16
shared

"หมอมนูญ" เตือนโควิด-19 กลายพันธุ์อยู่ตลอด เป็นแล้วเป็นซ้ำได้อีก

4 กันยายน 2563 09:26 1213
"หมอมนูญ" เตือนโควิด-19 กลายพันธุ์อยู่ตลอด เป็นแล้วเป็นซ้ำได้อีก

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ เผย โรคไวรัสโควิด-19 เป็นแล้วเป็นซ้ำได้อีก หลังพบชาวอเมริกันติดเชื้อครั้งที่ 2 ห่างจากการติดเชื้อครั้งแรก 48 วัน และอาการหนักกว่าเดิม ชี้เชื้อไวรัสกลายพันธุ์อยู่ตลอด

วันนี้ (4 ก.ย.63) นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ และประธานชมรมเชื้อราทางการแพทย์ประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC" เกี่ยวกับสถนการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

โรคไวรัสโควิด-19 เป็นแล้วเป็นซ้ำได้อีก รายงาน 3 คนแรกเป็นครั้งที่ 2 อาการน้อยกว่าครั้งแรก เพราะร่างกายมีภูมิต้านทานจากการติดเชื้อครั้งแรก ทำให้มีอาการน้อย หรือไม่มีอาการเลย ยกเว้นรายงานล่าสุด

ผู้ป่วยชายชาวอเมริกันอายุ 25 ปี ปกติแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว วันที่ 25 มีนาคม มีอาการไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ท้องเสีย วันที่ 18 เมษายน ตรวจรหัสพันธุกรรมพบว่าติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 วันที่ 27 เมษายน หายเป็นปกติ วันที่ 9 และ 26 พฤษภาคม ตรวจรหัสพันธุกรรมซ้ำให้ผลเป็นลบ ผู้ป่วยสบายดี หายเป็นปกติ จนกระทั่งวันที่ 31 พฤษภาคม มีอาการไข้ ไอ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ท้องเสีย เอกซเรย์ปอดปกติ แพทย์ให้กลับบ้าน

วันที่ 5 มิถุนายน กลับมารพ.อีก ด้วยอาการไอ เหนื่อย ปวดกล้ามเนื้อ เอกซเรย์ปอดครั้งนี้พบปอดอักเสบทั้งสองข้าง วัดระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ ต้องให้ออกซิเจน ตรวจรหัสพันธุกรรมพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโควิดครั้งที่ 2 แตกต่างกับครั้งแรก แพทย์วินิจฉัยว่าผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งที่ 2 ห่างจากการติดเชื้อครั้งแรก 48 วัน

หลังการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คนส่วนใหญ่จะสร้างภูมิต้านทาน แต่ภูมิอาจอยู่ได้ไม่นาน ทำให้มีโอกาสเป็นซ้ำได้อีก แต่อาการจะน้อยกว่าครั้งแรก ที่น่าเป็นห่วงผู้ป่วยรายนี้เป็นซ้ำ แต่อาการหนักกว่าเดิม ทำให้สงสัยว่าภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อครั้งแรกอาจส่งเสริมทำให้อาการติดเชื้อครั้งที่ 2 รุนแรง เหมือนกับไข้เลือดออกเป็นครั้งที่ 2 จะหนักกว่าครั้งแรก

ทำให้มีความวิตกกังวลว่าการฉีดวัคซีนไวรัสโควิด-19 อาจทำให้คนที่ได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งแรก มีอาการหนักกว่าคนที่ไม่เคยได้วัคซีน เหมือนกับวัคซีนไข้เลือดออกที่ถูกถอนออกจากประเทศฟิลิปปินส์หลังเริ่มใช้ได้ไม่นาน แต่ประเทศไทยยังให้ใช้วัคซีนไข้เลือดออกนี้อยู่

เชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์อยู่ตลอด เราต้องรอการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนโควิดระยะที่ 3 ในอาสาสมัครจำนวนหลายหมื่นคนซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือน เพื่อพิสูจน์ว่าวัคซีนที่ผลิตขึ้น ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพป้องกันได้อย่างน้อยร้อยละ 50 ถึงจะอนุญาตนำมาใช้กับคนทั่วไปได้ ระหว่างรอวัคซีนคนไทยทุกคนต้องปฏิบัติตัวในยุคนิวนอร์มัล สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมือบ่อยๆ เหมือนเดิม

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE