4
shared

“ไฮเปอร์มาร์เก็ต”เส้นเลือดใหญ่หมุนเวียนระบบเศรษฐกิจประเทศ

22 กันยายน 2563 14:04 109
“ไฮเปอร์มาร์เก็ต”เส้นเลือดใหญ่หมุนเวียนระบบเศรษฐกิจประเทศ

นักวิชาการจุฬามองบวก “โลตัส” กลับสู่ ซีพี เป็นการขยายช่องทางคู่ค้าไทย เล็ก กลาง ใหญ่ สู่ตลาดระดับภูมิภาค สร้างงาน-กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ หลังโควิด-19 ทำเศรษฐกิจทั่วโลกทรุด

ปัจจุบัน ธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบ “โมเดิร์นเทรด” ต้องแข่งขันกับการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซจากผู้ประกอบการต่างประเทศ ที่เข้ามายึดส่วนแบ่งตลาดไฮเปอร์มาร์ท ไปสู่การค้าออนไลน์ นอกจากได้ข้อมูลผู้บริโภคคนไทยแล้ว กระบวนการด้านภาษี ยังเก็บได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย   แต่ทั้งนี้ หนึ่งในทิศทางที่น่าสนใจ คือ ปลายปีนี้ตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ตของไทยจะคึกคักมากขึ้น หลังจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ได้ทุ่มเงิน 239,953 ล้านบาท ประมูลชนะซื้อ เทสโก้ โลตัส ในประเทศไทยและมาเลเซีย จากกลุ่มเทสโก้ ประเทศอังกฤษ กลับมาเป็นธุรกิจสัญชาติไทย ซึ่งเดิมเป็นธุรกิจที่ ซีพี ก่อตั้งในชื่อ "โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์"  เมื่อปี  2537   โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. ว่าจะเข้าข่ายการผูกขาด หรือ การเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 หรือไม่ 

โดยนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือซีพี ได้วางบทบาทของไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่าง โลตัส เข้ามาช่วยขยายภาคธุรกิจค้าปลีกของประเทศ ในฐานะช่องทางจำหน่ายสินค้า เป็นตัวช่วยให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการบริโภค หลังสถานการณ์โควิด-19 ที่ภาคธุรกิจส่งออก-ท่องเที่ยว-การลงทุนจากต่างประเทศต่างได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันนี้ แนวทางของ ซีพี ที่จะดำเนินธุรกิจของโลตัสต่อไปจะเป็น ไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่เป็นช่องทางขยายตลาดโอทอป SME และส่งออกไปในต่างประเทศ โดยมีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ควบคู่กับชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน ทั้งยังช่วยกระตุ้นการจ้างแรงงาน และสร้างงานในระบบเพิ่มขึ้น ทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญตามปรัชญา 3 ประโยชน์ ของ ซีพี ที่ยึดมั่นมาตลอด 99 ปี ของการดำเนินธุรกิจที่ต้องคำนึงถึงประเทศชาติและประชาชนต้องมาก่อน ตามมาด้วยประโยชน์ขององค์กรเป็นลำดับสุดท้าย 

ทั้งนี้ รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากรายงานดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index: GCI) โดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับ World Economic Forum (WEF) เพื่อวัดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ คือตลาด (Market) ซึ่งแบ่งเป็นสองส่วนคือ ตลาดสินค้า และตลาดแรงงาน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดกระแสไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ โดยตลาดสินค้าคือการสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาสินค้า ส่งเสริมให้สินค้าเข้าถึงประชาชนทุกแห่ง รวมไปถึงการแข่งขันด้านราคาเพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคขั้นสุดท้าย ส่วนตลาดแรงงานคือการส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานกับประชาชนทุกพื้นที่ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง โดยสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดที่ผ่านมาทั่วโลก ทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนต่างพยายามสร้างให้เกิดแรงกระเพื่อมนี้ผ่านกลไกและเครื่องมือทางเศรษฐกิจมากมายในมิติของตลาดทั้งสองส่วนดังกล่าว

รศ.ดร.วิเลิศ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งตลาดหรือช่องทางจำหน่ายสินค้าที่จะเป็นตัวช่วยเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในยุคนี้ได้คือ ตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่สนับสนุนทั้งตลาดสินค้า โดยการรวบรวม คัดสรร ตรวจสอบคุณภาพสินค้าทุกประเภท พร้อมทั้งช่วยเหลือผู้ผลิตอาหาร เกษตรกร และผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า และอื่นๆ อีกมากมายในการมีช่องทางจัดจำหน่ายที่มีระบบมาตรฐานสากล ให้ถึงมือผู้บริโภคในทุกพื้นที่ของประเทศในราคาที่เหมาะสม อีกทั้ง ยังสนับสนุนให้เกิดการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ในตลาดแรงงานทั่วประเทศอย่างชัดเจน

“หากจะเปรียบบทบาทของไฮเปอร์มาร์เก็ตกับอวัยวะในร่างกายของคนเรา ก็อาจจะพูดได้ว่า ไฮเปอร์มาร์เก็ต เปรียบเสมือน เส้นเลือดใหญ่ ที่คอยกระจายเลือดและสารอาหารสู่อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเรา และยังทำหน้าที่คอยสนับสนุนกระดูกสันหลัง ที่จะว่าไปแล้วก็หมายความถึงอาชีพที่เป็นเสาหลักของของประเทศ นั่นก็คือ เกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ซึ่งอาจรวมไปถึงผู้ผลิตสินค้าไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ให้สามารถกระจายสินค้าไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศได้ รวมไปถึงการจ้างงาน ส่งเสริมให้คนประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในประเทศดีขึ้น หากเรามองเห็นว่าเส้นเลือดใหญ่ของประเทศที่ว่านี้ มีความสำคัญเพียงใดต่อระบบเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนในประเทศเราเองแล้ว เส้นเลือดใหญ่นี้เองกลับมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของเสียอย่างนั้น และเป็นต้นเหตุสำคัญทำให้เลือดที่นำพาสารอาหารไหลออกนอกร่างกายของเราไป จะดีกว่าหรือไม่ที่เส้นเลือดใหญ่ของประเทศไทยเราจะกลับมาเป็นเราเอง" รศ.ดร.วิเลิศกล่าว


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com 
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live 
twitter : TNNONLINE 
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE 
Instagram : TNN_ONLINE 
TIKTOK : @TNNONLINE