6
shared

UE Fits หูฟังไร้สายที่จะปรับรูปทรงตัวเองให้เข้ากับรูปหูของคนใส่

2 ตุลาคม 2563 10:28 686
UE Fits หูฟังไร้สายที่จะปรับรูปทรงตัวเองให้เข้ากับรูปหูของคนใส่

UE Fits มาพร้อมกับเทคโนโลยี Lightform ที่จะสามารถปรับจุกซิลิโคนให้พอดีกับหูฟังของเราได้โดยใช้เวลาเพียง 60 วินาทีเท่านั้น จากการใช้งานของตัวผู้ใช้งานเอง

ปกติแล้วหูฟังแบบ Earbuds จะมีจุกซิลิโคนที่ออกแบบเฉพาะติดมากับตัวหูฟังอยู่แล้ว ซึ่งถ้ารุ่นดีหน่อยก็อาจจะสามารถให้เราเปลี่ยนจุกดังกล่าวในขนาด เล็ก, กลาง, หรือใหญ่ได้ ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว จุกซิลิโคนเหล่านี้ก็มักจะไม่พอดีกับรูปทรงของหูเราเลย นั่นส่งผลเป็นอย่างมากกับเสียงที่เราได้ยิน หรือการตัดเสียงรบกวนจากภายนอก... จะดีแค่ไหนถ้าจุกซิลิโคนดังกล่าวสามารถเปลี่ยนรูปทรงให้เข้ากับรูปหูของเราได้แบบพอดี ทาง Ultimate Ears เล็งเห็นถึงปัญหานี้ จึงได้ออกแบบหูฟังใหม่ที่จุกซิลิโคนสามารถปรับรูปทรงตัวเองให้เข้ากับรูปทรงหูของผู้ใช้ออกมา


UE Fits เป็นหูฟังตัวใหม่ของ Ultimate Ears ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ตรงจุกซิลิโคนที่สามารถปรับรูปทรงของตนเองให้เข้ากับรูปหูของผู้ใช้งานได้ผ่านทางเทคโนโลยี Lightform ซึ่งจะเป็นกระบวนการ 60 วินาทีแรก ที่จะเกิดขึ้นจากการใช้งานหูฟังของผู้ใช้งานเอง (ผ่านแอปพลิเคชันของ UE Fits) ซึ่งพอจบกระบวนการดังกล่าว ตัวจุกซิลิโคนจะแข็งตัว (ถาวร) และขึ้นรูปตามทรงหูของผู้ใช้งานโดยเฉพาะ ซึ่งจุกซิลิโคนที่เปลี่ยนรูปไปดังกล่าว จะไม่ไปกดทับตัวหู หรือทำให้ระคายเคืองแต่อย่างใด แม้จะใช้งานมาเป็นเวลานานแล้วก็ตาม โดยความพิเศษดังกล่าว ตัวหูฟังจะสามารถตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


UE Fits ราคา 249 เหรียญ เป็นหูฟังแบบไร้สายสไตล์ Earbuds  สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง (20 ชั่วโมงสำหรับเคสชาร์จ) มีสีให้เลือกอย่างหลากหลาย ทั้งสีเทา ม่วง ไลแลค และกรมท่า มีประกัน 30 วัน ถ้าจุกซิลิโคนขึ้นรูปไม่พอดีสามารถนำมาเปลี่ยนได้ ตัวจุกซิลิโคนมีคุณสมบัติในการกันเหงื่อ กันน้ำ และรองรับตัวแปลงสัญญาณบลูทูธ SBC, AAC และ Apt-X

กำหนดวางจำหน่ายช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ โดยจะวางจำหน่ายแค่ในสหรัฐอเมริกาก่อนเท่านั้น


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com 
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live 
twitter : TNNONLINE 
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE 
Instagram : TNN_ONLINE 
TIKTOK : @TNNONLINE

แหล่งที่มา theverge.com