2
shared

จับตา! อังกฤษวิกฤต ติดโควิดพุ่งเพราะคนไม่ให้ความร่วมมือ

28 กันยายน 2563 13:35 229
จับตา! อังกฤษวิกฤต ติดโควิดพุ่งเพราะคนไม่ให้ความร่วมมือ

จับตา อังกฤษวิกฤต ติดโควิดพุ่งเพราะคนไม่ให้ความร่วมมือ ออกมาประท้วงล็อกดาวน์รอบใหม่

วันนี้( 28 ก.ย.63) ชาวอังกฤษหลายพันคนมาชุมนุมกันบริเวณลานจัตุรัสทราฟัลการ์ กลางกรุงลอนดอนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อประท้วงต่อต้านมาตรการคุมเข้มการระบาดโควิด-19 ครั้งใหม่ของรัฐบาลอังกฤษ โดยหลายคนถือแผ่นป้ายตั้งคำถามถึงความไร้ประโยชน์ของมาตรการล็อคดาวน์ ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม และเลือกที่จะไม่สวมหน้ากากอนามัยด้วย เพราะกลุ่มผู้ประท้วง เชื่อว่ารัฐบาลสร้างเรื่อง “หลอกลวง” เกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 ด้วยการอ้างถึงทฤษฎีสมคบคิด "คิวแอนอน" (QAnon) 

นอกจากนี้กลุ่มผู้ประท้วง ยังได้ตะลุมบอนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่พยายามจะสลายการประท้วง ตำรวจบอกว่า มีเจ้าหน้าที่ 9 นายได้รับบาดเจ็บและประชาชน 16 คนถูกจับกุมตัวในข้อหาความผิดทำร้ายเจ้าหน้าที่ และก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยจนทำให้เกิดความรุนแรง นับเป็นการประท้วงครั้งที่ 2 ต่อต้านมาตรการคุมเข้มการระบาดของไวรัส

สถาบัน King’s College London ได้จัดทำงานวิจัยและพบว่า ผู้ที่อยู่ในสหราชอาณาจักรเกิน 80% ไม่ได้ตระหนักรู้ อีกทั้งไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด 19 ส่วนปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้ป่วยที่มีอาการแล้ว ไม่ได้กักบริเวณ จนทำให้เชื้อแพร่กระจาย 

ผลสำรวจของ King’s College พบว่า ในช่วง  7 วันที่ผ่านมา 

-มีผู้ติดเชื้อเพียง 18% เท่านั้นที่ยอมกักบริเวณอยู่บ้าน 

-เพียง 12% ที่ขอเข้าตรวจหาเชื้อโควิด 19 โดยสมัครใจ 

-เพียง 10.9% ที่ยอมให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการติดเชื้อแก่ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ หรือ NHS 

ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้รัฐบาลและ NHS ไม่สามารถวางแผน หรือปรับกลยุทธ์ในการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ได้อย่างรวดเร็ว  

ปัญหาสำคัญคือ ผู้ติดเชื้อไม่ยอมแยกกักกันตนเอง จึงทำให้รัฐบาลต้องออกกฎหมายเพื่อบังคับใช้บทลงโทษ

-รัฐบาลอังกฤษออกมาตรการปรับเงิน จำนวนตั้งแต่ 1000- 10,000 ปอนด์ หรือราวสี่แสนบาท ต่อผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการกักตัวเพื่อป้องกันโรค โดยโทษที่เพิ่มขึ้นนี้บังคับใช้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว โดยตำรวจจะเข้าไปสุ่มตรวจ และอาศัยหน่วยข่าวกรองในชุมชน ช่วยกันตรวจตรา

-กฎหมายนี้บังคับใช้กับผู้ที่ผลตรวจเชื้อเป็นบวก หรือได้รับการแจ้งจาก NHS Test and Trace ให้แยกกันกันตนเอง เพราะมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ 

-หากผู้ที่ติดเชื้อให้ข้อมูลไม่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้ใกล้ขิด ถือมีความผิดตามกฎหมาย

-สำหรับการแยกกักกันตนเองนั้น หมายถึง ผู้ที่ติดเชื้อ จะต้องกักกันตนเองเป็นเวลา 10 วัน โดยที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้ ไม่อนุญาตทั้งการไปซืออาหาร สิ่งของจำเป็น หรือการออกกำลังกาย

-NHS Test and Trace พบว่า มีผู้ที่ได้รับการติดต่อให้แยกกักกันตนเองเพียง 11% เท่านั้นที่ยอมทำตาม

เหตุผลหลักๆที่คนไม่ยอมกักกันตนเอง เช่น ต้องการไปซื้ออาหารและของชำเข้าบ้าน ต้องการไปร้านขายยา และพวกเขาเชื่อว่าพวกเขาอาการดีขึ้นแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ชาย และคนที่มีอายุน้อย ไม่ค่อยปฏิบัติตามแนวทางสาธารณสุขด้วย

รัฐมนตรีมหาดไทยของอังกฤษประกาศว่า คำสั่งปรับใหม่นี้คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนของรัฐบาลอังกฤษที่จะไม่ยอมให้ใครฝ่าฝืนกฎอีกต่อไป ในขณะที่รัฐมนตรีสาธารณสุข นายแมตต์ แฮนคอก กล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ลังเลที่จะออกมาตรการคุมเข้มเพิ่มอีก หากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังพุ่ง

ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม มีการออกใบสั่งปรับแล้วมากกว่า 19,000 ครั้งทั่วแคว้นอังกฤษและเวลส์ ฐานละเมิดกฎหมายควบคุมการระบาด

ขณะเดียวกับรัฐบาลอังกฤษได้ประกาศการให้เงินชดเชยจำนวน 500 ปอนด์ แก่ผู้ที่มีรายได้น้อยที่ยอมหยุดงานเพื่อกักกันตนเอง

รัฐบาลอังกฤษคาดหวังว่า กฎหมายที่เพิ่มโทษหนักนี้ จะมีการนำไปใช้ต่อในเวลส์ สก็อตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งรัฐเหล่นี้ ต่างมีอำนาจในการออกกกฎเกี่ยวกับการควบคุมการระบาดของตนเอง

ล่าสุด แคว้นเควลส์ได้ประกาศกฎล็อกดาวน์พื้นที่ในหลายเมือง โดยมีประชากรเกือบสองในสามของแคว้นเวลส์ที่ต้องอยู่ภายใต้การล็อกดาวน์ โดยมีกฎเข้มคือ ไม่อนุญาติให้ชาวเวลส์ออกนอกเขตตนเอง หากไม่มีเหตุผลจำเป็น และห้ามบพปะสังสรรค์คนจากครอบครัวอื่นในพื้นที่ปิดในร่ม

ขณะที่ตอนนี้อังกฤษมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมที่ 437,517 คน และเสียชีวิต 42,077 ราย





เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE