6
shared

มรสุมชีวิตถาโถม "นุ๊ก สุทธิดา"ป่วยมะเร็ง,โรคซึมเศร้าแถมแยกอยู่กับสามี สงสารลูกที่สุด

5 ตุลาคม 2563 18:54 2482
มรสุมชีวิตถาโถม "นุ๊ก สุทธิดา"ป่วยมะเร็ง,โรคซึมเศร้าแถมแยกอยู่กับสามี สงสารลูกที่สุด

สู้เพื่อลูก! การเป็นมะเร็ง ไม่ได้ร้ายแรงเท่าการเป็นซึมเศร้าเลยนะ มะเร็งกินแค่เนื้อเรา แต่โรคซึมเศร้ากินความสุขของเรา

"นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา" เปิดใจครั้งสำคัญในรายการ ถามสุดซอย Weekend ทางช่องเนชั่น ช่อง 22 โดยมี "หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์" เป็นพิธีกร  ทั้งอาการที่ป่วยเป็นมะเร็ง และชีวิตรักกับสามีที่ต้องแยกกันอยู่แล้ว รวมถึงหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของความเป็นแม่  คือการเลี้ยงดูลูกชายทั้ง3 คนด้วยตัวเอง

สภาพจิตใจตอนนี้เป็นยังไง? "เข้มแข็งคูณสามค่ะ เพราะเรามีกำลังรบอยู่สามคนด้วยกัน คนโต 16 แล้วค่ะ คนที่สองอายุ 14 คนที่สาม อายุ 3 ขวบครึ่ง"

เรามารู้ได้ยังไงว่ามะเร็งกระจายถึง 17 จุด?"ก็ระหว่างอัลตร้าซาวด์เลยค่ะ คุณหมอบอกว่ามีก้อนเนื้ออยู่แล้วค่ะ แต่ยังตอบไม่ได้ว่าเป็นมะเร็งหรือเปล่า แต่มันได้กระจายไปตามจุดต่างๆ เขาก็มาร์กจุดค่ะว่าตรงไหนบ้างเพื่อทำการเจาะไปตรวจ ก็เริ่มมาร์กจุดก็รู้ว่ากระจายไปหลายจุด"

ของนุ๊กเลือกวิธีการรักษายังไง?"จริงๆ กระบวนการรักษามะเร็งไทรอยด์จะไม่เหมือนมะเร็งชนิดอื่น การรักษาคือเขาตัดมะเร็งออกไปก่อนเป็นอย่างแรก พอตัดไปทั้งหมดแล้วเท่าที่เขาจะหาตัดมาได้เขาจะให้เรากลืนแร่ เรียกว่าแร่ไอโอดีนที่กระจายไปทั่วร่างกาย ทีนี้การกลืนแร่คือการกลืนไอโอดีน ที่ผสมกัมมันตภาพรังสี ที่เข้าผสมเข้าไป เวลากลืนแร่เข้าไป เซลล์ส่วนไหนที่ดูดเอาไอโอดีนจากร่างกายเราไป มันก็อาจมีเซลล์มะเร็งติดไป ตรงนี้แร่ไอโอดีนจะกระจายไปพร้อมกัมมันตภาพรังสีที่จะไปช่วยฆ่าเชื้อมะเร็งในส่วนต่างๆ แต่กัมมันตภาพรังสี ต้องบอกก่อนว่ามันค่อนข้างรุนแรง ฆ่าคนได้ทั้งโลก ฉะนั้นเขาจะมีปริมาณจำกัดว่าในชีวิตคนเรากลืนได้แค่ 6 ครั้ง"

สามีและนุ๊กได้แยกกัน และสามีขอกลับประเทศเขา? "แยกกันโดยเหตุบังเอิญ เพราะตอนมีโควิด พาสปอร์ตเขาหมดอายุ แล้ววีซ่าก็หมดอายุเช่นกัน พอหมดอายุปุ๊บ เขาต้องกลับประเทศ คือกฎหมายจะอัปเดตทุกเดือน เขาก็ให้กลับภายในเดือนที่ผ่านมา กลับเสร็จวีซ่าจะเดินกลับเข้ามาด้วยท่องเที่ยวไม่ได้แล้ว ก็จะต้องไปทำวีซ่าที่ติดตามลูก ส่วนวีซ่าตรงนี้เราก็ไม่รู้ว่ามันจะได้หรือเปล่า หรือจะนานแค่ไหน เหมือนกับว่ากลับไปแล้ว เราไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกเมื่อไหร่ ส่วนของเรา ก็อย่างที่บอก พอเป็นความรักที่โตแล้ว บางทีเราไม่ได้เจ็บปวดกับการไม่ได้อยู่ด้วยกันหรืออะไร เพราะสุดท้ายเรารู้ว่าเจอเพื่อจากอยู่แล้ว"

