3
shared

ทรัมป์ ประกาศหายจากโควิดแล้ว พร้อมลุยหาเสียงใหญ่

12 ตุลาคม 2563 11:41 40
ทรัมป์ ประกาศหายจากโควิดแล้ว พร้อมลุยหาเสียงใหญ่

"โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศหายจากโควิด-19 โดยสิ้นเชิงแล้วและไม่มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อให้ผู้อื่น พร้อมลุยหาเสียงใหญ่

วันนี้( 12 ต.ค.63) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ประกาศว่า หายป่วยจากโควิด-19 แล้ว ทำให้สามารถกลับไปหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายได้ ทรัมป์ยังระบุโดยไม่มีหลักฐานว่า ตอนนี้เขามีภูมิคุ้มกันแล้ว 

ความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีขึ้นหลัง นายแพทย์ฌอน คอนลีย์ หัวหน้าคณะแพทย์ประจำทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับการตรวจคัดกรองแบบพีซีอาร์ ที่เป็นการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งหลังโพรงจมูก เมื่อช่วงเช้าของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น และผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการระบุชัดเจนว่า ผู้นำสหรัฐไม่มีความเสี่ยงเป็นพาหะนำโรคแก่บุคคลอื่น แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลชัดเจนว่า ผลตรวจร่างกายเป็นลบ หรือไม่มีเชื้อโควิด-19 หลงเหลืออยู่ในร่างกายแล้วหรือไม่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังยืนยันกับรายการ Sunday Morning Futures ของ Fox News ว่า เขาผ่านการตรวจขั้นสูงสุดและมาตรฐานสุ.สุด ตอนนี้เขาสุขภาพดีมาก

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีคะแนนนิยมตามหลังนายโจ ไบเดน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครตเกือบทุกโพล ต้องการกลับไปหาเสียง หลังไม่ได้ลงพื้นที่มานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ เขามีแผนเดินทางไปที่รัฐ battleground state สำคัญอย่างฟลอริดาในวันจันทร์ และเพนซิลวาเนียวันอังคาร ส่วนวันพุธไปไอโอวา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังระบุว่า เขาไม่ต้องทานยาอีกต่อไปแล้วและมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งภูมิคุ้มกันต่อโควิด-19 อาจอยู่นาน หรือสั้น หรืออาจอยู่ไปตลอดชีวิต ก็ไม่มีใครรู้

อย่างไรก็ตาม การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19 จะมีแอนติบอดี้ยาวนานแค่ไหน และปลอดภัยจากการติดเชื้อรอบสองหรือไม่

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวีตข้อความว่า “เขาได้รับการอนุมัติจากคณะแพทย์ของทำเนียบขาวแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งหมายความว่า เขามีภูมิคุ้มกันแล้วและไม่สามารถแพร่เชื้อได้ เขารู้สึกดีมากที่รู้เช่นนี้”

ข้อความดังกล่าวทำให้ทวิตเตอร์ติดป้ายคำเตือน ว่าทวีตนี้ละเมิดกฎของทวิตเตอร์เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิดและอาจเป็นอันตรายเกี่ยวกับโรคโควิด-19 แต่ทางทวิตเตอร์ไม่ได้ลบข้อความของนายทรัมป์ออกไป โดยให้เหตุผลว่า ทางทวิตเตอร์ได้พิจารณาแล้วว่าโพสต์ของผู้นำสหรัฐฯอาจอยู่ในความสนใจของสาธารณชน จึงทำให้ยังเห็นข้อความที่ทรัมป์ทวีตตามปกติ

ขณะที่ นายไบเดนยังมีคะแนนนิยมในภาพรวมทั่วประเทศเหนือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และยังมีคะแนนนำในสวิทสเตทเล็กน้อย แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้โจมตีนายไบเดนว่า “ตอนนี้คนอเมริกันมีประธานาธิบดีที่ไม่ได้หลบซ่อนตัวในห้องใต้ถันบ้านไม่เหมือนนายไบเดนและที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มักล้อเลียนนายไบเดนเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และลงพื้นที่หาเสียงแบบคนน้อยและเบาบาง

ขณะที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สนับสนุนของเขาหลายร้อยคนที่มารวมตัวกันที่ทำเนียบขาว โดยเรียกร้องให้ช่วยกันลงคะแนนเลือกเขา ซึ่งในงานดังกล่าว นายทรัมป์ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยขณะพูดกับฝูงชน ส่วนผู้ที่มาร่วมงานต่างสวมหน้ากากอนามัย แต่ไม่ได้รักษาระยะห่างทางสังคม

ด้านนายไบเดน ใข้เวลาวันอาทิตย์ที่โบสถ์แห่งหน่งในรัฐเดลาแวรร์ บ้านเกิดของเขา และร่วมงานระดมทุนหาเสียงออนไลน์ โดยเขากล่าวว่าประเทศนั้นแตกแยกเพราะนโยบายที่แบ่งแยกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังย้ำเมื่อวันอาทิตย์ เรียกร้องให้รัฐต่างๆกลับมาเปิดเศรษฐกิจ ทั้งๆที่อัตราการแพร่เชื้อในสหรัฐฯยังคงพุ่งสูง

โดยเมื่อวันศุกรที่ผ่านมา สหรัฐฯพบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 58,000 คนต่อวัน สูงสุดในรอบสองเดือนและการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐในแถบมิดเวสต์ พุ่งสูงทำลายสถิติติดกันหกวันแล้วนอกจากนี้ยังมี 19 รัฐที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงในเดือนตุลาคม

ขณะที่อัตราการเสียชีวิตในสหรัฐฯอยู่ที่ราว 700 รายต่อวัน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ายอดอาจสูงขึ้นอีกในช่วงฤดูหนาวนี้ โดยแบบจำลองของมหาวิทยาลัยวอชิงตันคาดว่า จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นสามเท่าในเดือนมกราคม ไปอยู่ที่ 2,250 รายต่อวัน และยอดรวมของผู้เสียชีวิตจะอยู่ที่ 395,000 ราย ภายในวันที่ 1 ปีหน้าแต่หากชาวอเมริกันยอมสวมหน้ากากมากในระดับเดียวกับชาวสิงคโปร์ จะสามารถลดความสูญเสียได้ 79,000 ชีวิต

แต่ ณ จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีคำสั่งจากรัฐบาลกลางเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย และมี 17 รัฐที่ไม่ออกกฎบังคับการสวมหน้ากากอนามัย

ทั้งนี้ สหรัฐยอดผู้ติดเชื้อสะสมแล้วเกือบ 7.7 ล้านคน และเสียชีวิตมากกว่า 214,000 ในขณะเดียวกัน มีผู้ใกล้ชิดตัวนายทรัมป์อย่างน้อย 11 คนที่ติดเชื้อไปแล้วเช่นกัน





เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE