3
shared

จับตา "เมียนมา" รับมือโควิด-19 อยู่หรือไม่?

31 สิงหาคม 2563 13:18 168
จับตา "เมียนมา" รับมือโควิด-19 อยู่หรือไม่?

จับตา "เมียนมา" รับมือโควิด-19 อยู่หรือไม่? ด้าน อองซาน ซูจี ยืนยัน จะไม่ให้รัฐยะไข่เกิดการขาดแคลนอาหาร

วันนี้( 31 ส.ค.63) เมียนมารายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 12 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ยูเอ็นและเอ็นจีโอนานาชาติในรัฐยะไข่ติดเชื้อโควิด-19 แล้วกว่า 10 คน ด้านนางอองซาน ซูจี ยืนยัน จะไม่ให้รัฐยะไข่เกิดการขาดแคลนอาหาร

กระทรวงสาธารณสุขเมียนมาแถลงเช้าวันจันทร์ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ใน 24 ชั่วโมงในเช้าวันนี้ 12 คน โดยเป็นการแพร่เชื้อในชุมชน ซึ่งรัฐมนตรีสาธารณสุขเปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อในรัฐยะไข่ 11 คน และอีก 1 คนในกรุงย่างกุ้ง จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย มีการติดต่อสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 ก่อนหน้านี้ และอีก 5 คน มีประวัติกลับมาจากทางตะวันตกของรัฐยะไข่ ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ส่วนอีก 4 คน ไม่มีประวัติการเดินทางและไม่ได้ใกล้ชิดกับผู้ป่วยแต่อย่างใด

นับว่าสถานการณ์ดูเหมือนจะดีขึ้นแต่ก็ยังวางใจไม่ได้ จากวันก่อนหน้านั้นโดยเมื่อวันอาทิตย์พบผู้ติดเชื้อ 42 คน โดยพบว่าเป็นการระบาดในชุมชน 26 คน คือ 21 คนในรัฐยะไข่ และ 5 คนในย่างกุ้ง ส่วนเมื่อวันเสาร์ พบผู้ติดเชื้อสูงถึง 90 คน สร้างความกังวลอย่างหนักว่าสาธารณสุขเมียนมาจะสามารถรองรับได้หรือไม่ 

ทั้งนี้ เมียนมาพบการติดเชื้อในชุมชนอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา นับตั้งแต่พบผู้ติดเชื้อรายล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม โดยรับยะไข่เริ่มกลับมามีจำนวนผู้ติดเชื้อสุงขึ้น ทำให้ 16 เมืองในรัฐ ต้องอยู่ภายใต้มาตรการอยู่กับบ้าน เพื่อลดการระบาดของไวรัสและขอให้ประชาชนต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ หากเดินทางไปยังรัฐยะไข่นับตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม แต่ปรากฎว่ามีรายงานว่ามีบางคนไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ และไม่กักตัวเองจนนำมาสู่การติดเชื้อในเมืองย่างกุ้งเพิ่มด้วย  

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่านับตั้งแต่การระบาดรอบนี้ พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ในเมียนมาและกลุ่มเอ็นจีโอนานาชาติ ที่ดูแลด้านสิทธิมนุษยชนในรัฐยะไข่และค่ายโรฮิงยา ติดเชื้อแล้วมากกว่า 10 คน 

เจ้าหน้าที่ และบุคลากรหน่วยงานต่าง ๆ ต่างเป็นกังวลถึงการระบาดในรัฐยะไข่ ซึ่งประกอบด้วยปัญหามากมาย เช่น

-ค่อนข้างห่างไกล-ไม่มีระบบสาธารสุขที่ดี ไม่มีหน้ากาก ไม่มีแอลกอฮอลล้างมือ 

-ความแออัดของจำนวนประชากรโดยเฉพาะในแคมป์ชาวโรฮิงญา

-ประชาชนไร้บ้านกือบ 2,000 คน จากการต่อสู้กันระหว่างกองกำลังอาระกัน-ทหาร  (มีแคมป์คนไร้บ้านมากกว่า 100 แคมป์) 

-การขาดแคลนข้อมูลข่าวสาร ที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้มานานกว่าปี จากปฏิบัติการทางทหารเพื่อต่อสู้กับกองกำลังอาระกัน ซึ่งนับเป็นกลุ่มกบฎกลุ่มใหญ่ของภูมิภาคยะไข่แห่งนี้และแม้ว่าจะมีการนำอินเตอร์เน็ตกลับมาให้ประชาชนใช้แล้ว แต่ปรากฎว่าก็ช้าเกินกว่าที่จะเข้าถึงข้อมูลได้ 

ส.ส.ในพื้นที่บอกว่า การไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้การควบคุมการระบาดเป็นไปได้ยาก เพราะการที่ต้องฟังเฉพาะข่าวจากทีวีหรือวิทยุ มันไม่ทันการ ชาวบ้านบางคนบอกว่า เพื่อนที่ย่างกุ้งโทรมาถามว่าการระบาดรุนแรงขนาดนั้นเลยหรือ เขาบอกว่าจริงหรือไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย

รายงานระบุว่า ผู้ติดเชื้อ 3 รายแรก คือ NGO ที่ช่วยบรรดาคนไร้บ้านและพบว่าไม่กี่วันก่อนที่จะพบว่าพวกเขาติดเชื้อ ได้ไปที่แคมป์ช่วยเหลือคนไร้บ้าน สร้างความกังวลว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในแคมป์จะหนักกว่านี้ 

ทั้งนี้ การที่รัฐบาลควบคุมอินเตอร์เน็ตเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นอุปสรรคต่อการรับมือโควิด-19 แต่ยังเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยยชนอีกด้วย เพราะนับตั้งแต่มีการแบนอินเตอร์เน็ตเมื่อปีกว่าๆมานี้ พบว่ามีเหตุความรุนแรงต่อสิทธิมนุษยชนในรัฐยะไข่ขึ้นขึ้นนับร้อยครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยพันกับทหารของรัฐบาล 




เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE