2
shared

แมนซิตี้เจ็บเพียบลุ้นชนะอีกรับเลสเตอร์ทัพใหญ่หวังนำฝูงต่อ

27 กันยายน 2563 07:43 92
แมนซิตี้เจ็บเพียบลุ้นชนะอีกรับเลสเตอร์ทัพใหญ่หวังนำฝูงต่อ

พรีวิวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม "เรือใบสีฟ้า" หวังชนะสองนัดรวดรับมือ "จิ้งจอกสยาม" ลุ้นเฮ 3 นัดติดนสำฝูงต่อ เริ่มฟาดแข้งเวลา 22.30 น. และทรรศนะจากทีมงาน TNNSPORTS

วันนี้ ( 27 กันยายน 63 ) ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ  "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ"จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ ลงทำการแข่งขันเวลา 22.30 น. ถ่ายทอดสดทาง ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล HD 1 (600)

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

23/02/20 เลสเตอร์ 0-1 แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

22/12/19 แมนฯ ซิตี้ 3-1 เลสเตอร์ (พรีเมียร์ลีก)

07/05/19 แมนฯ ซิตี้ 1-0 เลสเตอร์ (พรีเมียร์ลีก)

26/12/18 เลสเตอร์ 2-1 แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

19/12/18 เลสเตอร์ 1-1 แมนฯ ซิตี้ (ลีก คัพ)

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

แมนฯ ซิตี้ 

25/09/20 ชนะ บอร์นมัธ 2-1 (เหย้า, ลีก คัพ) 

22/09/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-1 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

16/08/20 แพ้ โอลิมปิก ลียง 1-3 (สนามกลาง, แชมเปี้ยนส์ ลีก)

08/08/20 ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 (เหย้า, แชมเปี้ยนส์ ลีก)

26/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 5-0 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก) 

เลสเตอร์

24/09/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-2 (เหย้า, ลีก คัพ)

21/09/20 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 4-2 (เหย้า, พรีเมียร์ลีก)

13/09/20 ชนะ เวสต์บรอมวิช 3-0 (เยือน, พรีเมียร์ลีก)

05/09/20 เสมอ แบล็คเบิร์น 1-1 (เหย้า, กระชับมิตร)

29/08/20 เสมอ เชฟฯ เว้นส์เดย์ 0-0 (เหย้า, กระชับมิตร) 

ความพร้อมล่าสุด

แมนฯ ซิตี้

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯ ซิตี้ พาทีมออกสตาร์ตซีซั่นใหม่ได้สมเป็นทีมเต็งแชมป์ด้วยการบุกอัดวูล์ฟแฮมป์ตัน 3-1 ตามชนะบอร์นมัธ 2-1 ในลีก คัพ เมื่อกลางสัปดาห์

ความพร้อมเกมนี้ต้องมาเสีย กาเบรียล เชซุส กองหน้าบราซิเลี่ยนที่เจ็บยาวเพิ่มเติมจาก นิโกลัส โอตาเมนดี้, ชูเอา กานเซโล่, อายเมริค ลาปอร์กต์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" ที่บาดเจ็บอยู่ก่อนหน้านี้ รวมทั้ง อิลคาย กุนโดกัน ที่ติดโควิด

การจัดทัพเกมนี้ยังคงยึดทีมตัวจริงจากเกมลีกนัดล่าสุดนำโดยเอแดร์ซอน, จอห์น สโตนส์, นาธาน อาเก้, แฟร์นันดินโญ่, เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิง และ ใช้ ริยาร์ด มาเรซ ลงเล่นสามประสานเกมรุก

11 คนแรกที่คาดว่าน่าจะลงสนาม

ระบบ (4-2-3-1) : เอแดร์ซอน ; ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, นาธาน อาเก้, แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ ; แฟร์นันดินโญ่, โรดรี้ ; ฟิล โฟเด้น, เควิน เดอ บรอยน์, ริยาร์ด มาเรซ ; ราฮีม สเตอร์ลิง

เลสเตอร์

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเลสเตอร์ พาทีมออกตัวเกมลีกได้อย่างร้อนแรงล่าสุดชนะเบิร์นลี่ย์ 4-2 ทำให้ชนะ 2 เกมรวดนำเป็นจ่าฝูงด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่าแต่เพิ่งแพ้อาร์เซน่อล 0-2 ตกรอบลีก คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

คว้าพร้อมเกมนี้ต้องเสียกับวิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ กองกลางตัวรับที่เจ็บโคนขาหนีบต้องพักยาวเพิ่มเตอิมจากริคาร์โด้ เปเรยร่า (เข่า) และ ฟิลิป เบนโควิช (สะโพก) ขณะที่ จอนนี่ อีแวนส์ พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมแต่ต้องรอทดสอบความฟิตหลังอาการเจ็บต้นขารบกวน 

การจัดทัพเกมนี้จะเรียกแข้งหลักที่พักในเกมบอลถ้วยทั้งแคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, ติโมธี คาสตานเญ่, ซากลาร์ โซยุนชู, ยูริ ตีเลมองส์, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ เจมี่ วาร์ดี้ กลับมาช่วยทีมตามเดิม

11 คนแรกที่คาดว่าน่าจะลงสนาม

ระบบ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ; ติโมธี คาสตานเญ่, เวส มอร์แกน, ซากลาร์ โซยุนชู, เจมส์ จัสติน ; น็อมปาลิส เมนดี้ ; อโยเซ่ เปเรซ, ยูริ ตีเลมันส์, เดนนิส ปราต, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ; เจมี่ วาร์ดี้ 

TNNSPORTS ชี้ขาดผลการแข่งขัน

แมนฯ ซิตี้ยังเจอปัญหาแข้งเจ็บระนาวทำให้มีตัวสำรองให้ใช้ไม่มากนักแต่การเพิ่งต้นซีซั่นจึงยังไม่ส่งผลต่อความฟิตเท่าไหร่ยังเล่นได้สบาย ขณะที่เลสเตอร์เริ่มฟูลทีมขึ้นเรื่อยล่าสุดได้แมดดิสันกลับมาในบอลถ้วยแต่คงต้องเรียกฟิตอีกนิดเพื่อกลับคืนตัวจริงแต่พร้อมลงมาเปลี่ยนเกมได้ ดูแล้วเกมนี้น่าสู้กันสนุก แต่การที่เรือใบมีเกมรุกที่จัดจ้านหลากหลายอีกทั้งแนวรับจิ้งจอกไม่แน่นเท่าไหร่จึงเชื่อว่าเจ้าถิ่นอัดเอาชนะได้แน่

แมนฯ ซิตี้ ชนะ เลสเตอร์ 3-1