สสวท.ปั้นนักคิดวิทย์สร้างภูมิคุ้มกัน นำไทยสู่4.0

12:35 21 สิงหาคม 2561 2,513
สสวท.ปั้นนักคิดวิทย์ สร้างภูมิคุ้มกัน สร้างสรรค์ความสำคัญวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมชูวิสัยทัศน์ใช้ความรู้นำประเทศไทยสู่ยุค 4.0

วันนี้ (21 ส.ค. 61) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ นำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี จัดแสดงในงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2561 ณ บริเวณบูธกิจกรรมสสวท. Hall 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีหัวข้อกิจกรรมคือ “สสวท. ปั้นนักคิดวิทย์สร้างภูมิ (คุ้มกัน)” เพื่อเป็นเวทีความคิดสร้างความตระหนักในความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีบทบาทเด่นชัดต่อการขับเคลื่อนชีวิต เศรษฐกิจ และความเปลี่ยนแปลงอนาคตโลก

 

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 วิสัยทัศน์เชิงนโยบายเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมนำพาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สสวท.จึงเป็นหน่วยงานสำคัญที่สุด มีหน้าที่หลักในการแก้ไขปัญหาเรื่องการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของคนไทย

 

 

ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวต่อว่า สสวท.เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทำหน้าที่ชี้ทิศทาง ประสาน และส่งเสริมเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีทั้งในและนอกสถานศึกษาให้นักเรียนพัฒนาตามศักยภาพขึ้นเป็น โดยประชากรที่มีความรู้ นักวิชาชีพฐานดี และนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายที่เด่นชัดคือการที่นักเรียนไทยได้รับการพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี มีความสามารถ มีทักษะในการนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต สร้างอาชีพ พัฒนาผลผลิต และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน มีทักษะในการใช้ชีวิตโดยไม่ติดกับดักของผลกระทบจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ดังนั้น การเรียนรู้วันนี้จึงต้องสร้างเด็กไทยให้เป็น “นักคิด” ที่มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล วางแผน แก้ปัญหา มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถสร้างนวัตกรรมที่แข่งขันได้ โดยยังคงคุณภาพชีวิตที่ดี คุณภาพสังคม และสิ่งแวดล้อมไว้ได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับไวของโลกยุคดิจิทัล หรือสร้างภูมิคุ้มกันในการใช้ชีวิตนั่นเอง

 

 

ขณะที่พื้นฐานการเรียนรู้ของเด็กไทยจึงต้องมีทักษะของวิทยาการคำนวณอันมิใช่เรียนรู้แค่การใช้คอมพิวเตอร์แค่ขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่จะได้กระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ สามารถรับมือกับปัญหาที่มีความซับซ้อนได้ ประกอบด้วยการคิดเชิงคำนวณ ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พื้นฐานการรู้เท่าทันสื่อและข่าวสารซึ่งเป็นทักษะเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีดิจิทัล และแยกแยะได้ว่าข้อมูลใดเป็นความจริงหรือความคิดเห็น ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์

 

ขณะเดียวกัน ชั้นเรียนของเด็กยุคใหม่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้เข้าถึงใจผู้เรียน สสวท.จึงได้พัฒนาลูกเล่นของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์สร้างความเข้าใจและเข้าถึงผู้เรียนได้ง่ายขึ้น โดยนำนวัตกรรม “AR” ( Augmented Reality) มาใช้อธิบายเนื้อหาที่เป็นนามธรรมซึ่งต้องใช้จินตนาการช่วยสร้างความเข้าใจ แต่สามารถอธิบายให้เห็นภาพได้ชัดเจน เช่น ภาพเสมือน 3 มิติอันเป็นจุดเด่นของเทคโนโลยีที่นำมาปรับใช้ในหนังสือเรียนซึ่งนอกจากจะดึงดูดความสนใจแล้ว ซึ่งเด็กยังได้ฝึกใช้เทคโนโลยีศตวรรษที่ 21 อีกด้วย

 

 

ทั้งนี้ สสวท.ได้เร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยรุ่นใหม่ขับเคลื่อนไทยด้วยนวัตกรรมผ่านโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) โดยบัณฑิตที่เป็นผลผลิตจากโครงการนี้จะเข้ามาเป็นพลังของประเทศเพื่อสร้างนวัตกรรมที่ต่อยอดการพัฒนาเชิงพาณิชย์ ยกระดับคุณภาพ และเพิ่มรายได้ทั้งภาคการผลิตและการบริการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยแข่งขันได้ในโลกอนาคต ซึ่งการเรียนรู้ของเด็กไทยในวันนี้จึงต้องปรับเปลี่ยนเพื่อสร้างนักคิดที่มีทักษะ ความรู้ เท่าทันสังคมโลกที่เปลี่ยนไป สามารถใช้ความรู้เป็นประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิต การทำงาน รู้เท่าทันผลกระทบจากการพัฒนา สร้างนวัตกรรมและอาชีพที่แข่งขันได้โดยสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เป็นภูมิคุ้มกันการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัล