1
shared

1 วันที่เชียงราย! กับภารกิจ"นายกรัฐมนตรี"สู่ชีวิตวิถีใหม่ "รวมไทย สร้างชาติ"

24 กันยายน 2563 13:57 79
1 วันที่เชียงราย! กับภารกิจ"นายกรัฐมนตรี"สู่ชีวิตวิถีใหม่ "รวมไทย สร้างชาติ"

การตรวจราชการของนายกรัฐมนตรีที่จังหวัดเชียงรายในครั้งนี้ ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นการวางอนาคตประเทศไทย สู่ชีวิตวิถีใหม่ “รวมไทย สร้างชาติ” ผ่านการสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา และมอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ





ในส่วนของภารกิจช่วงเช้า  พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  พร้อมคณะ เปิดการสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 111 โรงเรียนทั่วราชอาณาจักร ครั้งที่ 39  "ไทยรัฐวิทยากับชีวิตวิถีใหม่" ณ ห้องเชียงรุ้ง โรงแรมเวียงอินทร์ จังหวัดเชียงราย โดยมีนายประจญ  ปรัชญ์สกุล  ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายให้การต้อนรับ  โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบเกียรติบัตรและโล่รางวัลชนะเลิศ Best Practice และกล่าวเปิดการสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 111 โรงเรียนทั่วราชอาณาจักร พร้อมมอบนโยบาย โดยเน้นย้ำให้มีการพัฒนาการศึกษาแนวใหม่ ส่งเสริมให้มีการปฏิรูปการศึกษา นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ปรับปรุงหลักสูตร พัฒนาให้นักเรียนมีอนาคตที่ดี เนื่องจากการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างชาติ นายกรัฐมนตรียังได้เยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการของกลุ่มโรงเรียนไทยรัฐวิทยาภาคเหนือจำนวน 3 กลุ่ม 24 โรงเรียน  ที่มีผลงานดีเด่น ด้านการจัดการเรียนการสอน 


จากนั้นได้เดินทางมายังโรงแรม เดอะ ริเวอร์รี บาย กะตะธานี  ตำบลเวียง  อำเภอเมืองเชียงราย  จังหวัดเชียงราย  ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันพื้นที่ภาคเหนือ  ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ  โดยรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในรอบปีที่ผ่านมา  จากนายวราวุธ  ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และผู้แทนเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาได้นำเสนอโครงการฟื้นฟูต้นน้ำ “ฝายตามแนวพระราชดำริ” โดยได้นำร่องร่วมกับประชาชนในพื้นที่  ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยอินทรีย์  อำเภอเมืองเชียงราย และจะกระจายไปทุกอำเภอของจังหวัดเชียงราย  ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมเครือข่ายเยาวชนที่ได้ร่วมกิจกรรมทำความดีเพื่อสิ่งแวดล้อม  และขอให้ทำดีต่อไปด้วยการขับเคลื่อนกิจกรรมอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม

ซึ่งปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน  ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ  ได้แก่เชียงราย  เชียงใหม่  ลำพูน  ลำปาง  แพร่  น่าน  พะเยา  แม่ฮ่องสอน  และตาก  ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2563 มีค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงสุด  เท่ากับ 366 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  วันที่ 21 มีนาคม  2563 ที่ตำบลเวียงพางคำ  อำเภอแม่สาย  จังหวัดเชียงราย  และมีจำนวนวันที่ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน  เกินค่ามาตรฐาน (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) รวม 112 วัน  ขณะที่จุดความร้อนสะสมระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2563 มีจำนวนกว่า 8 หมื่น 8 พันจุด  ลงลงจากปี 2562 ร้อยละ 1.7 ซึ่งความรุนแรงของปัญหาหมอกควันภาคเหนือ  มีปัจจัยสำคัญมาจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งยาวนาน  และเกิดความแห้งแล้งเร็วกว่าปีที่ผ่านมา  ทำให้เกิดไฟได้ง่ายและลุกลามรวดเร็ว  ประกอบกับพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน  เป็นอุปสรรคต่อการเข้าดับไฟของเจ้าหน้าที่  และหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน

โดยได้นำเสนอแผนจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควัน  ได้มีการหารือแนวทางในการจัดการปี 2564  ทั้งด้านการจัดสรรงบประมาณและสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ  เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน  กำหนดห้วงห้ามเผาของ 9 จังหวัดภาคเหนือ  ให้เป็นไปในช่วงเวลาเดียวกัน  รวมถึงส่งเสริมการสร้างงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น  เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน  และการใช้ทรัพยากรป่าไม้ที่สอดคล้องกับความต้องการใช้และบริบทของชุมชน  ส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้น  ทั้งไม้เศรษฐกิจ  ไม้ผล  และพืชอาหารทดแทนพืชเชิงเดี่ยว  เพื่อเป็นการสร้างอาชีพ  สร้างรายได้  นำไปสู่เกษตรปลอดการเผาในระยะยาว  ในส่วนของปัญหาหมอกควันข้ามแดน  ได้มีการเสนอให้บรรจุเป็นวาระสำคัญของกลุ่มอาเซียนประเทศเพื่อนบ้าน  และมีการสนับสนุนติดตั้งสถานีวัดคุณภาพอากาศในประเทศเพื่อนบ้านทั้งของประเทศเมียนมา  และประเทศลาว  เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ร่วมกัน  และที่สำคัญต้องดำเนินการสร้างความตระหนักรู้ถึงพิษภัยของหมอกควัน  โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่  ต้องมีการป้องกันตนเอง  และจัดพื้นที่ปลอดภัยหรือเซฟตี้โซน  ให้ครอบคลุมทุกท้องถิ่น


นายกรัฐมนตรี  กำชับให้เน้นการแก้ปัญหาในภาพรวมทั้งเรื่องการใช้ทรัพยากร  เทคโนโลยี  และการบังคับใช้กฎหมาย  รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชน  หน่วยงานหลักทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กระทรวงมหาดไทย  กระทรวงสาธารณสุข  ให้แก้ไขปัญหาให้ตรงจุดและกำหนดตัวชี้วัดให้ชัดเจน  เพื่อการแก้ไขปัญหาได้อย่างถาวร  เรื่องการลดจุดฮอทสปอต  และลดวัสดุเชื้อเพลิงในพื้นที่  ต้องลดลง  เพิ่มการสร้างฝาย  สร้างความชุ่มชื้นในผืนป่า

สำหรับบรรยากาศที่จังหวัดเชียงราย  ในช่วงเช้าวันนี้ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจราชการ  เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก  จากอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำน้ำต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้น  และมีน้ำท่วมขังบางจุด  แต่ในขณะนี้ฝนได้ลดลงแล้ว  มีโปรยปรายบางพื้นที่  แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในช่วงบ่าย  ที่สำนักงานเทศบาลตำบลแม่ยาว  เพื่อตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า  และจะร่วมปลูกต้นกาสะลองคำ  ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดเชียงราย  เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนร่วม “ปลูกต้นไม้ สู้ไฟ” เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ที่ถูกไฟไหม้ทำลายไปก่อนหน้านี้  
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่



การประชุมในครั้งนี้ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อม  การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ  ก่อนฤดูกาลที่จะเกิดขึ้น  และร่วมมือกันในทุกภาคส่วนของทั้ง 17 จังหวัด  ให้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน  โดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนท้องถิ่น  สร้างจิตสำนึกการมีส่วนร่วม  เพื่อนำไปสู่การเป็น “ชุมชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” และผลักดันความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน 

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE