3
shared

'บิ๊กตู่' ลั่นยังไม่เคาะลดระยะเวลากักตัวเข้าไทยเหลือแค่ 7 วัน

25 กันยายน 2563 15:23 310
'บิ๊กตู่' ลั่นยังไม่เคาะลดระยะเวลากักตัวเข้าไทยเหลือแค่ 7 วัน

นายกฯ เตรียมประชุม ศบค.ชุดใหญ่ 28 ก.ย.นี้ พิจารณาขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน ยังไม่ยืนยันจะลดระยะเวลาการกักตัวเหลือ 7 วันหรือไม่

วันนี้ (25ก.ย.63) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ชุดใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายนนี้ เพื่อพิจารณาการขยายเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะครบกำหนดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ออกไปอีก 1 เดือน ว่า ทุกคนทราบดีว่าการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีจุดประสงค์ใด ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ ยังเกิดขึ้นทั่วโลก รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านของเรา แต่สถานการณ์ในไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ได้รับคำชื่นชมจากต่างประเทศ และนำบทเรียนจากประเทศไทย ไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ทั้งนี้ได้กำชับในที่ประชุมวันนี้ ให้มีการป้องกันการลักลอบข้ามมาตามแนวชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ และให้เข้มงวดมาตรการต่างๆต่อไป 

ส่วนการเปิดปิดน่านฟ้าของไทยนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ายังต้องมีการหารือกันต่อไป โดยต้องคำนึงถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจว่าจะสามารถผ่อนคลายเรื่องใดบ้าง โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจ ที่ต้องเข้ามาดูแลกิจการในไทย ที่อาจจะเข้ามาในระยะเวลาสั้นๆ จึงต้องหาแนวทางว่าจะดูแลกลุ่มนี้อย่างไร ส่วนกรณีของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาในอนาคต ก็ต้องเตรียมมาตรการรองรับไว้ด้วย ในเรื่องสถานที่กักตัว  ซึ่งรัฐบาลได้ทำงานเชิงรุก ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหารายวัน จึงต้องคิดแผนงานไว้ล่วงหน้า และทำงานบูรณาการร่วมกัน ซึ่งเป็นการทำงานที่สอดคล้องกับการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เหมือนกับหลายประเทศที่ใช้ล็อคดาวน์อยู่เช่นกัน เพราะกฎหมายปกติไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ โดยมาตรการทั้งหมดจะมีการชี้แจงภายหลังการประชุมในวันจันทร์นี้ 

ส่วนที่อาจจะมีการเสนอให้ลดระยะเวลากักตัวจาก 14 วัน เหลือ 7 วัน โดยมีการตรวจหาเชื้อแบบเข้ม 2 ครั้ง เมื่อกักตัวครบกำหนด 7 วัน หากไม่พบเชื้อ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึงจำนวนของวัน แต่ต้องไปหาวิธีการว่าผู้ที่เดินทางเข้ามานั้น มาเพื่อภารกิจใด เช่นถ้าเป็นนักธุรกิจที่เข้ามาระยะสั้น อาจจะทำเช่นเดียวกับกรณีของผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ ที่มีทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและฝ่ายความมั่นคงคอยดูแลติดตามตลอด ซึ่งเรื่องนี้จะต้องวางแผนเพื่อเป็นการเตรียมรับมือเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญ คือประชาชนจะต้องเข้าใจ ถ้าไปปลุกระดมให้ไม่เข้าใจกันหรือปฏิเสธกันไปหมด ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งสำคัญ อยากให้ทุกคนมั่นใจในระบบสาธารณสุขของไทย และการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบคัดกรองและป้องกันการแพร่ระบาด ถ้าหากไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้เลย ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยที่เดือดร้อน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องดูแลทั้งด้านสุขภาพและการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com 
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live 
twitter : TNNONLINE 
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE 
Instagram : TNN_ONLINE 
TIKTOK : @TNNONLINE