7
shared

พ่อแม่ น้องไตตั้น พอใจคำตัดสินประหารชีวิต ผอ.กอล์ฟ

27 สิงหาคม 2563 16:50 1055
พ่อแม่ น้องไตตั้น พอใจคำตัดสินประหารชีวิต ผอ.กอล์ฟ

พ่อแม่น้องไตตั้น เหยื่อ ผอ.กอล์ฟ บุกฆ่าชิงทอง ลพบุรี พอใจผลคำพิพากษาประหารชีวิต แต่ยอมรับยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด

วันนี้ (27 ..) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลอ่านคำพิพากษาในคดีฆ่าชิงทอง หมายเลขดำอ.409/63ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง นายประสิทธิชัย เขาแก้ว  หรือ “ผอ.กอล์ฟ” อายุ 38 ปี อดีต ผอ.โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น โดยใช้อาวุธปืนและยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การชิงทรัพย์และหลบหนี...อาวุธปืนฯ อื่น  รวม 9 ข้อหา


โดยหลังศาลพิจารณาหลักฐานแล้ว พิพากษาว่าโทษทั้งหมดจำเลยมีความผิดตามฟ้อง หลายกรรมต่างกันพิพากษาให้ลงโทษทุกกรรม รวมโทษทุกกระทง ประหารชีวิต และปรับเงิน 1,000 บาท พร้อมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียทุกคน รวมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะแล้วเสร็จ



หลังศาลพิพากษา นายอนุชา วงศ์อยู่ และ นางสาววิไลวรรณ ยังรอด พ่อและแม่ของ น้องไตตั้น เด็กชายวัย 2 ขวบ ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์  ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ว่า รู้สึกพอใจที่ จำเลย ถูกศาลพิพากษาให้ได้รับโทษสูงสุด ถือว่าคืนความเป็นธรรมให้ลูกชาย  ยอมรับว่า  ขณะนี้ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียที่เกิดขึ้น ต้องถือว่าเป็นเวรเป็นกรรมต่อกันมา และเชื่อว่าทางครอบครัวของ ผอ.กอล์ฟ ต้องทำการยื่นอุทธรณ์ ส่วนตนก็จะสู้คดีให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ที่ผ่านมาก็ยังคงคิดถึงลูกชายทุกวัน และยังไม่สามารถทำใจเข้าไปใช้บริการห้างที่เกิดเหตุได้



ทั้งนี้ในคำพิพากษา ศาลได้ระบุถึง กรณีวิถีกระสุนทำให้เด็กชายเสียชีวิตจำเลยอ้างว่าไม่เจตนา ไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อพิจารณาจากหลักฐานแล้ว เห็นว่าเมื่อจำเลยนำปืนเก็บเสียงยิงไปที่ นายธีระฉัตร ผู้เสียหายที่หนึ่ง รปภห้างโรบินสัน และกระสุนทะลุไปโดน ดช.ภาณุวิชญ์ จนเสียชีวิต ศาลถือว่าเจตนากระทำผิดต่อเด็กด้วย


ส่วนที่จำเลยขอให้ลงโทษสถานเบาเพราะภายหลังก่อเหตุเกิดความสำนึกเสียใจ ยอมให้จับกุมประกอบกับ มีคุณงามความดีมาก่อนนั้น ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ได้มอบตัวและการให้การมีประโยชน์ต่อการแสวงหาหลักฐานหรือการสอบสวน เนื่องจากพยานหลักฐานของโจทก์ก็สามารถนำสืบจนทราบได้ และคำให้การไม่มีการให้ประโยชน์ความรู้กับศาล จึงไม่มีเหตุให้พิจารณาบรรเทาโทษ ทั้งนี้คำรับสารภาพของจำเลยเป็นการจำนนต่อหลักฐาน การกระทำผิดของจำเลยเป็นภัยร้ายแรง คุกคามต่อสังคม ไม่มีเหตุให้บรรเทาโทษตามกฏหมายคำขอของจำเลยฟังไม่ขึ้น