4
shared

ดาวโจนส์ ปิดร่วง 525.05 จุด วิตกมาตรการเยียวยาล่าช้า

24 กันยายน 2563 06:55 464
ดาวโจนส์ ปิดร่วง 525.05 จุด วิตกมาตรการเยียวยาล่าช้า

ดาวโจนส์ปิดที่ 26,763.13 จุด ลดลง 525.05 จุด วิตกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐล่าช้า

วันนี้ (24 ก.ย.63) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 500 จุดเมื่อคืนนี้ (23 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ หลังรายงานเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน รวมทั้งความล่าช้าในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ โดยหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงหนักสุด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันที่ชะลอตัวลง ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงเนื่องจากแรงขายทำกำไร

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,763.13 จุด ร่วงลง 525.05 จุด หรือ -1.92%

ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,632.99 จุด ลดลง 330.65 จุด หรือ -3.02%

ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,236.92 จุด ลดลง 78.65 จุด หรือ -2.37%

นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในการออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ โดยจนถึงขณะนี้ พรรครีบพับลิกันและเดโมแครตยังคงมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับขนาดและขอบข่ายของมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการขยายมาตรการให้ความช่วยเหลือคนว่างงานซึ่งได้หมดอายุลงแล้วตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันต้องการลดวงเงินช่วยเหลือคนว่างงานลงสู่ระดับ 300 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ แต่พรรคเดโมแครตต้องการรักษาวงเงินดังกล่าวเอาไว้ที่ 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ โดยไอเอชเอส มาร์กิต เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 54.4 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 54.6 ในเดือนส.ค.

นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันนี้ หลังจากที่ได้เข้าแถลงต่อคณะอนุกรรมการว่าด้วยวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 ในสภาคองเกรสเมื่อวานนี้

ถ้อยแถลงของนายนายพาวเวลเมื่อวานนี้ระบุว่า เฟดและสภาคองเกรสจะต้องร่วมมือกันในการฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐ พร้อมกับกล่าวว่า เฟดไม่มีแผนที่จะปรับเงื่อนไขการกู้เงินในโครงการ Main Street Lending Program เพื่อดึงดูดภาคธุรกิจ แม้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าภาคธุรกิจให้ความสนใจกู้เงินไม่มากนักในโครงการดังกล่าว

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดขายบ้านใหม่เดือนส.ค. และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนส.ค.

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE