4
shared

จีนชี้ ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ทุกคน

14 กันยายน 2563 18:12 498
จีนชี้ ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ทุกคน

ทางการจีน ระบุ ไม่จำเป็นที่ชาวจีนทุกคนต้องเข้ารับวัคซีนต้านโควิด-19 ควรเน้นให้ผู้ที่อยู่ด่านหน้าต่อสู้โรคระบาด-ประชากรกลุ่มเสี่ยงได้ฉีดวัคซีนก่อน

วันนี้( 14 ก.ย.63) นายเกา ฟู่ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน ระบุ กับไชนานิวส์ เซอร์วิส ของทางการจีนว่า นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ที่เมืองอู่ฮั่น จีนก็รอดจากผลกระทบของเชื้อดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง การฉีดวัคซีนให้สาธารณชนนั้นต้องรักษาสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลประโยชน์ เช่น ราคาและผลข้างเคียง ดังนั้นในปัจจุบันจีนยังไม่จำเป็นต้องการฉีดวัคซีนขนานใหญ่ ทั้งนี้ นโยบายของจีนเรื่องสัคซีนนั้นแตกต่างจากรัฐบาลชาติตะวันหลายชาติ เช่น ออสเตรเลียที่วางแผนฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั้งประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นายเกา ระบุว่า การรับมือการระบาดหลายระลอกที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพในมาตรการควบคุมโรคของจีน เพราะจีนมีอาวุธหลายอย่างในการรับมือกับโรคระบาด ฉะนั้นการได้วัคซีนในอนาคต จึงจะเน้นไปที่ผู้ที่อยู่ด่านหน้าของการต่อสู้โรคระบาดมากกว่า เช่น บุคลากรทางการแพทย์และชาวจีนที่ทำงานในประเทศที่เป็นศูนย์กลางการระบาด รวมไปถึงผู้ที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงและแออัดโดยความเห็นของนายเกามีขึ้น ขณะที่นานาชาติเร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยจีนเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญ

ที่ผ่านมา จีนคือผู้ผลิตวัคซีนและใช้วัคซีนรายใหญ่สุดของโลก โดยฉีดสามารถผลิตวัคซีนได้มากกว่า 1000 ล้านโดสต่อปี จากผู้ผลิตภายใน 40 เจ้า

ขณะที่ วัคซีนโควิด-19 ที่กำลังพัฒนาในขั้นตอนที่ทดลองกับมนุษย์ทั่งโลกตอนนี้ มีมากกว่า 30 รายและในจำนวนนั้น 9 รายมาจากจีนและเมื่อแยกย่อยไปอีกพบว่า 4 ใน 9 ของจีนนั้นอยู่ในขั้นการทดลองระยะที่ 3 ซึ่งเป็นการทดลองขนานใหญ่กับมนุษย์จำนวนมากแล้ว

ด้านอินเดีย ได้มีการประกาศแนวทางเรื่องวัคซีนเช่นกัน โดยนายฮาร์ช วาธัน รัฐมนตรีสาธารณสุขของอินเดียระบุว่า รัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณาใช้อำนาจฉุกเฉินมนการอนุมติวัคซีนโควิด-19 สำหรับบุคลากรทางกรแพทย์และประชากรสูงวัยก่อน

นายวาธันกล่าวว่า การทดลองวัคซีนในระยะที่ 3 มักใช้เวลาราว 6-9 เดือนแต่การอนุมติฉุกเฉินจะเป็นการร่นระยะเวลาให้สั้นลง แต่จะมีขึ้นบนพื้นฐานที่ว่า วัคซีนนั้นมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยเขาคาดว่า อินเดียจะเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้คนกลุ่มเสี่ยงได้ในต้นปี 2021

ทั้งนี้ อินเดียมีวัคซีนที่มีความก้าวหน้ามาก ทั้งหมดสามตัว คือ 1. วัคซีนของแอสตราเซนากา-ออกซ์ฟอร์ด ซึ่งมีสถาบันเซรั่มวิทยาของอินเดีย เข้าร่วมทดสอบและตอนนี้กำลังเข้าสู่การทดลองระยะที่สาม ส่วนอีกสองตัวเป็นของท้องถิ่นคือ ภารตะ ไบโอเทค และคาดิล่า ซึ่งกำลังทดลองทางคลินิกระยะที่สอง




เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE