3
shared

ยาวแต่ต้องอ่าน! 'เมสซี่' เปิดใจทุกดราม่ากับบาร์ซ่าอย่างหมดเปลือก

5 กันยายน 2563 16:41 242
ยาวแต่ต้องอ่าน! 'เมสซี่' เปิดใจทุกดราม่ากับบาร์ซ่าอย่างหมดเปลือก

เมสซี่ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในทุกประเด็นร้อนที่เกิดขึ้น กับตัวเองและสโมสร แต่ยืนยันพร้อมจะเล่นกับทีมเป็นปีสุดท้ายให้ครบสัญญาก่อนย้ายในซีซั่นหน้า

วันนี้ (5 ก.ย. 63) ลิโอเนล เมสซี่ ยอดนักเตะซูเปอร์สตาร์ของ บาร์เซโลนา เปิดใจหมดเปลือก กับทุกประเด็นข่าวดราม่าที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ของตัวเขาเองและสโมสร กับ Goal.com สื่อกีฬาระดับยักษ์ของโลก โดยยืนยัน ต้องการย้ายออกทีมจริงๆตามข่าวที่มีการตีออกไป เนื่องจากทีมไม่มีความทะเยอทะยานที่จะคว้าแชมป์ รวมถึงมองว่าเวลาของตัวเองในถิ่น คัมป์ นู หมดลงแล้ว แต่ก็โดนขวางโดยต้นสังกัด ซึ่งเรื่องจะไม่ไปถึงการฟ้องร้องแน่นอน เพราะส่วนตัวให้ความรักและเคารพทีมมาก พร้อมอยู่จนครบสัญญาและย้ายทีมหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้


แข้งวัย 33 ปี มีปัญหากับ บาร์ซ่า อย่างหนักในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังเจ้าตัวแสดงเจตนารมย์ ต้องการย้ายทีม เนื่องจากผลงานล้มเหลวไร้แชมป์ใดๆมาครองในปีนี้ได้ อีกทั้งเรื่องบาดหมางกับ โจเซฟ มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร และแนวทางการทำงานที่ไม่สอดคล้องกับ โรนัลด์ คูมัน กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง 


ล่าสุด เมสซี่ ได้เปิดใจกับทุกประเด็นที่เกิดขึ้นเอาไว้เรียบร้อยชนิดยาวเหยียด ว่า “หลังจากความพ่ายแพ้ที่ลิสบอน มันเป็นเรื่องยากมากๆ เรารู้ว่าบาเยิร์น มิวนิค เป็นคู่แข่งที่หนักมาก แต่ไม่ใช่ว่าเราจะแพ้แบบนั้น มันทำให้ภาพลักษณ์ของเมืองและสโมสรบาร์เซโลน่าเสียหาย เราทำให้ภาพลักษณ์มันแย่มาก ผมไม่อยากทำอะไรเลย ผมอยากให้เวลามันผ่านไปก่อนจะออกมาจัดการเรื่องทุกอย่าง”


 “ผมบอกสโมสร รวมถึงท่านประธานว่าผมอยากย้ายทีม ผมบอกเขาแบบนี้มาตลอดทั้งปี ผมเชื่อว่ามันถึงเวลาที่จะต้องหลีกทางแล้ว ผมเชื่อว่าสโมสรต้องการนักเตะที่หนุ่มกว่านี้ ต้องการนักเตะใหม่ๆ และผมก็คิดว่าเวลาของผมกับบาร์เซโลน่ามันจบลงแล้ว ผมรู้สึกเสียใจมากนะ เพราะผมพูดอยู่เสมอว่าผมอยากจะแขวนสตั๊ดที่นี่ แต่มันเป็นปีที่ยากมากๆ ผมทรมานมากระหว่างการซ้อม, ในเกมการแข่งขัน รวมถึงในห้องแต่งตัว ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับผม มันถึงเวลาที่ผมจะต้องมองหาความท้าทายใหม่แล้ว”


“มันไม่ได้เป็นเพราะผลการแข่งขันในเกมกับบาเยิร์นในแชมเปี้ยนส์ ลีก นะ ไม่ใช่เลย ผมคิดไตร่ตรองเรื่องนี้มานานแล้ว ผมบอกท่านประธาน และท่านประธานก็พูดเสมอว่าพอจบฤดูกาล ผมจะได้ตัดสินใจว่าผมอยากจะย้ายออกไปหรืออยากจะอยู่ต่อ และในท้ายที่สุด เขากลับเป็นฝ่ายที่ไม่รักษาคำพูด ผมไม่ได้รู้สึกอ้างว้างเลย มีหลายคนที่อยู่เคียงข้างผมเสมอ มันเพียงพอแล้วสำหรับผม มันทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น”


“แต่ผมรู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่ผมได้ยินจากผู้คน จากนักข่าว จากคนที่ตั้งคำถามกับความทุ่มเทของผมที่มีต่อบาร์เซโลน่า แล้วพูดกันว่าผมไม่คู่ควรกับสิ่งนั้น มันช่วยทำให้ผมได้มองเห็นจิตใจที่แท้จริงของคนด้วย ในโลกของฟุตบอลมันยากมากๆ แล้วก็มีคนที่เป็นพวกหลอกลวงมากมาย เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ช่วยให้ผมเห็นคนเหล่านั้น มันทำให้ผมเจ็บปวดที่ความรักของผมที่มีต่อสโมสรแห่งนี้ถูกตั้งคำถาม ไม่ว่าผมจะอยู่หรือจะไป แต่ความรักของผมที่มีต่อบาร์ซ่าจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”


"มีคนพูดเรื่องต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องเพื่อนของผม เรื่องเงิน เรื่องอื่นๆ ที่พูดกัน มันเจ็บปวดนะ เพราะผมยกสโมสรมาก่อนเรื่องอื่นๆเสมอ ผมมีโอกาสที่จะย้ายออกจากบาร์ซ่าได้ตั้งหลายครั้ง ผมสามารถย้ายทีมแล้วได้เงินมากกว่าที่บาร์เซโลน่าได้ทุกปีนั่นแหละ ผมพูดเสมอว่าที่นี่คือบ้านของผม นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกและยังรู้สึกแบบนั้นอยู่”


“การตัดสินใจว่าจะมีที่อื่นดีกว่าที่นี่เป็นเรื่องยาก ผมรู้สึกว่าตัวเองต้องการความเปลี่ยนแปลง ต้องการเป้าหมายใหม่ ต้องการสูดอากาศใหม่ๆ ในท้ายที่สุดแล้ว มันเป็นเรื่องยากที่จะทิ้งเวลา 20 ปี ชีวิตทั้งชีวิต ครอบครัวที่อยู่ในบาร์เซโลน่า เมืองทั้งเมือง และนั่นก็เป็นเรื่องที่หนักหนาทีเดียวเวลาที่ต้องตัดสินใจ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว คุณก็ยังอาศัยอยู่ในบาร์เซโลน่า แน่นอน มันเป็นเรื่องยากที่ผมต้องตัดสินใจ มันไม่ได้มาจากผลในเกมเจอบาเยิร์น มันมาจากหลายๆ อย่าง”


“ผมพูดเสมอว่าอยากจะเลิกเล่นที่นี่ และผมก็พูดเสมอว่าผมอยากจะอยู่ที่นี่ ผมต้องการโปรเจ็คท์ที่ลุ้นแชมป์ ผมอยากได้แชมป์กับสโมสร เพื่อต่อยอดความสำเร็จของบาร์เซโลน่าออกไปอีก แต่ความจริงก็คือมันไม่มีโปรเจ็คท์หรือแผนงานอะไรเลยมานานมากแล้ว พวกเขา (บอร์ดบริหาร) เอาแต่เล่นปาหี่และอุดรูรั่วตรงนั้นตรงนี้อยู่ตลอดเวลา อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ว่าผมคิดถึงประโยชน์ของครอบครัวและสโมสรอยู่เสมอ”

 

“ตอนที่ผมตัดสินใจบอกภรรยาและลูกๆ ว่าผมอยากย้ายออกไป มันกลายเป็นเรื่องดราม่าครั้งใหญ่ ทั้งครอบครัวเริ่มร้องไห้ พวกลูกๆ ของผมไม่อยากไปจากบาร์เซโลน่า พวกเขาไม่อยากเปลี่ยนโรงเรียน แต่พอผมมองไปข้างหน้าไกลๆ ผมพบว่าตัวเองยังอยากจะเล่นในระดับสูงที่สุด อยากได้แชมป์ อยากมีลุ้นแชมเปี้ยนส์ ลีก คุณจะแพ้หรือชนะก็ได้ เพราะมันเป็นการแข่งขันที่ยากมาก แต่คุณต้องได้แข่งขัน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องสู้ได้ ไม่ใช่ความล้มเหลวเหมือนอย่างเกมที่โรม, ลิเวอร์พูล หรือลิสบอน มันทำให้ผมคิดถึงการตัดสินใจว่าผมอยากจะย้ายทีม”


“อย่างที่ผมบอก ผมคิดว่าผมมีอิสระที่จะย้ายทีม ท่านประธานพูดเสมอว่าพอจบฤดูกาล ผมจะได้ตัดสินใจว่าผมจะอยู่หรือจะไป แต่พอมาตอนนี้ พวกเขากลับมายึดติดว่าผมไม่ยอมบอกว่าจะย้ายก่อนวันที่ 10 มิถุนายน แต่ความจริงแล้วในตอนนั้นเรายังต้องลงแข่งเกมลา ลีกา กันอยู่เลย ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสอันน่ากลัวที่ทำให้ฤดูกาลมันเปลี่ยนแปลงไปหมด”


“นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงยังอยู่กับสโมสรต่อ เพราะท่านประธานบอกผมว่าทางเดียวที่ผมจะย้ายออกไปได้คือต้องจ่ายค่าฉีกสัญญา 700 ล้านยูโรเท่านั้น ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย มันยังมีอีกหนทางก็คือต้องสู้กันด้วยคดี ผมไม่มีทางที่จะขึ้นศาลกับบาร์ซ่า เพราะนี่คือสโมสรที่ผมรัก ที่นี่มอบทุกอย่างให้ผม นับตั้งแต่ที่ผมมาถึง ที่นี่คือสโมสรแห่งชีวิตของผม ผมสร้างชีวิตของผมที่นี่”


“บาร์ซ่าให้ผมทุกๆ อย่าง และผมก็มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้บาร์ซ่า ผมรู้ดีว่าผมไม่มีทางคิดที่จะขึ้นศาลกับบาร์ซ่าแน่ หลายข่าวที่เขียนโจมตีผม มันทำให้ผมเจ็บปวดมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใด มีแต่เรื่องโกหกทั้งนั้นที่ตีพิมพ์ออกไป พวกเขาคิดกันไปว่าผมจะฟ้องบาร์ซ่าเพื่อประโยชน์ของตัวผมเอง ผมไม่มีทางทำอะไรแบบนี้ ผมขอย้ำ ผมอยากจะย้ายทีม และมันก็เป็นสิทธิ์ของผมอย่างเต็มที่ เพราะในสัญญาบอกว่าผมย้ายได้ ผมอยากจะย้ายเพราะผมคิดถึงการเล่นฟุตบอลในช่วงสุดท้ายอย่างมีความสุข ในช่วงหลังๆ ผมไม่พบความสุขในสโมสรเลย”


“มันเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีความสุข คุณเกิดมาเป็นผู้ชนะ คุณอยู่ในทีมที่ลุ้นแชมป์ แต่ตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา บาร์ซ่าไม่มีลุ้นในยุโรปเลย คุณยังต้องนำทีมต่อไป แต่มีบางอย่างเปลี่ยนไปในสโมสร ผมจะเล่นให้บาร์ซ่าต่อ และทัศนคติของผมจะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าผมจะอยากย้ายทีมแค่ไหน ผมจะทำให้ดีที่สุด”


“ผมอยากได้แชมป์อยู่เสมอ ผมเป็นนักสู้ ผมไม่ต้องการแพ้ใคร ผมต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสโมสร สำหรับห้องแต่งตัว และสำหรับตัวผมเอง ผมเคยบอกไปแล้วว่าเราไม่ได้รับการสนับสนุนให้ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จริงๆ แล้วผมก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้มีโค้ชคนใหม่กับไอเดียใหม่ๆ เข้ามา มันก็เป็นเรื่องดี แต่เราต้องดูว่าทีมมีปฏิกิริยาอย่างไร ต้องดูว่ามันจะทำให้เราสู้ในระดับสูงได้ไหม สิ่งที่ผมบอกได้ก็คือ ผมคงจะอยู่ต่อ และผมจะทุ่มเทเต็มที่เพื่อบาร์เซโลน่า”


“ผมรู้สึกเจ็บปวดมาก ที่มีคนสงสัยในความทุ่มเทของผมที่มีต่อบาร์เซโลนา สงสัยในความรักของผมที่มีต่อสโมสรแห่งนี้ ผมรักบาร์เซโลน่า ผมคงไม่เจอที่ไหนที่ดีกว่าที่นี่อีก แต่ผมก็ยังมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจ ผมยังคงมองหาเป้าหมายใหม่และความท้าทายใหม่ ในวันพรุ่งนี้ผมจะกลับไป เพราะที่บาร์เซโลน่าผมมีทุกๆ อย่าง”


“ลูกชายของผม ครอบครัวของผม พวกเขาเติบโตที่นี่ และอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เรื่องผิดที่ผมอยากย้ายทีม ผมต้องการมัน สโมสรก็ต้องการมัน มันเป็นเรื่องดีสำหรับทุกๆ ฝ่าย ตลอดเวลาที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องยากสำหรับทุกๆ คน ผมชัดเจนในสิ่งที่ผมต้องการ มาเตโอ (ลูกคนที่ 2) ยังเด็ก เขายังไม่เข้าใจว่าการที่ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น หรือต้องใช้ชีวิตที่อื่นเป็นเวลา 2-3 ปีมันหมายความว่าอย่างไร ส่วน ติอาโก้ (คนโต) เขาอายุมากกว่า เขาได้ยินข่าวทางทีวีแล้วก็มาถามผม ผมยังไม่อยากให้เขาต้องรู้อะไรเกี่ยวกับการถูกบังคับให้ย้ายบ้าน, ย้ายโรงเรียน หรือการมีเพื่อนใหม่ๆ”


“เขาร้องไห้ และบอกผมว่าเราอย่าไปเลย ผมต้องย้ำอีกครั้งว่ามันเป็นเรื่องยากมาก ยากจริงๆ มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผม และมันเป็นเรื่องยากที่ต้องตัดสินใจ ภรรยาของผม เธอสนับสนุนและอยู่เคียงข้างผมเสมอ ด้วยความเจ็บปวดไปถึงจิตวิญญาณ”


“Burofax คือการทำให้ทุกอย่างเป็นทางการ ผมบอกท่านประธานมาตลอดว่าผมอยากย้ายทีม มันถึงเวลาที่ผมจะมองหาเป้าหมายใหม่ และทิศทางใหม่ๆ ในอาชีพของผมแล้ว แต่เขาก็บ่ายเบี่ยงบอกผมมาตลอดว่า เดี๋ยวเราค่อยคุยกันไม่ใช่ตอนนี้ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เขาไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่ามีความจริงใจ”


“การส่ง Burofax คือการทำให้มันเป็นทางการว่าผมต้องการย้ายทีม ผมมีอิสระ ผมไม่ต้องการใช้ออปชั่นต่อสัญญา ผมอยากจะย้ายทีม ผมไม่ได้พยายามจะสร้างความวุ่นวายหรือโจมตีสโมสร แต่อยากจะทำให้มันเป็นทางการ เพราะผมได้ตัดสินใจแล้ว ถ้าผมไม่ส่ง Burofax ฉบับนั้น มันก็จะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ที่พวกเขาบอกก็คือ ผมไม่แจ้งก่อนวันที่ 10 มิถุนายน แต่ผมขอย้ำว่าตอนนั้นเราอยู่ระหว่างการแข่งขัน มันจึงไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม นอกจากนี้ ท่านประธานก็บอกผมมาตลอดว่าพอจบฤดูกาล ผมจะได้ตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไป เขาไม่เคยกำหนดเส้นตายเลย ผมก็เลยอยากจะทำให้สโมสรเห็นแบบเป็นทางการว่าเขาไม่ยอมรักษาคำพูด แต่ผมคงไม่ไปฟ้องร้องอะไรหรอก เพราะผมไม่อยากจะต่อสู้กับสโมสร”


สำหรับ เมสซี่ ลงเล่นให้บาร์ซ่า ชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2004 ยิง 634 นัด จาก 731 ประตู รวมทุกรายการ คว้าแชมป์ร่วมกับสโมสร 33 รายการด้วยกัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไปต่ออีกปี! 'พ่อเมสซี่' เผยลูกชายจะยังไม่ย้ายออกจากบาร์ซ่าตอนนี้

ไม่มีกลัว! "กรีนวู้ด"ประกาศชัดพร้อมดวลแข้งกับ"เมสซี่" ในศึกพรีเมียร์ลีก

ย้ายชัวร์! สื่อดังตีข่าว 'เมสซี่' เตรียมลาบาร์ซ่าหลังหายตัวปริศนา