5
shared

ทล. อัพเดท!พื้นที่ได้รับผลกระทบจาก"พายุโนอึล"

19 กันยายน 2563 14:41 180
ทล. อัพเดท!พื้นที่ได้รับผลกระทบจาก"พายุโนอึล"

กรมทางหลวงชนบท ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 จังหวัด 21 แห่ง พร้อมเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

วันนี้ ( 19 ก.ย.63) นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ผลกระทบจากพายุโซนร้อนโนอึล จากบริเวณพื้นที่จีนใต้ตอนกลาง ที่ได้เคลื่อนผ่านประเทศเวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในขณะนี้ และได้ส่งผลกระทบเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยนั้น

ในส่วนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย โดยได้สั่งการหน่วยงานในส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย สำนักงานทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงชนบท และหมวดบำรุงทางหลวงชนบท ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที โดยแบ่งการเตรียมความพร้อมรับมือเป็น 3 ระยะ ดังนี้

​1. ก่อนเกิดเหตุ

​- ดำเนินการทำความสะอาดช่องทางระบายน้ำ ตัดหญ้า กำจัดวัชพืชที่ขวางทางระบายน้ำ ท่อลอด สะพาน

​- เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ สะพานเบลีย์ สนับสนุนยานพาหนะ อุปกรณ์การขนส่ง 

พร้อมสนับสนุนการอพยพเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยหรือพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุอุทกภัย เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย


​- เตรียมป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทาง หลักนำทาง (กำหนดช่องจราจร) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน กรณีมีน้ำท่วมสูง ถนนขาด/สะพานขาด ไม่สามารถสัญจรไปมาได้

​- ตัดแต่งกิ่งไม้ในเขตทางหลวงชนบท เพื่อป้องกันกิ่งไม้ตกหล่น หักโค่น เมื่อเกิดพายุ หรือลมพัดรุนแรง

​- ตรวจสอบข้อมูลสายทางที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงกรณีดินถล่มบริเวณไหล่เขาและสายทางที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย โดยให้หน่วยงานในสังกัด จัดชุดลาดตระเวนสำรวจพื้นที่เสี่ยงและเข้าดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์

​2. ขณะเกิดเหตุ

​- บริหารจัดการเส้นทางและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน กรณีเส้นทางผ่านไม่ได้ให้จัดหาทางเลี่ยงพร้อมทั้งประสานกับหน่วยงานของจังหวัดในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที เมื่อได้รับการร้องขอ

​- กรณีถนน/สะพานขาด ขอให้ดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้นให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางสัญจรไปมาได้ชั่วคราว เช่น วางสะพานเบลีย์ ถมดินคอสะพาน

​- กรณีต้นไม้หักโค่น ปิดทับ/กีดขวางเส้นทาง ให้รีบนำเครื่องมือเครื่องจักรเข้าดำเนินการทันที เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านได้

​- เข้าพื้นที่สำรวจความเสียหาย ประมาณการค่าซ่อมแซมเบื้องต้นและเตรียมเข้าซ่อมทันที เมื่อผ่านวิกฤต ให้สามารถเปิดการจราจรชั่วคราวได้

​- ให้หน่วยงานในพื้นที่ ประสานกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ รวมถึงหน่วยงานทหารในพื้นที่ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนรายงานข้อมูลสายทางที่ประสบภัยพิบัติให้ผู้บริหารได้รับทราบจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ


​3. หลังน้ำลด

​- หลังจากเข้าสู่ภาวะปกติ หากตรวจพบสายทางที่เกิดความเสียหายรุนแรง ให้ดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ภายใน 7 วัน

​- เข้าดำเนินการสำรวจ ออกแบบ ประมาณราคา พร้อมภาพถ่ายสภาพความเสียหายหลังน้ำลด เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการฟื้นฟูต่อไป

สำหรับสถานการณ์อุทกภัย ล่าสุด สำนักบำรุงทางมีรายงานว่า มีถนนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม และดินสไลด์ ในโครงข่ายทางหลวงทั้งหมด 7 จังหวัด รวม 21 แห่ง ซึ่งประชาชนยังสามารถสัญจรไป-มาได้  ได้แก่ 

1. จ.ขอนแก่น ประสบน้ำท่วม 2 แห่ง

2. จ.นครราชสีมา 5 แห่ง  

3. จ.ศรีสะเกษ 3 แห่ง 

4. จ.อุบลราชธานี 1 แห่ง

5. จ.นครสวรรค์ 1 แห่ง 

6. จ.เพชรบูรณ์  8 แห่ง 

และ 7. จ.ระนอง 1 แห่ง









เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE