2
shared

หอการค้าฯ จับมือ สสส. และ ภาคีเครือข่าย มองอนาคต กีฬา

10 กันยายน 2563 17:12 49

ภาคีเครือข่าย ผนึกกำลังจัดงานสัมมนา มองอนาคต กีฬาและมหกรรมมวลชนเพื่อสุขภาพทั้งกาย–ใจ กับการ Restart ครั้งใหญ่ฝ่าวิกฤตโควิด–19 เพื่อขับเคลื่อนโครงการเปิดเมือง ปลอดภัย เดินหน้าเศรษฐกิจไทยแบบ Next Normal

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 63 ที่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกรุงเทพฯ นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เป็นประธานเปิดงานสัมมนามองอนาคต กีฬา และมหกรรมมวลชนเพื่อสุขภาพทั้งกาย–ใจ” กับการ Restart ครั้งใหญ่ฝ่าวิกฤตโควิด–19 ซึ่งจัดโดยเครือข่ายภาคเอกชน ภาคสาธารณสุข ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมระดมวิทยากร ผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนโครงการเปิดเมือง ปลอดภัย ซึ่งในช่วงเช้าเป็นการสัมมนาในหัวข้อ“มหกรรมมวลชนเพื่อสุขภาพ บนชีวิตวิถีใหม่” โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), ผศ.ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา หัวหน้าศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากรและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดล และ ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้เชี่ยวชาญภาคประชาสังคม


นอกจากนี้ยังมีประเด็น“แนวทางการขับเคลื่อนมหกรรมมวลชนเพื่อสุขภาพ บนฐานธุรกิจยุคใหม่” โดย ดร.ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ปรึกษาสมาพันธ์ชมรมเดิน–วิ่ง เพื่อสุขภาพไทย และอนุกรรมการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายสุรวัช อัครวรมาศ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(ATTA) พร้อมด้วย นายบุญเพิ่ม อินทนปสาธน์ ผู้แทนสมาคมการค้าผู้จัดกีฬามวลชนไทย (TMPSA) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มูฟ เอเชีย จำกัด


นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาธุรกิจกีฬาและบันเทิงในประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการสร้างงานและสร้างรายได้ให้ประเทศเป็นมูลค่ามหาศาล เนื่องจากมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากมายที่ได้รับอานิสงส์จากธุรกิจกีฬาและบันเทิง ทั้งค้าปลีก การบริการ การท่องเที่ยว การขนส่ง และการสื่อสาร เช่น การจัดงานวิ่งที่นอกจากจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้ว ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ(Health Tourism) และนักท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) สามารถสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน แต่จากวิกฤตโควิด–19 ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างรุนแรง ทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจการหรือกิจกรรมได้ตามปกติ


นอกจากนี้ยังพบว่ามีแรงงานในธุรกิจบันเทิงไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน ต้องตกงานและขาดรายได้ จากการสั่งปิดสถานบันเทิง ปิดโรงภาพยนตร์ และงดจัดงานคอนเสิร์ต ซึ่งการหยุดชะงักของธุรกิจกีฬาและบันเทิง รวมถึงงานประเพณีต่างๆ ในท้องถิ่น ส่งผลต่อการจ้างงานและกระทบเป็นเป็นลูกโซ่ต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ให้กิจการและกิจกรรมด้านกีฬาและบันเทิง รวมถึงมหกรรมมวลชนด้านประเพณีให้กลับมาเริ่มต้น (Restart) กิจการหรือกิจกรรม ภายใต้เงื่อนไขการจัดงานที่ปลอดภัย ด้วยวิถีธุรกิจยุคใหม่ (Next Normal) เช่น การลดความหนาแน่น การจำกัดจำนวนผู้เข้าการแข่งขันหรือร่วมงาน และการเว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นอีกได้


ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การจัดการแข่งขันกีฬาที่เป็นมหกรรมมวลชนเพื่อสุขภาพบนชีวิตวิถีใหม่จะต้องมองให้ครบทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ระดับบุคคล สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้เพื่อให้เกิดการปรับตัวไปพร้อมๆ กัน และเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในการป้องกันโรคระบาด เช่น การสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย การรักษาร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง การเว้นระยะห่าง และการลดความแออัด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ นอกจากการใช้มาตรการเชิงนโยบายและการบังคับใช้ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาด และการ์ดต้องไม่ตกแล้ว ยังต้องส่งเสริมภูมิต้านทานทางกายในทุกกลุ่มอายุ ด้วยการออกกำลังกายหรือการมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ เพื่อสร้างสุขภาวะบนฐานวิถีชีวิตใหม่ให้เกิดความสมดุล ทั้งกาย ใจสังคม และปัญญา ต้องทำให้เกิดกระบวนการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและเป็นบรรทัดฐานหรือวิถีใหม่ด้านสุขภาพของคนไทย เพื่อที่หากในอนาคตโรคอุบัติใหม่หรือความท้าทายอื่นๆ เข้ามาก็จะสามารถก้าวผ่านไปได้ในทุกวิกฤต

icon tagแท็กที่เกี่ยวข้อง