"แต่ว่าลูกมากกว่าที่เราเจ็บปวดมากๆ จนนุ๊กรู้สึกว่าทำใจยาก นุ๊กต้องบอกลูก 3 ขวบว่าเขาตื่นมาไม่เจอพ่อเขายังไง เขาไม่เข้าใจ นุ๊กว่าทุกคนเป็นพ่อแม่น่าจะรู้ได้ เขาไม่เข้าใจต่อให้เราบอกขนาดไหน แต่เราก็รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้น เขาจะตื่นมาแล้วไม่เจอพ่อ เขาจะใช้ชีวิตปกติใน 2-3 วันแรก แต่ผ่านไปสัก 3-4 วัน เด็กจะเริ่ม เพราะเขาอยู่กับพ่อตลอด เรากลัวลูก Broken Heart จริงๆ ต้องบอกว่าด้วยเทคโนโลยีตอนนี้เราสามารถวิดีโอคอลได้ แต่เราก็ยังรู้สึก Broken Heart ไปกับลูกเรา แล้วก็มีให้เห็นจริงๆ สมมติรับโทรศัพท์พอบอกให้เซย์บ๊ายบายเขาจะเซย์ฮัลโหล นุ๊กก็ถามว่าทำไมยูไม่เซย์บ๊ายบาย เขาบอกว่าเขาไม่อยากเซย์บ๊ายบาย สิ่งที่เขาพูดมันบาดเรามาก ตายแล้ว พอมันนานขึ้น ทุกเช้าเขาตื่นมาก็จะบอกว่าคอลหาแด๊ดดี้ คอลไปเสร็จ ก็ร้องเพลงให้พ่อ โห แม่จะตาย"

สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตที่เล่ามาทั้งหมด ทำให้เราเกิดการที่เราจะเป็นโรคซึมเศร้ามั้ย? "พี่หนุ่มรู้มั้ยการเป็นมะเร็ง ไม่ได้ร้ายแรงเท่าการเป็นซึมเศร้าเลยนะ มะเร็งกินแค่เนื้อเรา แต่โรคซึมเศร้ากินความสุขของเรา จริงๆ โรคซึมเศร้า มันเริ่มจากความฟลุคคือนุ๊กไปทานยาโดยหมอสั่งนี่แหละแต่ผิด ไม่ควรทาน เราก็ไปปรึกษาหมอที่เกี่ยวกับโรคซึมเศร้า เขาบอกว่ายาตัวนี้มันส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้า ซึ่งตอนนี้ก็เป็นซึมเศร้า รักษาไปปีหนึ่ง" และ นุ๊ก สุทธิดา ยังกล่าวปิดท้ายอีกว่า “เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมา 10 ปีนะคะ ก่อนแต่งงานใหม่ เราต้องเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ เราก็ต้องมีพาร์ทเข้มแข็งกับลูก แต่นุ๊กเลี้ยงลูกเหมือนเพื่อน นุ๊กไม่เคยเป็นแม่ของเด็ก 14 วันที่เขาเป็นเด็ก 14 วันที่เขาเป็นเด็ก 15 นุ๊กก็ไม่เคยเป็นแม่ของเด็ก 15 เหมือนกัน ฉะนั้นเราก็โตไปกับลูกพร้อมๆ กัน นุ๊กก็ทำให้ลูกเห็นในเรื่องที่เพอร์เฟกต์ของนุ๊กด้วย เพื่อให้เห็นว่าแม่ก็เป็นมนุษย์ เวลาที่แม่เสียใจ แม่ก็ร้องไห้ค่ะ มีเรื่องที่เสียใจแล้วไปร้องไห้กับเขา และให้เขาปลอบเราบ้าง ให้เขารู้ว่าจริงๆ มันธรรมดามากนะที่เราจะทำน้ำหก แล้วตั้งแก้วขึ้นมาใหม่ หรือแค่เช็ด แต่ว่าก็ธรรมดานะที่เราจะล้มและเราก็ลุกขึ้นมาใหม่แค่นั้นเอง แต่ถ้าทำให้เขาเห็นว่าแม่เก่งเหลือเกิน เพอร์เฟกต์ไปหมด เขาจะรู้สึกว่าเขาผิดไม่ได้ เขาพลาดไม่ได้ เวลาพลาดแล้วไปไม่เป็น เราทำให้เห็นว่าชีวิตเราปกติ เรามีพลาดได้ แค่ลุกขึ้นมาใหม่ และเรียนรู้ไปกับลูกจนกว่าจะโต แต่สุดท้ายแล้วแต่ละบ้านก็มีแนวทางไม่เหมือนกัน แต่คิดว่าทุกบ้านเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกแล้ว"


ขอบคุณเรื่องและภาพจาก ถามสุดซอย Weekend

เกาะติดข่าวบันเทิงที่นี่

Facebook : True Inside HD

Twitter : true_insidenews

Youtube Official : TrueVisionsOfficial

Instagram : True_insidenews

Website: www.TNNThailand.com

True Visions 02-700-8000