3
shared

กรมควบคุมโรค มั่นใจ กักตัวนักท่องเที่ยวเข้าไทย 14 วันเพียงพอ

30 กันยายน 2563 16:14 95
กรมควบคุมโรค มั่นใจ กักตัวนักท่องเที่ยวเข้าไทย 14 วันเพียงพอ

รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เผยการกักตัว 14 วัน เพียงพอสำหรับการดูแลผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ หลังยังไม่เคยมีรายงานว่าเจอผู้ป่วยหลังจากเข้ารับการกักตัว 14 วัน

วันนี้ (30 ก.ย.63) นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงมาตรการรับนักท่องเที่ยว หลังจากที่รัฐบาลได้เริ่มอนุญาตให้บุคคล 6 กลุ่มสามารถเดินทางเข้าประเทศได้นั้น ประกอบด้วย

1.นักกีฬาต่างชาติที่จะเข้ามาแข่งขันกีฬาจักรยานทางไกลนานาชาติ

2.นักบินและลูกเรือของการบินไทย จากเที่ยวบิน Repatriation Flight

3.อนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่าประเภทอยู่ชั่วคราว

4.กำหนดเงื่อนไขผู้ขอวีซ่าท่องเที่ยวกลุ่ม Long Stay หรือกลุ่มนักท่องเที่ยววีซ่าพิเศษ (STV)

5.ผู้ถือบัตร APEC Card โดยเลือกประเทศที่มีความเสี่ยงน้อย

6.อนุญาตให้ผู้ที่ประสงค์จะพำนักในประเทศในระยะสั้นและระยะยาว เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร โดยกลุ่มนี้จะอยู่ได้ 30 วัน และขอต่อเพิ่มได้ 30 วัน

นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า เริ่มมีการตั้งคำถามว่าการกักตัว 14 วันจะเพียงพอหรือไม่สำหรับบุคคลที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ซึ่งในความเป็นจริงนั้นหลังจากการกักตัว 14 วันแล้ว ไม่เคยเจอว่ามีใครติดเชื้ออีกเลย ดังนั้นการกักตัว 14 วัน จึงถือว่าเพียงพอสำหรับการดูแลผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ เนื่องจากยังไม่เคยมีรายงานว่าเจอผู้ป่วยหลังจากเข้ารับการกักตัว 14 วันแล้ว สามารถเข้ามาแพร่เชื้อในประเทศใดประเทศหนึ่ง

ที่ผ่านมา อาจสับสนว่าหลังจาก 14 วันแล้วมีการตรวจพบเชื้อ แต่การตรวจพบเชื้อ กับการติดเชื้อ ไม่เหมือนกัน ดังนั้นถามว่า 14 วันสามารถป้องกันการนำเชื้อเข้าประเทศได้หรือไม่ ตอบว่าสามารถป้องกันได้ เราจะทำงานตามความรู้ที่มีในปัจจุบันว่า 14 วันเพียงพอ จนกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีหลักฐานมาหักล้างว่า 14 วันไม่เพียงพอ จึงจะไปปรับตัวเลขอีกครั้ง

นอกจากนี้ แม้ว่าบางประเทศจะลดเวลากักตัวลงเหลือไม่เกิน 7 วัน นั่นเป็นเหตุผลทางเศรษฐกิจ แต่ลักษณะของการติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉลี่ยแล้ว ระยะที่มีเชื้อเพิ่มจำนวนมากที่สุดคือ 1-17 วัน และเป็นเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่จะพบเชื้ออยู่นาน ซึ่งเคยพบเชื้ออยู่นานมากถึง 83 วัน ในผู้ป่วยบางรายเท่านั้นส่วนการตรวจเจอเชื้อได้ใหม่อีกครั้งหนึ่งนั้น

ส่วนแนวคิดเรื่องการลดเวลาการกักตัวลงเหลือ 7 วันนั้น นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงยืนยันระยะเวลาการกักตัวที่ 14 วันตามเดิม เพียงแต่ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุขกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาถึงความเป็นไปได้หากจะมีการลดระยะเวลาการกักตัว ซึ่งการวางแนวทางดังกล่าวนี้จะพิจารณาจากความเสี่ยงของประเทศต้นทาง มาตรการดูแลผู้เดินทางว่าสามารถให้ทำหรือไม่สามารถให้ทำอะไรได้บ้างหลังจากผ่านการกักตัว 7 วันไปแล้ว ซึ่งจะเป็นการผ่อนคลายวิธีปฏิบัติโดยที่ต้องไม่เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยยืนยันว่าจะพิจารณาโดยคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของคนไทยมากที่สุด

นพ.ธนรักษ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการวิจัยวัคซีนป้องกันโควิดว่า คาดว่าในช่วงปลายปี 63 นี้ น่าจะรู้ว่าวัคซีนที่อยู่ในระหว่างการวิจัยในระยะที่ 3 มีวัคซีนตัวใดบ้างที่สามารถป้องกันโรคได้ หรือลดอัตราการป่วยลงได้ อย่างไรก็ดี แม้จะมีวัคซีนที่ปลอดภัยและได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนจะไม่มีโอกาสติดเชื้อ

นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า ตามที่มีความกังวลว่าไวรัสโควิด-19 มีโอกาสจะกลับมาระบาดในประเทศรอบสองหรือไม่คงต้องขึ้นอยู่กับมาตรการและความพร้อมในการป้องกันการระบาดที่เข้มแข็ง

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีโอกาสกลับมาพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ได้ แต่การพบผู้ป่วยใหม่ดังกล่าวจะไม่ได้หมายถึงการกลับมาระบาดใหม่รอบสอง ซึ่งหากสามารถจัดการกับปัญหาการระบาดได้ดีเหมือนเช่นเวียดนาม และนิวซีแลนด์ ก็อาจจะสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคได้ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมอยู่เสมอมีความสำคัญมาก

นอกจากนี้ การระบาดระลอกสอง ไม่จำเป็นจะต้องใหญ่หรือรุนแรงกว่าการระบาดรอบแรก ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความระมัดระวัง การเตรียมมาตรการรองรับ ความพร้อมในการป้องกันที่เข้มแข็ง และการจัดการกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม เพื่อสามารถทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว

อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงของการนำเชื้อเข้ามาแพร่ในประเทศจะมีมากหรือน้อยจากการเปิดให้มีการเดินทางมาจากต่างประเทศนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เดินทางเข้ามาว่ามากน้อยเพียงใด และขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางที่เดินทางมามีการระบาดรุนแรงมากน้อยเพียงใด แต่ทั้งนี้ ยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขได้มีการกวดขันมาตรฐานการป้องกันการแพร่เชื้อของสถานกักกันตัวของรัฐและเอกชนอย่างเข้มงวด รวมถึงในแต่ละโรงพยาบาลเอง ก็มีมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วยและบุคคลากรทางการแพทย์เป็นอย่างดี



เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE