1
shared

'มด สุรเดช' วิเคราะห์ปัจจัย 'ท่าเรือ' ฟอร์มดับและจะฟื้นในยุคโค้ชอู๊ดหรือไม่ ?

23 กันยายน 2563 17:05 318
'มด สุรเดช' วิเคราะห์ปัจจัย 'ท่าเรือ' ฟอร์มดับและจะฟื้นในยุคโค้ชอู๊ดหรือไม่ ?

กูรูฟุตบอลไทย ชื่อดัง มองสาเหตุ การท่าเรือ ฟอร์มดับในช่วงรีสตาร์ท อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงโค้ชในครั้งนี้ เดินมาถูกทางแล้วหรือไม่ ?

วันนี้ (23 ก.ย. 63) เชื่อว่าแฟนฟุตบอลไทย คงทราบข่าวการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าผู้ฝึกสอนของ การท่าเรือ เอฟซี เป็นที่เรียบร้อย หลังมีการแต่งตั้ง "โค้ชอู๊ด" สระราวุฒิ ตรีพันธ์ เข้ามาทำหน้าที่แทน จเด็จ มีลาภ เมื่อวันจันทร์ (21 ก.ย.) ที่ผ่านมา โดยสืบเนื่องมาจากการไม่มีแต้มในบ้านสองนัดติด หลังลงเล่นในศึกไทยลีกรีสตาร์ท


ผลงานการถูกปรับแพ้ โปลิศ เทโร เนื่องด้วยปัญหาไฟสนามดับ ก็เป็นสิ่งที่แฟนๆและผู้บริหารพอรับได้ กับเหตุไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น แต่การเปิดบ้านแพ้ บีจี ปทุมฯ 0-1 ในเกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายของทีมและ เซอร์เด็จ ด้วยปัจจัยที่ว่า นอกจากแพ้ ฟอร์มการเล่นในสนาม ก็ดูแปลกไป สิงห์เจ้าท่า กลายเป็นทีมที่เล่นเกมบุกไม่ดุดันแบบช่วงต้นฤดูกาล , แนวรับมีปัญหาเสียประตูง่ายๆ นำมาสู่การพ่ายแพ้ จนทำให้โอกาสที่จะจบอันดับ 1-2 ช่วง 15 นัดแรก เพื่อไปโลดแล่นในฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ จากการมี 10 คะแนน จาก 6 นัด ตามหลัง ทรู แบงค็อกฯ และ บีจี ทีมจ่าฝูงและรองจ่าฝูงอยู่ถึง 5 และ 3 คะแนน ตามลำดับ


อะไรคือสาเหตุที่พวกเขาฟอร์มตก ? เหตุใดจึงต้องเปลี่ยนโค้ชอย่างรวดเร็ว ? นั่นคือสิ่งที่แฟนบอลท่าเรือและทีมอื่นๆ คงหาคำตอบกับสิ่งนี้อยู่อย่างกึกก้อง ที่สุดแล้ว ทีมงาน TNNSPORTS ได้ติดต่อไปหา "มด" สุรเดช มั่นวิมล กูรูและผู้บรรยายฟุตบอลไทยชั้นแนวหน้าของทรูวิชั่นส์ เพื่อให้วิเคราะห์ประเด็นนี้อย่างจริงจัง ซึ่งกูรูรายนี้จะคิดเห็นอย่างไร ลองไปดูกันว่าจะตรงกับที่คุณคิดไว้หรือไม่ ?



Q : อันดับแรกอยากให้ไล่ไปทีละประเด็นนะครับ ขอให้พูดถึงสาเหตุที่ท่าเรือ ฟอร์มแกว่งตลอด 2 นัดที่แพ้คาบ้านในช่วงรีสตาร์ทสักหน่อยครับ ?


มด : เรื่องแรกก็น่าจะเป็นเรื่องของการที่ลีกมีการเบรกไปนานถึงครึ่งปี มันส่งผลต่อทีม เพราะทีมต้องกลับมาเคาะสนิม และหาจุดลงตัว อันนี้เป็นสิ่งที่ทุกทีมต้องเจอนะ แต่ของท่าเรือเนี่ย มันมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นหลายคน ทั้งในแผงกองหลัง และ เนลสัน โบนีญ่า ซึ่งในรายของ โบนี่ เข้ามาแล้วมีอาการเจ็บติดตัวมา และยังปรับตัวไม่ได้ ประกอบกับแนวรุกความหวังอย่าง เฮแบร์ตี้ และ เซร์คิโอ ซัวเรซ ก็ฟอร์มดร็อปลงไปด้วยครับ


Q : ถ้าจะถามว่า เป็นความโชคร้ายของทีม ที่ ธนบูรณ์ กับ อดิศร เจ็บพอดี หรือเป็นความผิดพลาดที่ตัด โรเชล่า ออก แล้วนำโบนีญ่า เข้ามาแทน ตรงนี้มองอย่างไร ?


มด : เรื่องผู้เล่นเจ็บ มันก็เป็นเหตุที่ควบคุมไม่ได้อะนะ มันก็สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกทีม แต่ในกรณีของ โรเชล่า ผมมองว่า เขาก็มีประโยชน์ในเกมรับกับท่าเรือ อยู่แล้ว แต่ในการตัดสินใจเอาเขาออก ผมก็มองว่า เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ทีมมีปัญหาในเกมรับ แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดนะ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เอาแค่ 4 นัดแรก ท่าเรือก็เสียประตูทุกนัดอยู่แล้วตอนมีเขา คือถ้าเขาได้เล่น มันก็อาจจะดีกว่านี้นิดนึง แต่ไม่มากไปกว่านี้เยอะแน่นอน ต้องยอมรับ ว่าเกรดของเขา ยังไม่ใช่ตัวแบกเกมรับ เหมือนดั่ง วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ , อันเดรส ตูเนซ หรือ เอเวอร์ตัน เพราะฉนั้น หากการท่าเรือ จะขึ้นไปอยู่ในจุดลุ้นแชมป์ ก็ต้องหากองหลังต่างชาติที่เกรด A จ๋าๆเข้ามาเสริม จริงอยู่ว่าตอนนี้ พวกเขามี ตัวไทยดีกรีทีมชาติมากมายในแผงเซ็นเตอร์ฮาลฟ์ (ธนบูรณ์ , อดิศร , เอเลียส , ทิตาวีร์) แต่เพียงแค่ว่าตอนนี้มันอยู่ที่วิธีการรึเปล่า ? จะทำยังไงให้หลังบ้านแข็งแกร่ง ในยามที่เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แบบนี้ คุณต้องทำยังไง เช่น จะเปลี่ยนระบบมั้ย ? เปลี่ยนวิธีการมั้ย ? หรือ คุณจะไม่แก้หรอกกองหลัง แต่คุณก็ต้องไปจูนกองหน้า เสียเท่าไหร่ ยิงคืนยิงแซงให้ได้เท่านั้น คุณก็ชนะได้ แบบในยุคหนึ่งของ ทรู แบงค็อกฯ เมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้ คุณยิงไม่ได้ หลังคุณก็เสีย มันก็เลยทำให้รวนกันหมด ความจริงมีหลายอย่างนะ ทั้งการเปลี่ยนแปลงโค้ช , ความควาดหวังสูงของแฟนบอล อาจจะทำให้เกร็ง และเล่นได้ไม่ธรรมชาติอย่างที่เห็น


Q : เกมรุกของท่าเรือ เหมือนมี เฮแบร์ตี้ เป็นศูนย์กลาง พอช่วงนี้คู่แข่งจับทางได้ เข้าประกบติดหลายคน เพรสเร็ว ทำให้เล่นไม่ออก ทีมก็เลยฟอร์มแกว่ง ตรงนี้มองอย่างไร ?


มด : คือจริงๆแล้ว ภาพที่เราเคยเห็น มันกลับมา ตั้งแต่พรีซีซั่นต้นปี รวมถึง การตกรอบเอเอฟซีฯ แพ้ เซเรสเนกรอส คาบ้าน หรือจะเกมที่แพ้ สิงห์ เชียงรายฯ ในออมสิน ไทยแลนด์ฯ ตอนนั้นเราเห็นชัดเลยว่า เฮแบร์ตี้ เข้ามาแล้วปรับตัวไม่ได้ แต่พอปรับตัวได้ ทีมก็กลับมาฟอร์มดีในช่วง 4 นัดแรกของไทยลีก นั่นคือ เฮแบร์ตี้ กับ ซัวเรซ เริ่มเล่นด้วยกันได้ ทั้งสองคนนี้เซนส์ทันกันอยู่แล้ว ไหนจะยังมี อดิศักดิ์ , ปกรณ์ , บดินทร์ คอยช่วยอีก แต่พอการที่มี โบนี่ เข้ามา มันก็ต้องใช้ ทุกอย่างมันเคลื่อนไปหมด บวกกับร่างกายเขาก็ยังไม่พร้อม นี่น่าจะเป็นจุดที่ทำให้ทีมเพี้ยน พอ โบนี่ ลง เฮแบร์ตี้ ก็ต้องลง ซัวเรซ ก็ต้องลง ทีนี้ เกมเจอ เทโร ปกรณ์ ก็ไม่ได้เล่น โก ซุลกิ ก็ไม่ได้เล่น เพราะฉนั้น งานมันก็ไม่หนักกับคนบางคนมากเกินไป ไม่มีการถัวเฉลี่ยกัน แต่พอมีเกมกับ บีจี เซอร์เด็จ ก็พยายามจะกลับมาเล่นแบบเดิม ด้วยการเอา โบนี่ ไปนั่ง แต่ก็ต้องชม บีจี ว่าทำการบ้านมาดี ในการปิด เฮแบร์ตี้ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเขาเล่นยังไง ถ้าเพื่อนเล่นไม่ได้ เขาก็จะเล่นคนเดียว พอเล่นไม่ออก เกมรุกก็ตายทั้งระแบบ แต่ผมยังเชื่อนะ ว่าเดี๋ยวเขาก็กลับมาเป็นคนเดิม ต้องมีเวลาในการจูนและเข้าใจกันมากกว่านี้


Q : โค้ชจเด็จ มีเวลาแค่สองนัด ก็ต้องโดนถอดอีกแล้ว มองว่าเร็วไปมั้ย ?


มด : คือจะบอกว่าเร็ว มันก็เร็วแหละ เพราะแค่สองนัด แต่ถ้าจะมองอีกมุมนึง ถ้าไม่เปลี่ยนแล้วมันไม่ดีขึ้น ผมเชื่อว่าผู้บริหาร ก็คงเข้าใจธรรมชาติฟุตบอล เพราะแฟนบอลกระแสอาจจะตีกลับมาที่บอร์ดก็ได้ แน่นอนว่าผลงานไม่ดี ตอนนี้โค้ชก็ต้องรับผิดชอบ ด้วยที่โควต้าเอเอฟซีฯ มันเริ่มมาถึงช่วงสำคัญ ก็เลยเป็นสิ่งที่ท่าเรือต้องขยับ มันอาจจะหมดเวลาของ เซอร์เด็จแล้ว คือมันอาจจะดูโหดร้ายนะ แต่ผู้บริหารก็มองว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว แค่นั้นเอง


Q : ทำไมต้องเป็น โค้ชอู๊ด ที่เข้ามารับงานเผือกร้อนตรงนี้ ?


มด : จริงๆแล้ว โค้ชอู๊ด ก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการเปลี่ยนแปลงระยะสั้น เพราะ โค้ชอู๊ด ก็รู้จักท่าเรือดี กับการเป็นผู้ช่วยโค้ชโชคทวี เมื่อปีที่แล้ว เขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ที่สำคัญ โค้ชอู๊ด ก็น่าจะรู้วัฒนธรรมอยู่แล้ว เพราะปีที่แล้วอยู่กับทีม ตรงนี้คือจุดสำคัญ เพราะฟุตบอลบ้านเรา แต่ละสโมสรมีการทำงานที่ไม่เหมือนกัน ในการต้องมาคุมทีมวันจันทร์ แล้วลงเตะสุดสุปดาห์ ก็น่าจะเป็นแก ที่เหมาะสมที่สุด เนื่องด้วยไม่ต้องมาเรียนรู้อะไรมาก ผมมองว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมนะ ด้วยคาแร็คเตอร์ ด้วยวิธีการทำงาน น่าจะเอาซูเปอร์สตาร์ของท่าเรือได้อยู่หมัด น่าจะเป็นไปได้ด้วยดีกับการทำงาน


Q : หากมองตรงนี้ ท่าเรือ ยังมีโอกาสจบอันดับ 1-2 ในช่วง 15 นัดแรกไหม ? ส่วนโค้ชอู๊ด จะมีเวลาได้ทดลองงานกี่นัด ?


มด : ผมมองว่า ถ้ามองที่ตารางคะแนน มันยังไม่ห่างมากจนเกินไป อีกอย่างมันยังมีโปรแกรมที่ท่าเรือต้องเจอทีมหัวตารางโดยตรง อีกหลายนัด ทั้ง ทรู แบงค็อกฯ หรือ ราชบุรี ทีมต้องกลับมาเล่นตามมูลค่าทีมให้ได้ เพราะมีตัวขนาดนี้ อยู่ที่พวกเขาเองนะ ถ้ายังจูนไม่ติดในเร็วๆนี้ ก็ลำบาก ส่วนมุมมองผม มองว่ายังมีโอกาส ขณะที่ โค้ชอู๊ด ก็แน่นอนแหละ อยู่ที่ผลงานแก ถ้าทำผลงานได้ดี ก็มีโอกาสอยู่ยาวๆ เพราะไม่มีความจำเป็น ที่ต้องเปลี่ยน หากผลงานดี ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดทั้งมวล ผมมองว่าท่าเรือจะกลับมาได้ในยุคของโค้ชอู๊ดครับ


สำหรับ การท่าเรือ เอฟซี มีโปรแกรมบุกไปเยือน ตราด เอฟซี ในวันเสาร์ ที่ 26 ก.ย. 63 นี้ เวลา 19.00 น.


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขยับเร็ว! 'ท่าเรือ' ตั้ง 'โค้ชอู๊ด' เข้ากู้วิกฤตฟอร์มห่วยแทนจเด็จ

ประเด็นร้อนบอลไทย : 'ท่าเรือ' โชคร้ายหรือเดินหมากผิดทั้งหมด ?