3
shared

DSI พบนายทุนรุกป่าสงวนแห่งชาติบางขนุนหลายจุด-ชี้มีโทษถึงจำคุก

15 กันยายน 2563 16:32 168
DSI พบนายทุนรุกป่าสงวนแห่งชาติบางขนุนหลายจุด-ชี้มีโทษถึงจำคุก

จังหวัดภูเก็ตสั่งช่วยเหลือผู้บุกรุกป่าสงวน เจ้าหน้าที่ DSI ชี้ “บุกรุก” ป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มีโทษจำคุก โดยอธิบดีกรมป่าไม้เท่านั้นมีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการ

กรณีข้อขัดแย้งระหว่างกลุ่มทุน กับวิทยาลัยเทคนิคถลาง เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบางขนุน อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีบุคคลพยายามวิ่งเต้นออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินโดยมิชอบ นั้น  หลังการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่  DSI ตำรวจป่าไม้ และชุดพยัคฆ์ไพร เมื่อวานที่ผ่านมา (14 ก.ย.63)พบว่า จังหวัดภูเก็ต เคยมีหนังสือสั่งการ ที่ ภก 0017.1/13885 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563 ซึ่งลงนามโดยนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือผู้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบางขนุน อำเภอถลาง ซึ่ง อธิบดีกรมป่าไม้ อนุญาตให้ วิทยาลัยเทคนิคถลาง ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษา จำนวน 142 ไร่ 1 งาน 17 ตารางวา โดยไม่สนใจมติคณะรัฐมนตรี และประกาศกรมป่าไม้ ลงวันที่ 23 มกราคม 2540  

             

นายเจตนา เหมมุน ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมและการข่าว  กองเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบางขนุน เป็นพื้นที่คุ้มครอง มาตั้งแต่ปี 2488 เนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ ต่อมาได้กำหนดให้เป็นพื้นที่ป่าสงวน ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 217 พ.ศ. 2507 นอกจากนี้ภายหลังยังได้ออกกฎหมายเพื่อกำหนดโทษสำหรับผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติให้มีโทษจำคุก 1 ปี ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท แต่หากว่ามีการบุกรุกพื้นที่ต้นน้ำ หรือมีเนื่อที่บุกรุกเกินกว่า 25 ไร่ จะมีโทษจำคุก 4 ปี ถึง 20 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 2,000,000 บาท

          

อย่างไรก็ตามพบว่ากลุ่มทุนได้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบางขนุน กระจายออกไปหลายจุด นอกเหนือจากพื้นที่ ซึ่งกรมอาชีวศึกษา ได้รับอนุมัติจากกรมป่าไม้ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษา โดยอาศัยชาวบ้าน และกลุ่มทุนที่อาจมีผลประโยชน์ร่วมกับข้าราชการบางราย ที่อาศัยอำนาจหน้าที่โดยมิชอบ แสวงหาผลประโยชน์จากที่ดินของรัฐ โดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ทั้งที่ พื้นที่ดังกล่าวบางจุดมีความลาดชันเกินกว่า 35 องศา มีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุประมาณ 100 ปี หลงเหลืออยู่จำนวนไม่น้อย มีลักษณะเป็นป่าดิบชื้น คล้ายเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 A


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE