกว่าจะเอาชนะได้

แม้คุณภาพนักเตะเป็นรอง แต่เรื่องรูปแบบการเล่น วินัย รวมถึงพลังที่แสดงให้เห็นผ่านการเล่นเพรสซิ่งสูง ทำให้ "ยูงทอง" กลายเป็นทีมที่น่าจับตามองตั้งแต่นัดแรก

ลูกทีม "เอล โลโค" อันเป็นสมญาประจำตัวโค้ชอาร์เจนไตน์ ซึ่งแปลตรงตัวว่า "คนบ้า" แสดงให้เห็นว่าพวกเขาคือ "น้องใหม่อันตราย" สมกับที่ทุกคนจับตามองเมื่อหลังจากจบเกมแรกถึงตอนนี้ยังไม่แพ้ใครอีกเลยเก็บได้ 7 คะแนนจาก 3 นัดหนึ่งในนั้นคือการเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จของลีดส์มีอยู่ 2 ปัจจัยใหญ่ๆ คือการทำงานหนัก และ ทัศนคติการเล่นแบบไม่กลัวใคร

ผ่านไปแล้ว 4 เกม ลีดส์ เข้าสกัดบอลรวมกันไป 105 ครั้ง มากกว่าทุกทีมในลีกสูงสุก และยังมีค่าเฉลี่ยแท็คเกิ้ลสำเร็จเกมละ 18 ครั้ง ไม่มีทีมไหนในลีกที่ทำได้มากกว่านี้

และเมื่อเจาะลึกเป็นรายคนบนตารางนักเตะที่เข้าสกัดบอลมากสุดในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ 3 อันดับแรกเป็นผู้เล่นของ ลีดส์ ทั้ง ลุค อายลิ่ง 19 ครั้ง (เท่ากับ ไทริค มิตเชลล์ ของ พาเลซ), คัลวิน ฟิลลิปส์ 17 ครั้ง และ สจ๊วร์ต ดัลลัส 16 ครั้ง (เท่ากับ เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ของพาเลซ)

อีกทั้ง ลีดส์ ยังเป็นเจ้าของเกมที่มีการเข้าสกัดมากสุดในปีนี้ที่ 32 ครั้ง ในเกมกับ แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล โดยเกมล่าสุดที่แบ่งแต้มกับทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้พวกเขาเข้าสกัดสำเร็จถึง 21 ครั้ง

นอกจากจะเป็นผู้นำใน 2 ปัจจัยนี้แล้ว ลีดส์ ยังเป็นทีมที่ชิงบอลคืนกลับมาได้มากที่สุด 252 ครั้ง บล็อคบอลมากสุด 27 ครั้ง และมีค่าเฉลี่ยบีบกดดันคู่ต่อสู้มากสุดคือเกม 184 ครั้งอีกด้วย

"งานผมคือดึงศักยภาพของนักเตะออกมาให้ได้มากที่สุด" มาร์เซโล บิเอลซ่า กล่าวถึงหน้าที่ของเขาสั้น ๆ ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่เขาทำให้ทีมมากมายจน "ยูงทอง" พร้อมเต็มที่แล้วสำหรับพรีเมียร์ลีก

ถ้าเกิดฤดูกาลนี้ ลีดส์ ยูไนเต็ด สร้างเซอร์ไพรส์อะไรสักอย่าง เครดิตคงไม่ใช่ของคนดีที่ไหน นอกจาก "คนบ้า" ที่ชื่อ "มาร์เซโล่ บิเอลซ่า"