3
shared

ปิดเกมไม่ลง! 'เทโร' เจอทีเด็ด 'ราชบุรี' ตามเจ๊าทดเจ็บ 1-1 (คลิป)

19 กันยายน 2563 21:13 65
ปิดเกมไม่ลง! 'เทโร' เจอทีเด็ด 'ราชบุรี' ตามเจ๊าทดเจ็บ 1-1 (คลิป)

ศึกสองมังกรกินกันไม่ลง “อดิศักดิ์ ศรีกำปัง” ยิงประตูให้ “มังกรโล่เงิน” ขึ้นนำ แต่ “ราชันมังกร” ไม่ยอมตาย ได้ประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บจาก “โยว ซอง แฮ” แบ่งแต้มกันไปสุดมัน

ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดที่ 6

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563

สนาม : บุณยะจินดา

ผลการแข่งขัน : โปลิศ เทโร เอฟซี 1-1 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

รายชื่อผู้ทำประตู : 1-0 อดิศักดิ์ ศรีกำปัง น.78, 1-1 โยว ซอง แฮ น.90+2


“มังกรโล่เงิน” โปลิศ เทโร เอฟซี เปลี่ยน 2 ตำแหน่งจากเกมเยือน การท่าเรือ เอฟซี โดยส่ง โดมินิก ตัน ลงยืนเซ็นเตอร์แบ็ค แทน ไอแซค ฮอนนี่ ที่บาดเจ็บ และ อาทิตย์ บุตรจินดา ลงล่าตาข่ายแทน กีรติ เขียวสมบัติ ขณะที่ “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมรองจ่าฝูง ไม่ได้ลงสนามในเกมรีสตาร์ทเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะไปอุ่นเครื่องกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีนักเตะติดเชื้อโควิด 1 ราย โดยเกมนี้จัด 3 ประสานแนวรุก สตีเฟ่น ลองจิล, จักรพันธ์ พรใส และ อภิวัฒน์ เพ็งประโคน


ครึ่งเวลาแรก

นาทีที่ 6 โอกาสจบสกอร์ครั้งแรกเป็นของทีมเยือน “ราชันมังกร” จากเกมสวน ฟิลิป โรลเลอร์ ได้เปิดจากฝั่งขวามาเสาสองถึง สตีเว่น ลองจิล ซัดจังหวะเดียว บอลข้ามคานออกไป

นาทีที่ 9 ราชบุรี ได้เตะมุม จักรพันธ์ พรใส เปิดย้อนมาหน้ากรอบเขตโทษให้ ฟิลิป โรลเลอร์ ยิงไกลไปแฉลบผู้เล่นเจ้าถิ่นออกหลังไปหวุดหวิด

ราชบุรี ยังครองเกมบุกได้ต่อเนื่อง นาทีที่ 11 สตีเว่น ลองจิล เปิดไปหน้าประตูให้ อภิวัฒน์ เพ็งประโคน ขึ้นโหม่ง แต่บอลข้ามคานไปอีก

นาทีที่ 16 โอกาสลุ้นครั้งแรกของ โปลิศ เทโร จากฟรีคิกริมเส้นฝั่งซ้าย ณรงค์ จันทร์เสวก ปั่นไปหน้าประตู อุกฤษณ์ วงศ์มีมา ชกบอลไม่ดี ก่อนที่ ควอน แด ฮี จะโหม่งซ้ำเข้าไป แต่ผู้ตัดสินขอดู VAR และไม่ให้ประตูเพราะล้ำหน้าก่อน

นาทีที่ 25 ราชบุรี มีโอกาสลุ้นขึ้นนำจากเดมสวนกลับ จักรพันธ์ พรใส แทงทะลุช่องให้ สตีเว่น ลองจิล กระชากไปยิง แต่ ประสิทธิ์ ผดุงโชค ล้มตัวเซฟไว้ได้

นาทีที่ 30 จิตปัญญา ทิสุด ได้รับบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ ราชบุรี ต้องส่ง ฮาเวียร์ ปาตินโญ่ กองหน้าทีมชาติฟิลิปปินส์ ลงสนามแทน

