6
shared

กรมชลเปลี่ยนแผน! ผันน้ำสุโขทัยสู่ลุ่มเจ้าพระยาให้เกษตรกรทำนา

26 สิงหาคม 2563 12:23 509
กรมชลเปลี่ยนแผน! ผันน้ำสุโขทัยสู่ลุ่มเจ้าพระยาให้เกษตรกรทำนา

รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำที่ประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ที่รับต่อน้ำจากสุโขทัยทางแม่น้ำยมสายเก่า แต่จะผลักดันลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้เกษตรกรทำนาก่อน แทนการเปิดลงสู่ทุ่งบางระกำ

วันที่ 26 สิงหาคม 2563 นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ ตรวจสอบสถานการน้ำในพื้นที่ประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หลังจากน้ำจากสุโขทัย ที่หลากมาจนถึงพิษณุโลกผ่านแม่น้ำยมสายเก่า จนถึงขนาดนี้ ส่งผลให้ น้ำมีปริมาณมาก ทางกรมชลประทาน เฝ้าระวังและจับตาหวั่นว่าจะล้นตลิ่ง

รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าน้ำ ทางกรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำมาตั้งแต่จังหวัดแพร่ สุโขทัย อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะมาถึงบางระกำมวลน้ำก้อนนี้มาจากแม่น้ำยม สาเหตุมาจากช่วงนั้นมีฝนตกภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ตั้งแต่ 20-22 มีฝนตกหนักในพื้นที่ จ.แพร่ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมากลายเป็นมวลน้ำขนาดใหญ่ลงมาที่ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ตรงนี้มีจุดวัดน้ำที่ Y.14 ปกติจะเป็นตัวที่คอยบ่งชี้เป็นตัวบริหารจัดการน้ำของตัวแม่น้ำยมก่อนที่จะเข้าตัวสุโขทัย สำหรับ Y.14 ปีนี้มีปริมาณน้ำมากกว่าปี 2560-2562 เราได้ติดตามสถานการณ์น้ำที่สถานีวัดน้ำตรงนี้ถึง 1499 ลบ.ม./วินาที มากกว่าปี 60 เกือบ 400 ล้าน.ลบ.ม. 

ทางกรมชลประทาน ได้บริหารจัดการต้องใช้ประตูหาดสะพานจันทร์เป็นด่านหน้า ในการแบ่งปันน้ำ ไว้คอยหน่วง คอยฉุด อย่าให้น้ำเข้าเมือง โดยการแบ่งน้ำเป็น 2 ฝั่ง  ฝั่งซ้ายมือของแม่น้ำยมจะไปทางคลองหกบาท หรือประตูหกบาท ไปสัก 350 ล้าน.ลบ.ม.จากคลองหกบาทจะผันไปคลองยม-น่าน ก็มีการจัดการจราจรทางน้ำ โดยการลดการระบายน้ำที่เขื่อนสิริกิติ์ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค.63 ที่ผ่านมา ลดการระบายจนถึงปิด ตรงนี้น้ำจะไหลไปที่แม่น้ำน่านประมาณ 100 ล้าน.ลบ.ม./วินาที จาก 350 ล้าน.ลบ.ม. หายไป 100 ล้าน.ลบ.ม. จะมีเส้นตรงลงที่คลองยมน่าน(สายเก่า) หรือจุดประตูบางแก้ว 240-250 ล้าน.ลบ.ม./วินาที แล้วจะแยกไปคลองย่อยลงแม่น้ำน่านอีก ปัจจุบันเราวัดตรงนี้ประมาณ 109 ล้าน.ลบ.ม./วินาที ก็แสดงว่าลงอีกสาขาหนึ่งไปแม่น้ำน่าน ส่วนทางฝั่งขวาของทางแม่น้ำยมที่ประตูหาดสะพานจันทร์ก็จะไปที่ประตูน้ำโจนประมาณสัก 10-30 ล้าน.ลบ.ม./วินาที จะไปที่แก้มลิงทะเลหลวง  ขณะที่มวลน้ำจากจังหวัดสุโขทัย เข้าสู่จังหวัดพิษณุโลก มีปริมาณ กว่า  500 ล้าน ลบ.ม. และแยกไปตามคูคลองน้ำต่างกว่า  150 ล้าน ลบ.ม.

รองอธิบดีกรมชลประทาน  กล่าวอีกว่าเราจะปล่อยให้ผ่านประตูหาดสะพานจันทร์ก่อนที่จะถึงเมืองไป 800 ล้าน.ลบ.ม./วินาที แล้วผันออกคลองซ้าย ขวา คลองเล็กคลองน้อย ออกไปประมาณ 170 ล้าน.ลบ.ม./วินาที จะบังคับไม่ให้เกิน 550 ล้าน.ลบ.ม./วินาที ที่ Y.4 หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ตั้งแต่ 23 ส.ค. ที่ได้ลงพื้นที่ดูการบริหารจัดการน้ำ ได้มีการจัดตั้งชุดมวลชนสัมพันธ์ ประกอบด้วยหน่วยปกครองท้องที่ ทหาร ตำรวจ ชลประทาน เพื่อลงพื้นที่สร้างความรับรู้ให้กับประชาชนบริเวณ 2 ฝากฝั่งแม่น้ำยมทั้งสายใหม่และสายเก่า เพื่ออธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจและดูแลประตูระบายน้ำต่างๆ โดย ได้รับความความร่วมมือจากประชาชนอย่างดีในทุกทีช่วยกันนำน้ำจากที่ Y.14 ลงมาถึงบางระกำ เราจะลำเลียงผ่านมาคลองยม-น่าน แม่น้ำยม คลองต่างๆ มาเจอกันที่ N.67 คือจุดวัดน้ำที่แม่น้ำยมมาบรรจบกับแม่น้ำน่านที่วัดเกยชัยเหนือ ตรงนี้น้ำเริ่มขึ้นแต่ยังคงต่ำกว่าตลิ่งมาก ตรงนี้จะลำเลียงมวลน้ำไม่เกิน 2-3 วัน มวลน้ำจะไปอยู่หน้าเขื่อนเจ้าพระยา เราจะอัดน้ำไว้ไม่ทิ้งลงทะเลเพื่อออกไป 2 ฟากฝั่ง ฝั่งซ้ายคือคลองชัยนาทป่าสัก ลงคลองรพีพัฒน์ แยกใต้ แยกตก ไปที่คลอง 13 จนถึงพระองค์ชลทิศออกไปฉะเชิงเทรา เพื่อให้น้ำแก่พี่น้องประชาชนได้ทำนา ในทุ่งเจ้าพระยาตอนนี้ยังไม่ได้ทำนา 3.54 ล้านไร่ เราจะเอาปริมาณน้ำ 400-500 ล้าน จะได้ไปช่วยในการทำนาปี ส่วนฝั่งขวามือจะแบ่งน้ำไปที่แม่น้ำน้อย ท่าจีน คลองมะขามเฒ่าอู่ทอง ลำเลียงไปตอนนี้น้ำเริ่มขึ้นแล้ว ติดตามที่เขื่อนเจ้าพระยา ตอนนี้ระดับน้ำ +14.4 ซึ่งสูงขึ้นกว่าเมื่อวานประมาณ 60-70 เซนติเมตร จึงเป็นการบริหารจัดการน้ำตอนนี้ คาดว่าน้ำจากจังหวัดสุโขทัย จะถึงลุ่มเจ้าพระยาภายใน  5-6 วันนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มวลน้ำก้อนนี้ไม่ได้เปิดลงสู่ทุ่งบางระกำ เพราะสาเหตุอะไร ทางรองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตอนนี้จากการคาดหมายของกรมอุตุนิยมวิทยายังมีร่องความกดอากาศที่ค้างอยู่ ถ้าเราติดตามฤดูกาล ซึ่งฤดูฝนจะติดตามฤดูฝนคาดว่าจะหมดฤดูฝนช่วงกลางเดือนตุลาคม ตรงนี้เราเปิดทุ่งไว้รับน้ำเผื่อน้ำเหนือหลากลงมา อย่างไรก็ตามทุ่งบางระกำต้องมีน้ำแน่นอน สิ่งสำคัญเรายังมีเตรียมรับน้ำหลากไว้ที่บึงบอระเพ็ด ถ้าน้ำหลากมาประชาชนไม่ต้องตกใจ เพราะบึงบอระเพ็ดสามารถเก็บน้ำไว้ได้ 180 ล้าน.ลบ.ม./วินาที ปัจจุบันมีน้ำเพียง 6-7 ล้าน.ลบ.ม เองสามารถจะปัดน้ำเข้าได้อีกปริมาณน้ำหากถึง 800 คิว ก็จะปัดเขาบึงบอระเพ็ดกลายเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ บางระกำก็ต้องมีน้ำเข้าแต่ตอนนี้เราขอชะลอให้เข้าตามธรรมชาติก่อน ตามแผนตอนนี้คือเรายังไม่ได้ตัดสินใจเพราะยังมีพายุอีกหลายลูกที่จะเข้ามา ตามธรรมชาติของฝนเรายังไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่อย่างไง จึงไม่ไว้วางใจ ส่วนที่พิจิตร ก็ไม่ได้รับผลกระทบแน่นอน ตอนนี้เราเฝ้าระวังเรื่องฝนตกอย่างเดียว หากมีฝนต้องคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทางทุ่งเจ้าพระยาก็ไม่ต้องกังวลไม่กระทบแน่นอน และทางชลประทาน มั่นใจว่ากรมชลประทานสามารถบริหารจัดการน้ำได้แน่นอน แต่การบริหารจัดการต้องได้รับความร่วมมือกับประชาชน ทุกภาคส่วน 

สำหรับพื้นที่ภัยแล้งต้องย้อนกลับไปปี 2562 ที่มีฝนตกต่ำกว่าค่าปกติถึงกว่า 10% ทำให้น้ำในเขื่อนเก็บกักในลุ่มเจ้าพระยา ทั้งเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย ป่าสัก มีปริมาณน้ำน้อย เราจึงมีวิธีการมาตรการในบริหารจัดการในการใช้น้ำช่วงฤดูฝนคือ 1.ต้องใช้น้ำฝนเป็นหลักในการทำนาปี จึงให้ประชาชนเกษตรกรชะลอการทำนา 2.คือการบริหารจัดการน้ำท่า คือน้ำที่อยู่ในลำน้ำใช้ฝาย ประตู อัดขึ้นซ้ายขวา ตลอดจนป้องกันเรื่องอุทกภัยด้วย สิ่งสำคัญคือเราต้องจัดการให้มีน้ำในการอุปโภค บริโภค กักเก็บน้ำให้มากที่สุดในเขื่อน ในตุ่ม เพื่อใช้ในฤดูแล้งปี 2563/2564


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE