1
shared

ทรัมป์เป็นเหตุ! ฉุดดาวโจนส์ปิดร่วงแรง

7 ตุลาคม 2563 07:26 135
ทรัมป์เป็นเหตุ! ฉุดดาวโจนส์ปิดร่วงแรง

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดาวโจนส์ปิดร่วง 375.88 จุด หลังทรัมป์ระงับเจรจามาตรการกระตุ้นศก.

วันนี้ (7 ต.ค. 63) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (6 ต.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้สั่งการให้คณะบริหารของทำเนียบขาวระงับการเจรจาเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่กับพรรคเดโมแครต ไปจนถึงหลังวันเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย. ซึ่งข่าวดังกล่าวถือเป็นการดับความหวังของนักลงทุนที่ต่างก็เชื่อมั่นว่า ทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อออกมาตรการดังกล่าวในเร็วๆนี้


ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,772.76 จุด ลดลง 375.88 จุด หรือ -1.34% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,154.60 จุด ลดลง 177.89 จุด หรือ -1.57% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,360.95 จุด ลดลง 47.68 จุด หรือ -1.40%


ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงหลังจากปธน.ทรัมป์ทวีตข้อความว่า "ผมได้สั่งการให้คณะบริหารของผมระงับการเจรจาเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่กับพรรคเดโมแครต ไปจนถึงหลังวันเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อผมชนะการเลือกตั้ง เราก็จะผ่านร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งสำคัญ ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่การให้ความช่วยเหลือชาวอเมริกันที่ทำงานหนัก และภาคธุรกิจขนาดเล็ก"


การตัดสินใจของปธน.ทรัมป์ถือเป็นการดับความหวังของนักลงทุน และยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ พยายามเดินหน้าเจรจาต่อรองกันเกี่ยวกับวงเงินในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยพรรคเดโมแครตเสนอวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่คณะบริหารของทำเนียบขาวเสนอวงเงิน 1.6 ล้านล้านดอลลาร์


นอกจากนี้ การตัดสินใจดังกล่าวของปธน.ทรัมป์มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากสหรัฐยังคงจำเป็นต้องใช้มาตรการทางการเงินและการคลังเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น มิฉะนั้นส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน


หุ้นกลุ่มสายการบินร่วงลงอย่างหนักหลังจากปธน.ทรัมป์ตัดสินใจระงับการเจรจาในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยหุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ ดิ่งลง 4.5% หุ้นยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ร่วงลง 3.65% หุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ ดิ่งลง 2.97% หุ้นเซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ ร่วงลง 2.36%


หุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคปรับตัวลง โดยหุ้นโคคา โคล่า ลดลง 0.89% หุ้นเป๊ปซี่โค โค ร่วงลง 1.62% หุ้นไทสันฟู้ดส์ ลบ 0.61%


หุ้นโบอิ้ง ร่วงลง 6.3% หลังจากบริษัทโบอิ้งคาดการณ์ว่า ความต้องการเครื่องบินพาณิชย์จะลดลง 11% ในช่วง 10 ปีข้างหน้า


หุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก (จีอี) ดิ่งลง 4.1% หลังมีรายงานว่า จีอีได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) เกี่ยวกับการดำเนินการด้านบัญชี


หุ้นบริษัทเทคโนโลยีปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ โดยหุ้นไมโครซอฟท์ ดิ่งลง 2.12% หุ้นแอมะซอนดอทคอม ดิ่งลง 3.1% หุ้นอัลฟาเบท ร่วงลง 2.15% หุ้นเฟซบุ๊ก ร่วงลง 2.26% ส่วนหุ้นแอปเปิล ร่วงลง 2.87% แม้บริษัทประกาศจัดอีเวนต์ครั้งใหม่ในวันอังคารที่ 13 ต.ค. ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าแอปเปิลจะเปิดตัว iPhone 12


สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในเดือนส.ค. โดยเพิ่มขึ้น 5.9% สู่ระดับ 6.71 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2549 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.61 หมื่นล้านดอลลาร์


ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนส.ค. และรายงานการประชุมเดือนก.ย.ของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC)


เกาะติดข่าวที่นี่
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
facebook live : TNN Live
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNThailand
Instagram : @tnn_online
TIKTOK : @tnnonline