นาทีที่ 40 ราชบุรี ได้ลุ้นอีกครั้งจาก สตีเว่น ลองจิล เปิดเข้าไปหน้าประตูให้ ฮาเวียร์ ปาตินโญ่ ขึ้นโหม่งมากลางประตู ลอสเซมี่ คาราบูเอ้ วิ่งเข้ามายิงบอลลงพื้นไปตรงตัว ประสิทธิ์ ผดุงโชค ปัดข้ามคานไปได้ ช่วง 5 นาทีสุดท้าย ยังไม่มีสกอร์แรกเกิดขึ้น จบครึ่งแรก ยังเสมอกันอยู่ 0-0


ครึ่งเวลาหลัง

นาทีที่ 50 ราชบุรี บุกขึ้นมาและจังหวะสุดท้ายได้ยิงจาก ฮาเวียร์ ปาตินโญ่ ไปติดผู้เล่นเจ้าถิ่นในเขตโทษ ซึ่งจังหวะนี้ผู้ตัดสินขอเช็ค VAR ว่าเป็นแฮนด์บอลหรือไม่ ก่อนจะไม่ให้เป็นจุดโทษ

นาทีที่ 55 เทโร บุกขึ้นมาบ้างและได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ แต่ ณรงค์ จันทร์เสวก ปั่นข้ามกำแพงออกหลังไป

นาทีที่ 57 เป็นโอกาสของ ราชบุรี บ้างจากบอลริมเส้น สตีเว่น ลองจิล จ่ายบอลให้ จักรพันธ์ พรใส ไหลต่อให้ ฮาเวียร์ ปาตินโญ่ ยิงโล่งๆ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 60 เป็นทีของ เทโร บ้าง เอกชัย สำเร เติมเกมบุกขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนเปิดไปเสาสองให้ อดิศักดิ์ ศรีกำปัง ซัดมุมแคบแบบไม่จับ บอลข้ามคายออกหลังไป

นาทีที่ 72 เทโร ได้ลุ้นอีกครั้งจาก อดิศักดิ์ ศรีกำปัง กระชากบอลไปเกือบสุดเส้นหลัง ก่อนยิงมุมแคบ แต่ ประสิทธิ์ ผดุงโชค ปัดออกไปได้

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 78 กองเชียร์เจ้าถิ่นได้เฮกันลั่นจากจังหวะโต้กลับ ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ จ่ายให้ อดิศักดิ์ ศรีกำปัง หลุดไปยิงลอดขา อุกฤษณ์ วงศ์มีมา เป็นประตูให้ โปลิศ เทโร ขึ้นนำ 1-0 โดยจังหวะนี้ผู้ตัดสินเช็ค VAR ว่าล้ำหน้าหรือไม่ ก่อนให้เป็นประตู ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ราชบุรี พยายามโหมบุกหนัก พร้อมส่ง นูรูล ศรียานเก็ม ลงมาเติมเกมรุกจนกระทั่งช่วงทดเจ็บนาทีที่ 2 ราชบุรี ตามตีเสมอได้สำเร็จจาก สตีเว่น ลองจิล เปิดไปหน้าประตู โยว ซัง แฮ ขึ้นโหม่งบอลไปแฉลบเปลี่ยนทางเข้าประตูไป

จบเกม โปลิศ เทโร เอฟซี เสมอ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี สุดมัน 1-1 ทำให้ “ราชันมังกร” ยังรักษาสถิติไม่แพ้ใคร มีเพิ่มเป็น 13 คะแนน พร้อมแซงขึ้นจ่าฝูงชั่วคราว ส่วน “มังกรโล่เงิน” มี 13 คะแนนเท่ากัน แต่ประตูได้เสียเป็นรอง


รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

โปลิศ เทโร เอฟซี : ประสิทธิ์ ผดุงโชค (GK), โดมินิก ตัน, ควอน แด ฮี, สัญชัย นนทศิลา, เอกชัย สำเร, กนกพล บุษปาคม, ณรงค์ จันทร์เสวก, ณัฐพล เปี่ยมพลาย, ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์, อดิศักดิ์ ศรีกำปัง (C), อาทิตย์ บุตรจินดา

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี : อุกฤษณ์ วงศ์มีมา (GK), โยว ซอง แฮ, มิเกล จัสติน บาส, เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม, เหยา , ฟิลิป โรลเลอร์ (C), ปฐมชัย เสือสกุล, จิตปัญญา ทิสุด, ลอสเซมี่ คาราบูเอ้, สตีเว่น ลองจิล, จักรพันธ์ พรใส และ อภิวัฒน์ เพ็งประโคน