9
shared

อาถรรพ์หรือประมาท! วิเคราะห์ โค้งร้อยศพ รัชดา ดับ 4 รายใน 10 วัน

1 ตุลาคม 2563 16:11 1402
อาถรรพ์หรือประมาท! วิเคราะห์ โค้งร้อยศพ รัชดา ดับ 4 รายใน 10 วัน

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ จับมือ กทม. ลงพื้นที่ตรวจ "โค้งร้อยศพ" หน้าศาลอาญา รัชดา หลังเกิดอุบัติเหตุดับสยอง 4 ราย ภายใน 10 วัน สุดงงรถชนกันต่อหน้าขณะแถลงข่าว

วันนี้ (1 ต.ค.63) ศ.พิชัย ธานีรณานนท์ ประธานคณะอนุกรรมการสาขาป้องกันอุบัติเหตุทางถนนและการเสียชีวิต เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) พร้อมนายธนันท์ชัย เมฆประเสริฐ ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนงาน สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ร่วมกับสำนักการโยธา และสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ลงพื้นที่ตรวจสอบโค้งศาลอาญา หรือ "โค้งร้อยศพ" ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังเกิดอุบัติเหตุจนเกิดความสูญเสียต่อชีวิต และทรัพย์สินหลายครั้ง


ศ.พิชัย กล่าวว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุบริเวณเดียวกันนี้ ถึง 3 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ทาง วสท. จึงได้นำทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ลงพื้นที่ตรวจวิเคราะห์ทางวิศวกรรมบริเวณโค้งที่เกิดเหตุ ซึ่งลักษณะทางกายภาพของถนนรัชดาภิเษกเป็นถนน 8 เลน แบ่งเป็นฝั่งขาเข้า และฝั่งขาออก ฝั่งละ 4 เลน ซึ่งช่วงโค้งถัดจากอุโมงค์ทางลอดแยกรัชโยธิน ผ่านซอยรัชดาภิเษก 36 (ซอยเสือใหญ่อุทิศ) ถึง ซอยรัชดาภิเษก 32 มีรัศมีโค้งกว้างมาก รวมความยาวเกือบ 2 กิโลเมตร


ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรววจสอบพบว่า อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเวลากลางคืน หรือในขณะฝนตกทำให้ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด แต่เดิมอุบัติเหตุมักเกิดบนถนนฝั่งขาออก แต่หลังจากที่มีอุโมงค์ลอดแยกดังกล่าว ทำให้อุบัติเหตุไปเกิดที่ฝั่งขาเข้า เนื่องจากรถขับมาจากอุโมงค์ด้วยความเร็ว โดยไม่มีกลไกชะลอความเร็วรถ จึงทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมรถได้ 

สำหรับปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้น คือ บริเวณโค้งแห่งนี้ เป็นโค้งหลังหัก คือทางโค้งที่มีสองลักษณะเชื่อมด้วยเส้นตรงสั้น ทำให้ผู้ขับขี่ไม่คิดว่าต้องปรับพวงมาลัย ขณะขับเข้าโค้ง ควรติดตั้งเครื่องหมายจราจรสะท้อนแสงนอกแนวขอบโค้ง และติดป้ายบังคับความเร็วให้ผู้ขับขี่เห็นได้อย่างชัดเจน


นอกจากนี้ บนถนนสายนี้ไม่มีการยกโค้ง ทำให้รถที่วิ่งเข้าสู่ทางโค้งด้วยความเร็วสูงกว่ากำหนดไม่สามารถควบคุมรถให้วิ่งตามแนวเส้นทางได้ ควรยกโค้งด้านนอกให้สูง เพื่อให้บังคับล้อรถให้วิ่งเข้าโค้งได้อย่างปลอดภัย หรือปูผิวด้วยหินเล็ก เพื่อลดความเสี่ยงการเสียหลักหลุดโค้งออกไป และสุดท้ายคือ พื้นผิวจราจรในช่วงโค้งไม่เรียบ มีการสึกกร่อนของยางมะตอย เศษหินแตกออกมา ฝนตกจะมีหลุมน้ำขัง ทำให้รถที่วิ่งมาล้อแฉลบ ควรปรับผิวจราจรให้มีสภาพดี และเรียบตามมาตรฐาน

ส่วนมาตรการอื่นๆ ทาง วสท. จะประสานกับตำรวจอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งกล้องจับความเร็วให้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มค่าปรับให้ผู้ขับขี่เกิดความตระหนักอีกด้วย


ขณะที่ ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนงาน สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังมีโค้งอันตรายอีกหลายจุดแถบชานเมือง ซึ่งได้พิจารณาการแก้ไขตามหลักการ อาทิ ต้องปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของถนน แต่เนื่องจากถนนในเมืองมีข้อจำกัดในการยกพื้นสูง ต่างจากทางหลวง ทางเชื่อมเมือง และทางพิเศษ แต่อาจติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ข้อมูลด้านสถิติพบว่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายนที่ผ่านมารวม 300 ครั้ง เหตุรุนแรงที่สุดช่วงเดือนสิงหาคม 


อย่างไรก็ตาม ขณะที่กำลังแถลงข่าวอยู่ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ส่วนบุคคลชนกันที่ช่องทางขวาสุดบนถนนรัชดาภิเษกฝั่งขาออก ตรงข้ามศาลอาญา 2 คัน เบื้องต้นเกิดความเสียหายกับตัวรถยนต์ไม่มากนัก มีเพียงท้ายรถผู้ถูกชนบุบยุบ ส่วนรถที่ชนมีฝากระโปรงยุบเสียหาย ด้านผู้ขับขี่รถทั้ง 2 คันไม่ได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้การจราจรติดขัดเล็กน้อย ก่อนที่ตำรวจจราจรจะมาที่เกิดเหตุ และแยกย้ายคู่กรณีทั้งสองคันออก

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE